กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แนะวิธีป้องกัน-กำจัด “ตัวเรือด” และการปฐมพยาบาลเบื้องต้นหากถูกกัด

โดย : ฝ่ายประชาสัมพันธ์
2,040
21 พฤษภาคม 2568

นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า “ตัวเรือด” หรือ “เบดบั๊ก” (bed bug) เป็นแมลงไม่มีปีกที่เป็นปัญหาด้านสาธารณสุข ตัวเรือดสามารถแพร่ขยายพันธุ์และเพิ่มจำนวนได้อย่างรวดเร็วและมีนิสัยชอบซ่อนตัวอยู่ตามที่นอน ซอกเตียง เก้าอี้ พื้นกระดานและรอยแตกของอาคารตัวเรือดนอกจากจะก่อความรำคาญจากการกัดและรบกวนการนอนแล้ว โปรตีนในน้ำลายของตัวเรือดยังมีพิษ ทำให้ผิวหนังบริเวณที่ถูกกัดดูดเลือดมีอาการบวมอักเสบ และในผู้ที่แพ้น้ำลายของตัวเรือดนั้นจะทำให้เป็นผื่นขึ้นตามตัวได้แม้จะถูกกัดเพียงไม่กี่จุดก็ตาม สำหรับการรักษาและการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ทำได้โดยการล้างบริเวณที่ถูกกัดให้ทั่วด้วยสบู่และน้ำ เพื่อป้องกันการติดเชื้อที่ผิวหนังแล้วทาคาลาไมน์ เพื่อบรรเทาอาการคัน หรือทาครีมแก้คันกลุ่มสเตียรอยด์ เพื่อรักษาอาการคันและการอักเสบจากการถูกตัวเรือดกัด และอาจทานยาแก้แพ้ร่วมด้วย เพื่อบรรเทาอาการแพ้ที่ผิวหนัง หากอาการไม่ดีขึ้นควรพบแพทย์

 

 

นายแพทย์ยงยศ เปิดเผยอีกว่า เมื่อไม่นานมานี้มีข่าวทีมนักวิจัยจากต่างประเทศได้ตรวจสอบตัวเรือดในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา พบตัวเรือดอาจดื้อต่อยาฆ่าแมลงได้ดีกว่าเดิม อย่างไรก็ตาม สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งมีห้องปฏิบัติการกีฏวิทยาทางการแพทย์ แนะนำวิธีการป้องกันและกำจัดตัวเรือด ดังนี้

        1) การใช้ความร้อน 
- ต้มผ้าปูที่นอน ม่าน ตลอดจนเครื่องนอนหรือเครื่องใช้อื่นๆ

- อบด้วยเครื่องอบผ้า (Dryer) ที่อุณหภูมิอย่างน้อย 60 องศาเซลเซียส อย่างน้อย 30 นาที

 - ใช้เครื่องพ่นไอน้ำร้อน (Steamer) พ่นบริเวณที่พบตัวเรือดด้วยอุณหภูมิอย่างน้อย 60 องศาเซลเซียส
 (ต้องเป็นช่วงที่ไอน้ำผ่านออกมาจากปลายท่อไม่เกิน 2.5 ซม.)

- ใช้เครื่องทำความร้อน (Heater) อบห้องให้อุณหภูมิสูงกว่า 50 องศาเซลเซียส อย่างน้อย 3 ชั่วโมง
หรือที่ 60 องศาเซลเซียส อย่างน้อย 1 ชั่วโมง

          2) การใช้สารเคมี

- ใช้สารเคมีกำจัดแมลงประเภทผสมน้ำฉีดพ่น เช่น อิมิดาคลอพริด (Imidacloprid), คลอเฟนาเพอร์ (Chlorfenapyr) ฯลฯ

- ใช้ผลิตภัณฑ์เคมีกำจัดแมลงประเภทสเปรย์กระป๋องอัดก๊าซ สูตรน้ำมัน ซึ่งต้องมีสารออกฤทธิ์ในกลุ่ม
ไพรีทรอยด์ (Pyrethiod) ผสมกันตั้งแต่ 2 – 4 ชนิด ฉีดพ่นสเปรย์รอบกระเป๋าและล้อลาก หลังเดินทางกลับถึงบ้าน

