กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พบว่าผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด และฆ่าเชื้อโรคที่ใช้ในครัวเรือน มีคุณภาพปลอดภัยจากฟอร์มัลดีไฮด์

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
2,313
23 พฤศจิกายน 2560

  กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ สุ่มเก็บผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคที่ใช้ในครัวเรือนและทางสาธารณสุข มาทำการตรวจวิเคราะห์ 50 ตัวอย่าง พบว่าทุกตัวอย่างปลอดภัยจากสารฟอร์มัลดีไฮด์ ซึ่งเป็นสารอันตรายห้ามใช้ในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรค

นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคที่ใช้ทั่วไปตามบ้านเรือนหรือทางสาธารณสุขมีการนำสารกลุ่มอัลดีไฮด์ ได้แก่ ฟอร์มัลดีไฮด์ กลูตารัลดีไฮด์ และไกลออกซอล มาใช้เป็นส่วนประกอบเพื่อประโยชน์ในการฆ่าเชื้อโรค และทำความสะอาด แต่อย่างไรก็ตาม เนื่องจากฟอร์มัลดีไฮด์มีกลิ่นรุนแรง เป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ ดวงตา เป็นสารไวไฟ มีพิษสูง และอาจเป็นสารก่อมะเร็ง กระทรวงอุตสาหกรรมได้ออกประกาศกำหนดให้สารฟอร์มัลดีไฮด์เป็นสารห้ามใช้ในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคที่ใช้ในบ้านเรือน 

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์มีภารกิจในการคุ้มครองผู้บริโภค คำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชน จึงได้มีการเฝ้าระวังติดตามคุณภาพของผลิตภัณฑ์เหล่านี้หลังการจำหน่าย โดยการตรวจวิเคราะห์ปริมาณสาร กลูตารัลดีไฮด์ในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคที่มีขายในท้องตลาดว่ามีการนำฟอร์มัลดีไฮด์ มาปลอมปนหรือไม่


นายแพทย์สุขุม กล่าวต่อไปอีกว่า สำหรับในปีงบประมาณปี 2560 กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ทำการสำรวจคุณภาพของผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรค ที่ใช้ในบ้านเรือน ทำความสะอาดพื้น ฝาผนัง เครื่องสุขภัณฑ์และวัสดุต่างๆ โดยเก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปดังกล่าว จำนวน 50 ตัวอย่าง ในเขตกรุงเทพมหานครและเขตปริมณฑล ผลการทดสอบทุกตัวอย่าง ไม่พบสารฟอร์มัลดีไฮด์ แสดงให้เห็นว่าผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคที่ใช้ในครัวเรือนมีความปลอดภัย และผู้ประกอบการตระหนักถึงความปลอดภัยของผู้บริโภค มีการคัดเลือกและควบคุมคุณภาพของวัตถุดิบในกลุ่มอัลดีไฮด์ที่ผลิต หรือนำเข้า ส่งตรวจคุณภาพวัตถุดิบ กลูตารัลดีไฮด์ ก่อนนำไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป

“อย่างไรก็ตาม ประชาชนควรใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคที่มีมาตรฐาน และจากร้านค้าที่น่าเชื่อถือ ตลอดจนใช้ผลิตภัณฑ์ด้วยความระมัดระวัง อย่าให้เข้าตา ปาก จมูก ควรสวมถุงมือยาง รองเท้ายาง หลีกเลี่ยงการสูดดมไอสาร และเมื่อเสร็จงานต้องล้างมือล้างเท้าให้สะอาด” นายแพทย์สุขุม กล่าวทิ้งท้าย 

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202626061782472570436694372-7999.jpg
กรมวิทย์ฯ ปิดการประชุมวิชาการฯ อย่างยิ่งใหญ่ ตอกย้ำการขับเคลื่อนสุขภาพคนไทย สู่การมีชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพ พร้อมมอบรางวัลผลงานวิชาการดีเด่น 36 ผลงาน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ปิดการประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์การแพทย์ ครั้งที่ 34 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมมอบรางวัลผลงานวิชาการดีเด่นจำนวน 36 ผลงาน จากผลงานที่ส่งเข้าประกวดและนำเสนอรวม 455 ผลงาน สะท้อนศักยภาพด้านการวิจัย นวัตกรรม และการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัยของบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ทั่วประเทศ พร้อมขอบคุณความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ที่ร่วมเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนระบบสุขภาพของประเทศ และส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพดี มีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-297293478.jpg
กรมวิทย์ฯ ผนึกเครือข่ายสาธารณสุข เขต 2 ขับเคลื่อนศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ระดับอำเภอ เสริมระบบเฝ้าระวังสุขภาพเชิงรุก สร้างความปลอดภัยผู้บริโภคอย่างยั่งยืน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เดินหน้ายกระดับระบบเฝ้าระวังและคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพในระดับพื้นที่ จับมือเครือข่ายสาธารณสุขเขตสุขภาพที่ 2 ขับเคลื่อนนโยบาย “ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชนระดับอำเภอ” เพื่อเสริมศักยภาพชุมชนให้เข้มแข็ง ผ่านองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการแพทย์ สู่การเป็นต้นแบบเฝ้าระวังความเสี่ยงด้านสุขภาพ สร้างความปลอดภัยกับผู้บริโภคในชุมชนอย่างยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202619061781836402244199274-7961.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ผุดแอป “คัดแยกเห็ดไทย” สกัดป่วย-ตายจากเห็ดพิษ หลังพบผู้ป่วยทะลุ 1.2 หมื่นราย

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่าในแต่ละปีประเทศไทยจะมีผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจากการบริโภคเห็ดพิษอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค ตั้งแต่ปี 2565 – 2569 พบผู้ป่วยจากการบริโภคเห็ดพิษ จำนวน 12,000 กว่าราย โดยพบผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นทุกปี โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สาเหตุสำคัญเกิดจากการจำแนกเห็ดผิดชนิด ดังนั้นกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จึงร่วมกับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม พัฒนาแอปพลิเคชัน คัดแยกเห็ดขึ้น ภายใต้ชื่อ “คัดแยกเห็ดไทย” ซึ่งสามารถใช้งานได้ทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android เพื่อช่วยประชาชนคัดกรองและจำแนกชนิดเห็ดพิษและเห็ดรับประทานได้ในเบื้องต้น

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์