กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ตรวจเชื้อไข้กาฬหลังแอ่นสายพันธุ์ใหม่ได้ใน 1 วัน

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
2,805
21 พฤษภาคม 2561


         กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข นำวิธีการตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อแบคทีเรียก่อโรค (PCR) มาตรวจยืนยันเชื้อไข้กาฬหลังแอ่นได้ภายใน 1 วัน และผลการตรวจยังพบสายพันธุ์ในประเทศไทยที่ยังไม่มีวัคซีนป้องกันในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถือเป็นการพัฒนาศักยภาพห้องปฏิบัติการ เพื่อรองรับปัญหาโรคติดต่อร้ายแรง และสนับสนุนด้านสาธารณสุขได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า โรคไข้กาฬหลังแอ่นเป็นโรคติดเชื้อร้ายแรง เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Neisseria meningitidis ติดต่อโดยการสัมผัสโดยตรงกับละอองน้ำมูก น้ำลาย และเสมหะของผู้ป่วย อาการที่พบบ่อยที่สุด คือ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ โดยเริ่มจากมี ไข้สูงทันที ปวดศีรษะอย่างรุนแรง อาเจียน คอแข็ง อาจเกิดภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด หรือภาวะโลหิตเป็นพิษ ทำให้เกิดผื่นเลือดออกใต้ผิวหนัง ความดันโลหิตต่ำ และการทำงานของอวัยวะต่างๆ ล้มเหลว ปัจจุบันเชื้อแบคทีเรีย Neisseria meningitidis มีทั้งสิ้น 13 ซีโรกรุ๊ป โดยสายพันธุ์ที่เป็นสาเหตุการเกิดโรคร้อยละ 90 เป็นซีโรกรุ๊ป A, B, C, Y และ W135 ต่อมาพบ ซีโรกรุ๊ป  X ในแถบอัฟริกามากขึ้น สำหรับประเทศไทย จากข้อมูลการเฝ้าระวัง ของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ปี พ.ศ.2560 มีรายงานผู้ป่วย 29 ราย เสียชีวิต 8 ราย คิดเป็น อัตราป่วย 0.04 ต่อแสนประชากร ภาคที่มีอัตราป่วยสูงสุด คือ ภาคใต้ และจังหวัดที่มีอัตราป่วยต่อประชากรแสนคนสูงสุด คือ ยะลา พัทลุง และสงขลา 

         อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 12 สงขลา ได้นำวิธี Polymerase chain reaction (PCR) มาทำการตรวจเชื้อไข้กาฬหลังแอ่นจากตัวอย่างเชื้อบริสุทธิ์ของผู้ป่วย ที่สงสัยเป็นโรคไข้กาฬหลังแอ่น ซึ่งเป็นวิธีที่สามารถตรวจวิเคราะห์ได้ถึงระดับซีโรกรุ๊ป A, B, C, Y และ W135 สามารถรายงานผลได้ภายใน 1 วัน  มีความแม่นยำสูง ทั้งนี้ ผลการตรวจตัวอย่างเชื้อบริสุทธิ์ที่แยกจากผู้ป่วยที่สงสัยเป็น โรคไข้กาฬหลังแอ่น ระหว่างปี พ.ศ.2559-2560 จำนวน 10 ราย พบเชื้อ Neisseria meningitidis ซีโรกรุ๊ป B ร้อยละ 100 ซึ่งเป็นซีโรกรุ๊ปที่ยังไม่มีวัคซีนป้องกันในประเทศไทย เนื่องจากปัจจุบันวัคซีนที่ใช้ในประเทศไทยสามารถป้องกันซีโรกรุ๊ป  A, C, Y และ W135 ได้เท่านั้น ทั้งนี้ที่ผ่านมาการตรวจยืนยันเชื้อไข้กาฬหลังแอ่น ใช้วิธีทดสอบทางชีวเคมี และการตรวจแยกซีโรกรุ๊ปด้วยวิธี Latex agglutination ซึ่งมีขั้นตอนยุ่งยาก ใช้เวลาตรวจ 3-5 วัน และมีข้อจำกัดของน้ำยาที่ใช้ไม่สามารถแยกซีโรกรุ๊ปของเชื้อได้ มีความไวต่ำ และราคาแพง