ทั้งนี้การฉีดพ่นสารเคมีกำจัดแมลงดังกล่าว ต้องฉีดพ่นให้ทั่วทุกซอกทุกมุมที่เป็นแหล่งซ่อนตัวของตัวเรือด
จึงจะได้ผลดี ส่วนการพ่นหมอกควันโดยใช้สารเคมีกำจัดแมลงชนิดต่างๆ ที่ใช้พ่นกำจัดยุงทั่วไป ไม่สามารถจำกัดตัวเรือดได้

***ดูเพิ่มเติมได้ที่ >> http://nih.dmsc.moph.go.th/login/filedata/Bed%20bugs.pdf

 

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202630031774836912833506565-7577.jpg
การสัมมนาฟื้นฟูและแลกเปลี่ยนเรียนรู้การประกันคุณภาพห้องปฏิบัติการด้วยการทดสอบความชำนาญ ครั้งที่ 3 ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นประธานเปิดการสัมมนา ฟื้นฟูและแลกเปลี่ยนเรียนรู้การประกันคุณภาพห้องปฏิบัติการด้วยการทดสอบความชำนาญ ครั้งที่ 3 ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือกล่าวรายงานโดย นพ.วัชรพงษ์ คำหล้า รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยมี พร้อมด้วย ดร.ฐิติวัสส์ สุวคนธ์ ผู้อำนวยการกองทดสอบความชำนาญ ผู้บริหารศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ วิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยมหิดล กรมควบคุมโรค กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และผู้เข้าร่วมสัมมนาจากห้องปฏิบัติการโรงพยาบาลภาครัฐ และภาคเอกชนที่เป็นสมาชิกการทดสอบความชำนาญของกองทดสอบความชำนาญเข้าร่วมสัมมนา ณ โรงแรมเซ็นทารา จังหวัดอุบลราชธานี

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202626031774497033497042958-7547.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ สร้างเสริมเครือข่ายยกระดับคุณภาพห้องปฏิบัติการรังสีวินิจฉัย เขตบริการสุขภาพที่ 13 กรุงเทพมหานคร

การจัดอบรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาส่งเสริมและสนับสนุนระบบคุณภาพและความปลอดภัยของห้องปฏิบัติการด้านการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อยกระดับมาตรฐานการให้บริการแก่ประชาชนในด้านการวินิจฉัยทางรังสี ตลอดจนสร้างเครือข่ายห้องปฏิบัติการรังสีวินิจฉัย สร้างความร่วมมือการดำเนินงาน และจัดทำระบบคุณภาพมาตรฐานห้องปฏิบัติการรังสีวินิจฉัย โดยมีบุคลากรจากห้องปฏิบัติการรังสีวินิจฉัยของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ในเขตสุขภาพที่ 13 กรุงเทพมหานคร และบุคลากรจากสำนักรังสีและเครื่องมือแพทย์เข้าร่วมอบรม ณ โรงแรมอมารีแอร์พอร์ต ดอนเมือง กรุงเทพมหานคร

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202625031774442468565477823-7545.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับ 14 ประเทศสมาชิกเครือข่ายห้องปฏิบัติการสาธารณสุขระดับภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก (RPHL Network) จัดประชุมใหญ่ประจำปี เสริมสร้างความร่วมมือและพัฒนาขีดความสามารถด้านระบบห้องปฏิบัติการสาธารณสุข เพื่อตอบสนองภัยคุกคามด้านสุขภาพในระดับภูมิภาคและระดับโลก

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับ 14 ประเทศสมาชิกเครือข่ายห้องปฏิบัติการสาธารณสุขระดับภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก (RPHL Network) จัดประชุมใหญ่ประจำปี เสริมสร้างความร่วมมือและพัฒนาขีดความสามารถด้านระบบห้องปฏิบัติการสาธารณสุข เพื่อตอบสนองภัยคุกคามด้านสุขภาพในระดับภูมิภาคและระดับโลก

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์