กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ตรวจวินิจฉัยเชื้อก่อโรคไข้อีดำอีแดง ทางห้องปฏิบัติการ "ชี้ไม่ใช่โรคร้ายแรง" สามารถรักษาให้หายขาดได้ แนะผู้ปกครองสังเกตบุตรหลาน หากมีผื่นแดงร่วมกับอาการไข้ ให้พบแพทย์ เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรักษา

โดย : ฝ่ายประชาสัมพันธ์
1,385
7 มีนาคม 2568


 

นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวถึง โรคไข้อีดำอีแดง ว่าเป็นโรคโบราณที่อุบัติซ้ำกลับมาใหม่ หลายคนอาจไม่รู้จักและเข้าใจผิดกันอยู่ จนทำให้เกิดโรคลุกลามและแทรกซ้อนได้ โรคไข้อีดำอีแดงเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียสเตรปโตคอคคัส กรุ๊ปเอ (Group A Streptococcus) หรือ Streptococcus pyogenes ซึ่งเป็นเชื้ออยู่ในลำคอ สามารถพบคนที่เป็นพาหะเชื้อนี้ได้ร้อยละ 10-20 เชื้อนี้มีช่องทางการติดต่อโดยการหายใจ สูดละอองฝอยน้ำลาย หรือการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อ มักพบในเด็กเล็กจนถึงวัยเรียน อายุ 5-15 ปี โดยหากติดเชื้อจะมีไข้สูง หนาวสั่น เจ็บคอ กลืนลำบาก มีผื่นแดงหยาบคล้ายกระดาษทราย (sandpaper-like rash) มักเริ่มจากหน้าอก ลำตัว แล้วลามไปทั่วร่างกาย มีลิ้นสีแดงคล้ายสตรอว์เบอร์รี (Strawberry tongue) และอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนสำคัญคือ โรคหัวใจรูมาติก (Rheumatic Fever) หรือไตอักเสบ โรคไข้อีดำอีแดง ไม่ใช่โรคร้ายแรง สามารถรักษาให้หายขาดได้ โดยรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะ ได้แก่ Penicillin หรือ Amoxycillin หรือ Erythromycin จนครบ 10 วัน เพื่อป้องกันการเกิดโรคไข้รูมาติกและไตอักเสบแทรกซ้อน

 




นายแพทย์ยงยศ กล่าวต่ออีกว่า การป้องกันและการลดโอกาสเกิดการติดเชื้อในเด็ก ผู้ปกครองควรสังเกตผื่นแดงร่วมกับอาการไข้ที่เกิดขึ้นกับบุตรหลาน ไม่ใช่ผื่นจากอาการแพ้ แต่เป็นผื่นจากโรคมากกว่า เพื่อจะได้รีบพาไปพบแพทย์รับการตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาที่เหมาะสมต่อไป หากเด็กป่วยให้หยุดเรียน 
เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อให้เด็กคนอื่น นอกจากนี้การล้างมือเป็นวิธีสำคัญในการป้องกันการแพร่เชื้อ โดยเฉพาะหลังไอ จาม หรือ ก่อนจับอาหาร ควรปิดปากขณะไอ จาม ไม่ใช้แก้วน้ำ ช้อน ผ้าเช็ดหน้าร่วมกัน ก็เป็นการป้องกันที่ดี รวมทั้งการแยกภาชนะของผู้ป่วย การแยกซักล้างเครื่องใช้ส่วนตัวก็ถือเป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน
“สำหรับการส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข เปิดให้บริการตรวจเกี่ยวกับเชื้อ S. pyogenes ดังนี้ 1.การเพาะแยกเชื้อแบคทีเรีย S. pyogenes จากสิ่งส่งตรวจ ได้แก่ Throat swab, Nasopharyngeal swab ใน Stuart transport media หรือ Amies transport media ขนส่งที่อุณหภูมิห้อง 2. ตรวจยืนยันตัวอย่างเชื้อบริสุทธิ์บน Blood agar หรือ Dorset egg slant ขนส่งที่อุณหภูมิห้อง

 


ทั้งนี้ สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มได้ที่ศูนย์รวมบริการ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โทรศัพท์ 0 2951 0000 ต่อ 98328 และศูนย์เฝ้าระวังและประสานงานทางห้องปฏิบัติการ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โทร 0 2951 0000 ต่อ 99248 หรือแอดไลน์ที่ Line Official account : @769baxtr” นายแพทย์ยงยศ กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202619061781836402244199274-7961.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ผุดแอป “คัดแยกเห็ดไทย” สกัดป่วย-ตายจากเห็ดพิษ หลังพบผู้ป่วยทะลุ 1.2 หมื่นราย

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่าในแต่ละปีประเทศไทยจะมีผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจากการบริโภคเห็ดพิษอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค ตั้งแต่ปี 2565 – 2569 พบผู้ป่วยจากการบริโภคเห็ดพิษ จำนวน 12,000 กว่าราย โดยพบผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นทุกปี โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สาเหตุสำคัญเกิดจากการจำแนกเห็ดผิดชนิด ดังนั้นกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จึงร่วมกับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม พัฒนาแอปพลิเคชัน คัดแยกเห็ดขึ้น ภายใต้ชื่อ “คัดแยกเห็ดไทย” ซึ่งสามารถใช้งานได้ทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android เพื่อช่วยประชาชนคัดกรองและจำแนกชนิดเห็ดพิษและเห็ดรับประทานได้ในเบื้องต้น

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202610061781088676226382230-7917.jpg
กรมวิทย์ฯ เปิดเวที GLLP Asia-Pacific 2026 เสริมศักยภาพผู้นำห้องปฏิบัติการนานาชาติ สร้างความมั่นคงสุขภาพโลก รับมือโรคอุบัติใหม่ ภายใต้แนวคิด One Health

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ กรมปศุสัตว์ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (U.S. CDC) องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) และภาคีเครือข่ายนานาชาติ จัด "โครงการพัฒนาภาวะผู้นำห้องปฏิบัติการระดับโลก (Global Laboratory Leadership Program: GLLP) ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก รุ่นที่ 2 ประจำปี 2569" มุ่งพัฒนาศักยภาพผู้นำห้องปฏิบัติการด้านสาธารณสุข ภายใต้แนวคิด “One Health” เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางสุขภาพของประเทศและภูมิภาค พร้อมรับมือโรคอุบัติใหม่และภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขในอนาคต

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-883250146.jpg
กรมวิทย์ฯ ย้ำความพร้อมตรวจอีโบลา เดินหน้าฟื้นฟูห้องปฏิบัติการ DRA เสริมศักยภาพ โรงพยาบาลทั่วประเทศ

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นประธานเปิดการประชุม “พัฒนาศักยภาพห้องปฏิบัติการของประเทศ National LAB Network (NLN) : โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา : LAB ตรวจวินิจฉัย และ DRA” โดยมี นพ.พิเชฐ บัญญัติ พร้อมด้วย ดร.นพ.สุรเดชช ชวะเดช รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ดร.พิไลลักษณ์ อัคคไพบูลย์ โอกาดะ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการจากโรงพยาบาลภาครัฐและภาคเอกชน ร่วมประชุมออนไลน์กว่า 800 คน

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์