กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เร่งขยาย “หน่วยบริการเจาะเลือดนอกโรงพยาบาล” ให้ครบทุกจังหวัด เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชน ไม่ต้องเดินทางมา รพ. ลดค่าใช้จ่าย และความแออัด

โดย : ฝ่ายประชาสัมพันธ์
2,714
16 พฤษภาคม 2568

      วันนี้ (16 พฤษภาคม 2568) ที่ โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์ สไตลิช คอนเวนชั่น จังหวัดนนทบุรี นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นประธานเปิดการสัมมนาขับเคลื่อนดำเนินงาน การขึ้นทะเบียนหน่วยบริการเจาะเลือดนอกโรงพยาบาล ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดยมี ผู้บริหารกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลในสังกัดกรมการแพทย์ กองบริหารการสาธารณสุข ผู้บริหารจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) นักวิชาการ และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมกว่า 500 คน
     นายแพทย์ยงยศ กล่าวว่า ปัญหาที่ผู้ป่วยและญาติ ต้องเสียเวลารอคอยผลตรวจเลือดจากห้องปฏิบัติการเป็นเวลานาน ทำให้พี่น้องประชาชนไม่ได้รับความสะดวกสบาย และต้องไปอยู่แออัดที่โรงพยาบาลเป็นปัญหาที่กระทรวงสาธารณสุขต้องเร่งรัดแก้ไข เพื่อให้เป็นไปตาม นโยบายสำคัญของรัฐบาล “30 บาทรักษาทุกที่” ให้พี่น้องประชาชนสะดวก สบาย และลดความแออัดในการไปใช้บริการที่โรงพยาบาล โดยกระทรวงสาธารณสุข ได้กำหนดนโยบายลดความแออัดทางห้องปฏิบัติการ เมื่อปี 2563 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อลดความแออัดในกลุ่มเป้าหมายโรงพยาบาลขนาดใหญ่ของกระทรวงสาธารณสุข โดยมีโมเดลให้ผู้ป่วยไปใช้บริการเจาะเลือดนอกโรงพยาบาล ซึ่งเป็นหน่วยบริการปฐมภูมิใกล้บ้าน เช่น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ศูนย์อนามัย ศูนย์สุขภาพ ดำเนินการเจาะเลือด เก็บตัวอย่าง และนำส่งตัวอย่างมาตรวจวิเคราะห์ที่โรงพยาบาลแม่ข่าย หลังจากนั้นก็มาฟังผลพบแพทย์
 
     กระทรวงสาธารณสุข ได้สนับสนุนการให้บริการสุขภาพที่มีคุณภาพแก่ประชาชนทั่วทุกพื้นที่ให้มีความเท่าเทียมกัน ในการเข้ารับบริการที่มีคุณภาพ และประชาชนมีสุขภาพแข็งแรง โดยการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดที่ช่วยขับเคลื่อน การลดความแออัดในโรงพยาบาล รวมทั้ง สปสช. โรงพยาบาลแม่ข่ายทุกแห่ง จนมีความก้าวหน้าอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งปัจจุบันมีจังหวัดที่เข้าร่วมโครงการแล้ว 63 จังหวัด มีโรงพยาบาลแม่ข่าย 182 แห่ง และมีหน่วยบริการกว่า 1,816 แห่ง อย่างไรก็ตาม มีอีกหลายจังหวัดที่ยังไม่มีโรงพยาบาลแม่ข่ายเข้าร่วมโครงการ ดังนั้น กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมสนับสนุนและเป็นพี่เลี้ยง เพื่อผลักดันให้มีหน่วยบริการเจาะเลือดนอกโรงพยาบาลครบถ้วนทุกจังหวัด
     นายแพทย์ยงยศ กล่าวต่ออีกว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดย สำนักมาตรฐานห้องปฏิบัติการ ได้รับมอบหมายทำหน้าที่เป็นหน่วยงานขึ้นทะเบียนรวมทั้งทำหน้าที่กำหนดและพัฒนามาตรฐาน และกำกับดูแลหน่วยบริการเจาะเลือด เก็บตัวอย่าง และนำส่งตัวอย่างนอกโรงพยาบาล ให้มีการธำรงรักษาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง และเป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการบริการที่มีคุณภาพมาตรฐานเท่าเทียมกัน ทั้งนี้ พบว่า จุดหนึ่งที่สำคัญสามารถลดระยะเวลาในการรอคอยได้คือ การเจาะเลือดและบริการทางห้องปฏิบัติการ การเจาะเลือดใกล้บ้านที่ รพ.สต. หรือสถานบริการสุขภาพหรือคลินิกเอกชน ก่อนนัดพบแพทย์ สามารถลดระยะเวลาการรอคอยในโรงพยาบาลมากกว่า 2-5 ชั่วโมง ซึ่งช่วยลดดวามแออัดในโรงพยาบาลได้
     “ทั้งนี้ หน่วยบริการสาธารณสุขทุกระดับที่สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการหน่วยบริการเจาะเลือดนอกโรงพยาบาล สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ สำนักมาตรฐานห้องปฏิบัติการ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โทรศัพท์ 02 951 0000 ต่อ 99952” นายแพทย์ยงยศ กล่าวทิ้งท้าย
 
