กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จัดการสัมมนาผู้รับบริการ เพื่อร่วมกันยกระดับมาตรฐานห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และสาธารณสุขของประเทศ

โดย : ฝ่ายประชาสัมพันธ์
1,135
20 ธันวาคม 2567



วันนี้ (20 ธันวาคม 2567) นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นประธานเปิดการสัมมนาผู้รับบริการงานรับรองห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และสาธารณสุขมาตรฐานระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 จัดโดย สำนักมาตรฐานห้องปฏิบัติการ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์  โดยมี นายแพทย์บัลลังก์ อุปพงษ์ รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ นายสุรศักดิ์ หมื่นพล ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานห้องปฏิบัติการ ผู้รับบริการจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน วิทยากร นักวิชาการ และบุคลากรสำนักมาตรฐานห้องปฏิบัติการ จำนวน 200 คน เข้าร่วม ณ โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์ จังหวัดนนทบุรี

 

นายแพทย์ยงยศ กล่าวว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดย สำนักมาตรฐานห้องปฏิบัติการ มีภารกิจเกี่ยวกับการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาระบบประกันคุณภาพห้องปฏิบัติการ ติดตาม ตรวจสอบระบบคุณภาพและให้การรับรอง ห้องปฏิบัติการด้านการแพทย์และสาธารณสุข โดยสำนักมาตรฐานห้องปฏิบัติการให้การรับรองห้องปฏิบัติการด้านการแพทย์ และสาธารณสุขตามมาตรฐานสากล ได้แก่ ISO15189:2012, ISO15190:2020, ISO12870:2016, ISO/IEC17025:2017 ISO17034:2016, ISO20387:2018 และตรวจสอบการขึ้นทะเบียนหน่วยงานศึกษาวิจัย พัฒนา ตามหลักปฏิบัติที่ดีทางห้องปฏิบัติการขององค์การเพื่อความมือและการพัฒนาเศรษฐกิจ (OECD GLP) รวมทั้งการรับรองห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ มาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข (MOPH LAB), การรับรองระบบบริหารคุณภาพห้องปฏิบัติการรังสีวินิจฉัย มาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข (MOPH X-RAY), การรับรองความสามารถห้องปฏิบัติการของสถานพยาบาลตรวจสุขภาพคนหางานที่จะไปทำงานต่างประเทศ, การรับรองคุณภาพระบบตรวจสอบสารพิษตกค้างในผักสด ผลไม้สด และสารปนเปื้อนในอาหาร การรับรองระบบคุณภาพห้องปฏิบัติการด่านอาหารและยา และการขึ้นทะเบียนหน่วยบริการเจาะเลือด เก็บตัวอย่างและนำส่งตัวอย่างนอกโรงพยาบาล เพื่อสนับสนุนโครงการลดความแออัดกระทรวงสาธารณสุข และการพัฒนาและบังคับใช้กฎหมายพระราชบัญญัติเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ พ.ศ. 2558 การควบคุมและการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวโดยการพิจารณาออกหนังสือรับรองการแจ้งและใบอนุญาตการดำเนินการผลิต นำเข้า ส่งออก ขาย นำผ่าน และมีไว้ในครอบครองเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ ปัจจุบันมีห้องปฏิบัติการทั้งภาครัฐและเอกชน ที่ผ่านการรับรองจากสำนักมาตรฐานห้องปฏิบัติการแล้วมากกว่า 2,600 แห่ง ทั่วประเทศ

 




 นายแพทย์ยงยศ กล่าวต่ออีกว่า ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 สำนักมาตรฐานห้องปฏิบัติการ ตระหนักและเห็นความสำคัญในการสนับสนุน พัฒนา การรักษาระบบคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นเครื่องชี้วัดและประกันคุณภาพความสามารถของห้องปฏิบัติการให้เป็นที่ยอมรับของผู้รับบริการ จึงจัดโครงการสัมมนาผู้รับบริการงานรับรองห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และสาธารณสุขมาตรฐานระดับประเทศ เพื่อชี้แจงแนวทางนโยบายการขับเคลื่อนการดำเนินงานของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ยกระดับและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้รับบริการ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้รับบริการเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงาน แลกเปลี่ยนความคิดเห็น รับฟังความต้องการในการพัฒนาร่วมกัน และนำมาปรับปรุงคุณภาพการให้บริการตามภารกิจของหน่วยงานให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน

 





 “ทั้งนี้ หน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่จะขอการรับรองห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และสาธารณสุข มาตรฐานระดับประเทศ สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักมาตรฐานห้องปฏิบัติการ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์  โทรศัพท์ 0 2951 0000 ต่อ 99766, 99961, 99950-52 หรือที่เว็บไซต์ https://blqs.dmsc.moph.go.thนายแพทย์ยงยศ กล่าวทิ้งท้าย
 

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202608051778239015158605105-7721.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เผยพบเชื้อแบคทีเรียดื้อยาคาร์บาพีเนม สูงเกินร้อยละ 70 เสี่ยงไม่มียารักษาในอนาคต ชูระบบสุขภาพ One Health เฝ้าระวังภาวะดื้อยาทั้งระบบ และเตือนประชาชนใช้ยาปฏิชีวนะตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยสถานการณ์เชื้อดื้อยาต้านจุลชีพของประเทศไทยจากข้อมูลเฝ้าระวังย้อนหลัง 10 ปี พบแนวโน้มการดื้อยาของเชื้อแบคทีเรียสำคัญเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเชื้อ Acinetobacter calcoaceticus-baumannii complex (อะซินีโตแบคเตอร์ แคลโคอะซีติคัส-เบามันนีไอ คอมเพล็กซ์) ซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรียก่อโรคติดเชื้อในโรงพยาบาลที่รุนแรง มีอัตราการดื้อยาปฏิชีวนะกลุ่ม carbapenem (คาร์บาพีเนม) ซึ่งเป็นยาต้านจุลชีพทางเลือกสุดท้าย สูงกว่าร้อยละ 70 สะท้อนความรุนแรงของปัญหาเชื้อดื้อยาที่ส่งผลกระทบต่อระบบสาธารณสุขและทางเลือกในการรักษาผู้ป่วย เตือนประชาชนใช้ยาปฏิชีวนะตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อชะลอการดื้อยาในอนาคต

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์