         “การตรวจยืนยันเชื้อไข้กาฬหลังแอ่นด้วยเทคนิค PCR ซึ่งสามารถแยกซีโรกรุ๊ปที่ก่อโรคได้ จึงเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในทางระบาดวิทยา ทำให้ทราบสายพันธุ์ที่ก่อโรคในประเทศ และช่วยเฝ้าระวังโรคในพื้นที่เสี่ยง ส่งผลให้ผู้ป่วย และผู้สัมผัสโรคไม่แพร่กระจายเชื้อไปยังผู้อื่น ที่สำคัญเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาการจัดหาวัคซีนป้องกันครอบคลุมซีโรกรุ๊ป B ที่มีแนวโน้มพบผู้ป่วยในประเทศมากขึ้น” นายแพทย์สุขุมกล่าว

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202626061782472570436694372-7999.jpg
กรมวิทย์ฯ ปิดการประชุมวิชาการฯ อย่างยิ่งใหญ่ ตอกย้ำการขับเคลื่อนสุขภาพคนไทย สู่การมีชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพ พร้อมมอบรางวัลผลงานวิชาการดีเด่น 36 ผลงาน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ปิดการประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์การแพทย์ ครั้งที่ 34 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมมอบรางวัลผลงานวิชาการดีเด่นจำนวน 36 ผลงาน จากผลงานที่ส่งเข้าประกวดและนำเสนอรวม 455 ผลงาน สะท้อนศักยภาพด้านการวิจัย นวัตกรรม และการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัยของบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ทั่วประเทศ พร้อมขอบคุณความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ที่ร่วมเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนระบบสุขภาพของประเทศ และส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพดี มีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-297293478.jpg
กรมวิทย์ฯ ผนึกเครือข่ายสาธารณสุข เขต 2 ขับเคลื่อนศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ระดับอำเภอ เสริมระบบเฝ้าระวังสุขภาพเชิงรุก สร้างความปลอดภัยผู้บริโภคอย่างยั่งยืน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เดินหน้ายกระดับระบบเฝ้าระวังและคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพในระดับพื้นที่ จับมือเครือข่ายสาธารณสุขเขตสุขภาพที่ 2 ขับเคลื่อนนโยบาย “ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชนระดับอำเภอ” เพื่อเสริมศักยภาพชุมชนให้เข้มแข็ง ผ่านองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการแพทย์ สู่การเป็นต้นแบบเฝ้าระวังความเสี่ยงด้านสุขภาพ สร้างความปลอดภัยกับผู้บริโภคในชุมชนอย่างยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202619061781836402244199274-7961.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ผุดแอป “คัดแยกเห็ดไทย” สกัดป่วย-ตายจากเห็ดพิษ หลังพบผู้ป่วยทะลุ 1.2 หมื่นราย

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่าในแต่ละปีประเทศไทยจะมีผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจากการบริโภคเห็ดพิษอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค ตั้งแต่ปี 2565 – 2569 พบผู้ป่วยจากการบริโภคเห็ดพิษ จำนวน 12,000 กว่าราย โดยพบผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นทุกปี โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สาเหตุสำคัญเกิดจากการจำแนกเห็ดผิดชนิด ดังนั้นกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จึงร่วมกับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม พัฒนาแอปพลิเคชัน คัดแยกเห็ดขึ้น ภายใต้ชื่อ “คัดแยกเห็ดไทย” ซึ่งสามารถใช้งานได้ทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android เพื่อช่วยประชาชนคัดกรองและจำแนกชนิดเห็ดพิษและเห็ดรับประทานได้ในเบื้องต้น

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์