กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เร่งขยาย “หน่วยบริการเจาะเลือดนอกโรงพยาบาล” ให้ครบทุกจังหวัด เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชน ไม่ต้องเดินทางมา รพ. ลดค่าใช้จ่าย และความแออัด

โดย : ฝ่ายประชาสัมพันธ์
3,125
16 พฤษภาคม 2568

      วันนี้ (16 พฤษภาคม 2568) ที่ โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์ สไตลิช คอนเวนชั่น จังหวัดนนทบุรี นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นประธานเปิดการสัมมนาขับเคลื่อนดำเนินงาน การขึ้นทะเบียนหน่วยบริการเจาะเลือดนอกโรงพยาบาล ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดยมี ผู้บริหารกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลในสังกัดกรมการแพทย์ กองบริหารการสาธารณสุข ผู้บริหารจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) นักวิชาการ และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมกว่า 500 คน
     นายแพทย์ยงยศ กล่าวว่า ปัญหาที่ผู้ป่วยและญาติ ต้องเสียเวลารอคอยผลตรวจเลือดจากห้องปฏิบัติการเป็นเวลานาน ทำให้พี่น้องประชาชนไม่ได้รับความสะดวกสบาย และต้องไปอยู่แออัดที่โรงพยาบาลเป็นปัญหาที่กระทรวงสาธารณสุขต้องเร่งรัดแก้ไข เพื่อให้เป็นไปตาม นโยบายสำคัญของรัฐบาล “30 บาทรักษาทุกที่” ให้พี่น้องประชาชนสะดวก สบาย และลดความแออัดในการไปใช้บริการที่โรงพยาบาล โดยกระทรวงสาธารณสุข ได้กำหนดนโยบายลดความแออัดทางห้องปฏิบัติการ เมื่อปี 2563 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อลดความแออัดในกลุ่มเป้าหมายโรงพยาบาลขนาดใหญ่ของกระทรวงสาธารณสุข โดยมีโมเดลให้ผู้ป่วยไปใช้บริการเจาะเลือดนอกโรงพยาบาล ซึ่งเป็นหน่วยบริการปฐมภูมิใกล้บ้าน เช่น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ศูนย์อนามัย ศูนย์สุขภาพ ดำเนินการเจาะเลือด เก็บตัวอย่าง และนำส่งตัวอย่างมาตรวจวิเคราะห์ที่โรงพยาบาลแม่ข่าย หลังจากนั้นก็มาฟังผลพบแพทย์
 
     กระทรวงสาธารณสุข ได้สนับสนุนการให้บริการสุขภาพที่มีคุณภาพแก่ประชาชนทั่วทุกพื้นที่ให้มีความเท่าเทียมกัน ในการเข้ารับบริการที่มีคุณภาพ และประชาชนมีสุขภาพแข็งแรง โดยการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดที่ช่วยขับเคลื่อน การลดความแออัดในโรงพยาบาล รวมทั้ง สปสช. โรงพยาบาลแม่ข่ายทุกแห่ง จนมีความก้าวหน้าอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งปัจจุบันมีจังหวัดที่เข้าร่วมโครงการแล้ว 63 จังหวัด มีโรงพยาบาลแม่ข่าย 182 แห่ง และมีหน่วยบริการกว่า 1,816 แห่ง อย่างไรก็ตาม มีอีกหลายจังหวัดที่ยังไม่มีโรงพยาบาลแม่ข่ายเข้าร่วมโครงการ ดังนั้น กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมสนับสนุนและเป็นพี่เลี้ยง เพื่อผลักดันให้มีหน่วยบริการเจาะเลือดนอกโรงพยาบาลครบถ้วนทุกจังหวัด
     นายแพทย์ยงยศ กล่าวต่ออีกว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดย สำนักมาตรฐานห้องปฏิบัติการ ได้รับมอบหมายทำหน้าที่เป็นหน่วยงานขึ้นทะเบียนรวมทั้งทำหน้าที่กำหนดและพัฒนามาตรฐาน และกำกับดูแลหน่วยบริการเจาะเลือด เก็บตัวอย่าง และนำส่งตัวอย่างนอกโรงพยาบาล ให้มีการธำรงรักษาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง และเป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการบริการที่มีคุณภาพมาตรฐานเท่าเทียมกัน ทั้งนี้ พบว่า จุดหนึ่งที่สำคัญสามารถลดระยะเวลาในการรอคอยได้คือ การเจาะเลือดและบริการทางห้องปฏิบัติการ การเจาะเลือดใกล้บ้านที่ รพ.สต. หรือสถานบริการสุขภาพหรือคลินิกเอกชน ก่อนนัดพบแพทย์ สามารถลดระยะเวลาการรอคอยในโรงพยาบาลมากกว่า 2-5 ชั่วโมง ซึ่งช่วยลดดวามแออัดในโรงพยาบาลได้
     “ทั้งนี้ หน่วยบริการสาธารณสุขทุกระดับที่สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการหน่วยบริการเจาะเลือดนอกโรงพยาบาล สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ สำนักมาตรฐานห้องปฏิบัติการ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โทรศัพท์ 02 951 0000 ต่อ 99952” นายแพทย์ยงยศ กล่าวทิ้งท้าย
 
 
 

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202604111793775785162321256-8341.jpg
INFOGRAPHIC : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อ Listeria monocytogenes ในอาหาร

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-732911597.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อลิสเทอเรียในอาหาร เตือนเชื้อนี้เจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น แนะเก็บแยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค ลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-415055800.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงอย่างถูกต้อง ห้ามนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงเกินจริง ย้ำใบรายงานผลทดสอบไม่ใช่ใบรับรองผลิตภัณฑ์

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงและประชาสัมพันธ์อย่างถูกต้อง หลังพบการนำผลทดสอบไปเผยแพร่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ย้ำใบรายงานผลการทดสอบแต่ละฉบับรับรองผลเฉพาะตัวอย่างที่ได้รับเท่านั้น ไม่ใช่การรับรองผลิตภัณฑ์ ต้องไม่กล่าวอ้างเกินขอบเขตการทดสอบ หรือทำให้ประชาชนเข้าใจผิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคุ้มครองผู้บริโภค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-789496760.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ชู 5 นโยบายปี 2570 ยกระดับสุขภาพประชาชน ลดค่าใช้จ่ายระบบสาธารณสุข

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มุ่งใช้ศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนระบบสาธารณสุขของประเทศ ผ่าน 5 นโยบายสำคัญในปีงบประมาณ 2570 ยกระดับการป้องกันโรคและคุณภาพบริการสุขภาพ ตั้งแต่การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ตรวจคัดกรองโรคแม่และเด็ก ไปจนถึงการจัดทำแนวทางการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ทั้งการตรวจห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และรังสีวินิจฉัยอย่างสมเหตุผล ตลอดจนสนับสนุนการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรด้านสุขภาพอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-163174526.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมตรวจ “กาฬโรค” รู้ผลใน 24 ชั่วโมง ย้ำยึดหลักตามมาตรฐานความปลอดภัยชีวนิรภัยระดับ 3

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะห้องปฏิบัติการอ้างอิงของประเทศ มีความพร้อมและศักยภาพด้านความปลอดภัยทางชีวภาพระดับ 3 (Biosafety Level 3: BSL-3) รองรับการตรวจวินิจฉัยเชื้อก่อโรคกาฬโรคได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และปลอดภัย เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคของประเทศ ย้ำกาฬโรคเป็นโรคติดเชื้อที่มีความรุนแรง การเก็บและนำส่งตัวอย่าง รวมถึงการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ จึงต้องดำเนินการอย่างถูกต้องและปลอดภัย

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์