 
 

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202619061781836402244199274-7961.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ผุดแอป “คัดแยกเห็ดไทย” สกัดป่วย-ตายจากเห็ดพิษ หลังพบผู้ป่วยทะลุ 1.2 หมื่นราย

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่าในแต่ละปีประเทศไทยจะมีผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจากการบริโภคเห็ดพิษอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค ตั้งแต่ปี 2565 – 2569 พบผู้ป่วยจากการบริโภคเห็ดพิษ จำนวน 12,000 กว่าราย โดยพบผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นทุกปี โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สาเหตุสำคัญเกิดจากการจำแนกเห็ดผิดชนิด ดังนั้นกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จึงร่วมกับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม พัฒนาแอปพลิเคชัน คัดแยกเห็ดขึ้น ภายใต้ชื่อ “คัดแยกเห็ดไทย” ซึ่งสามารถใช้งานได้ทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android เพื่อช่วยประชาชนคัดกรองและจำแนกชนิดเห็ดพิษและเห็ดรับประทานได้ในเบื้องต้น

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202610061781088676226382230-7917.jpg
กรมวิทย์ฯ เปิดเวที GLLP Asia-Pacific 2026 เสริมศักยภาพผู้นำห้องปฏิบัติการนานาชาติ สร้างความมั่นคงสุขภาพโลก รับมือโรคอุบัติใหม่ ภายใต้แนวคิด One Health

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ กรมปศุสัตว์ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (U.S. CDC) องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) และภาคีเครือข่ายนานาชาติ จัด "โครงการพัฒนาภาวะผู้นำห้องปฏิบัติการระดับโลก (Global Laboratory Leadership Program: GLLP) ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก รุ่นที่ 2 ประจำปี 2569" มุ่งพัฒนาศักยภาพผู้นำห้องปฏิบัติการด้านสาธารณสุข ภายใต้แนวคิด “One Health” เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางสุขภาพของประเทศและภูมิภาค พร้อมรับมือโรคอุบัติใหม่และภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขในอนาคต

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-883250146.jpg
กรมวิทย์ฯ ย้ำความพร้อมตรวจอีโบลา เดินหน้าฟื้นฟูห้องปฏิบัติการ DRA เสริมศักยภาพ โรงพยาบาลทั่วประเทศ

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นประธานเปิดการประชุม “พัฒนาศักยภาพห้องปฏิบัติการของประเทศ National LAB Network (NLN) : โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา : LAB ตรวจวินิจฉัย และ DRA” โดยมี นพ.พิเชฐ บัญญัติ พร้อมด้วย ดร.นพ.สุรเดชช ชวะเดช รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ดร.พิไลลักษณ์ อัคคไพบูลย์ โอกาดะ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการจากโรงพยาบาลภาครัฐและภาคเอกชน ร่วมประชุมออนไลน์กว่า 800 คน

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์