กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ พัฒนางานวิจัย นวัตกรรม และนักวิจัย ให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของชุมชน ประชาชน ตลอดจนภาคเอกชน ขับเคลื่อนประเทศตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0
นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือพัฒนาวิชาการและการวิจัยด้านชีวเวชศาสตร์ กับ ศาสตราจารย์ ดร. สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ รักษาการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.จิตรบรรจง ตั้งปอง รักษาการแทนคณบดีสำนักวิชาสหเวชศาสตร์ ร่วมเป็นสักขีพยาน มีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมกันพัฒนานักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา หลักสูตรปริญญาเอกชีวเวชศาสตร์ มีเป้าหมายในการผลิตบัณฑิตปริญญาเอกร่วมกัน และพัฒนางานวิจัย นวัตกรรมและนักวิจัย มีการพัฒนาโครงการวิจัยที่มีความสนใจร่วมกันให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของชุมชน ประชาชน ภาคเอกชน และประเทศชาติ โดยใช้ศักยภาพด้านบุคลากรและเครื่องมือของทั้ง 2 หน่วยงาน รวมทั้งร่วมกันพัฒนาด้านวิชาการ การเป็นแหล่งเรียนรู้ ศึกษาดูงานของนักศึกษาและบุคลากรของทั้งสองฝ่าย ตลอดจนพัฒนาการบริการวิชาการ เช่น ร่วมกันเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมวิชาการการและประชุมเชิงปฏิบัติการทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ
มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ ในกำกับของรัฐบาล จัดการศึกษาและผลิตบัณฑิตที่สอดรับและก้าวทันต่อทิศทางการพัฒนาประเทศและการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก ทำให้การจัดการศึกษาของมหาวิทยาลัย ประสบความสำเร็จ พร้อมก้าวสู่การเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ ในฐานะมหาวิทยาลัยวิจัยสมบูรณ์แบบอย่างเต็มภาคภูมิ และสืบเนื่องจากสำนักวิชาสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มีการเปิดสอนหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต และปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาชีวเวชศาสตร์ โดยมีพันธกิจในด้านการพัฒนาทางวิชาการ การวิจัยและการบริการวิชาการ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและการพัฒนางานวิจัยทางด้านชีวเวชศาสตร์ ครอบคลุมการศึกษาวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และวิทยาศาสตร์สุขภาพที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปพัฒนาประเทศและตอบสนองนโยบายไทยแลนด์ 4.0
นายแพทย์สุขุม กล่าวว่า บันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้ มีกำหนดระยะเวลาในการดำเนินงานร่วมกัน 3 ปี ซึ่งทั้งกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ต่างมีพันธกิจด้านการศึกษาวิจัย การพัฒนาองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ และการพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ จึงได้ร่วมมือกันพัฒนาวิชาการและการวิจัยด้านชีวเวชศาสตร์ โดยพัฒนาบุคลากรในสังกัดกรมให้มีคุณวุฒิสูงขึ้นและมีความเชี่ยวชาญ ในด้านการวิจัยทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ อีกทั้งยังเป็นการพัฒนาบุคลากรของมหาวิทยาลัยให้มีการศึกษาค้นคว้าวิจัยอย่างต่อเนื่อง สามารถผลิตงานวิจัยที่มีคุณภาพนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง เพื่อรับใช้สังคมและประเทศชาติต่อไป