กรมวิทย์ฯ วิจัยพบสารสกัดจากหม่อนเพิ่มสมรรถภาพทางกายและจิต เร่งพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์สารสกัดหม่อนแคปซูล

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
1,914
7 กรกฎาคม 2560


    กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ศึกษาวิจัยพบสารสกัดจากหม่อนมีสรรพคุณทำให้กล้ามเนื้อแขน และต้นขาแข็งแรง และทำให้จิตใจสงบมากขึ้น ลดอาการซึมเศร้าในกลุ่มวัยกลางคน และผู้สูงอายุ และสามารถต่อยอดนำมาผลิตเป็นอาหารเสริมเพื่อสุขภาพได้

นายแพทย์สุขุม  กาญจนพิมาย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า จากนโยบายของรัฐบาลในการพัฒนาสมุนไพรไทยและประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สถานการณ์ "สังคมสูงวัย" การดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุจึงเป็นเรื่องสำคัญ สมุนไพรจึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่มีศักยภาพสูงในการนำมาใช้เพื่อดูแลสุขภาพ โดยสามารถนำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ยา อาหารและเครื่องสำอาง ซึ่งนวัตกรรมที่ได้จากองค์ความรู้จากงานวิจัยและพัฒนาจะช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและตอบสนองนโยบาย "ประเทศไทย 4.0" ได้  ดังนั้นกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยสถาบันวิจัยสมุนไพร มีบทบาทสำคัญในการศึกษาวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการยกระดับคุณภาพสมุนไพรหม่อนในประเทศไทย  เนื่องจากมีสรรพคุณหลากหลายตามภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย โดยเฉพาะส่วนใบ มีรสจืดเย็น เป็นยาขับเหงื่อ แก้ไข้ แก้ตัวร้อน แก้ร้อนในกระหายน้ำ แก้ไอ ระงับประสาท หรือต้มเอาน้ำล้างตา แก้ตาแดง แฉะ ฝ้าฟาง 

     อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ดำเนินการศึกษาวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรจากหม่อนแบบครบวงจร ตั้งแต่การปลูกจนถึงการวิจัยทางคลินิก โดยพัฒนาแหล่งเพาะปลูกหม่อนที่สวนสมุนไพรกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จังหวัดระยอง ซึ่งได้รับการรับรองการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืช (Good Agricultural Practice; GAP) จากกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2553 จนถึงปัจจุบัน และทำการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์สารสกัดหม่อนแคปซูล และ ได้รับสิทธิบัตรจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา เรื่อง “ผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพที่มีสารสกัดจากใบหม่อนเป็นส่วนประกอบ” จากการวิจัยพบว่า ผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพนี้มีผลต่อการเพิ่มคุณภาพชีวิตของอาสาสมัคร วัยกลางคนและผู้สูงอายุ โดยเพิ่มสมรรถภาพทางกาย ทำให้กล้ามเนื้อแขน และกล้ามเนื้อต้นขามีความแข็งแรงมากขึ้น ช่วยให้การทรงตัวดีขึ้น เพิ่มสมรรถภาพทางจิต ทำให้มีความสงบมากขึ้น ลดกลุ่มอาการซึมเศร้าและวิตกกังวล และเพิ่มการเรียนรู้และความจำ ทำให้เพิ่มความจำได้ดี  และหลังจากนี้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์พร้อมที่จะถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับผู้ประกอบการที่สนใจ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาสมุนไพรไทยตามนโยบายของรัฐบาล


      "สำหรับแนวทางการยกระดับศักยภาพสมุนไพรสู่นวัตกรรม จำเป็นต้องมีองค์ความรู้ที่ถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์แบบสหสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทั้งหมด ตั้งแต่การคัดเลือกชนิดสมุนไพร การจัดหาสายพันธุ์ที่ให้ผลผลิตดี มีสารสำคัญสูง ทนทานต่อโรคและสิ่งแวดล้อม การปลูกและเก็บเกี่ยวที่เหมาะสม การแปรรูป การควบคุมคุณภาพเพื่อให้ได้วัตถุดิบหรือสารสกัดสมุนไพรที่ดี เพื่อนำไปศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาและด้านความปลอดภัยทั้งหลอดทดลองและสัตว์ทดลอง รวมถึงการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ให้ตรงตามความต้องการของตลาด ตลอดจนการบรรจุและเก็บรักษาให้มีคุณภาพดี และมีความคงสภาพตลอดอายุที่ระบุในฉลาก ซึ่งสถาบันวิจัยสมุนไพร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มีโครงการ "คุณภาพสมุนไพรไทย" เพื่อพัฒนาและยกระดับคุณภาพวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์สมุนไพรในประเทศให้มีมาตรฐานสากล สามารถเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและตอบสนองนโยบาย ประเทศไทย 4.0 ได้" นายแพทย์สุขุมกล่าว


ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

แผนผังเว็บไซต์