สารหล่อลื่นชนิดใด ห้ามใช้กับถุงยางอนามัย

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
1,145
6 กันยายน 2566


โดยปกติของถุงยางอนามัยจะมีการเติมสารหล่อลื่นอยู่แล้ว โดยสารหล่อลื่นที่นิยมใช้ในกระบวนการผลิตถุงยางอนามัย คือ ซิลิโคน ออยล์ (Silicone Oil) ซึ่งเป็นสารหล่อลื่นที่ไม่ละลายน้ำ และไม่ทำลายคุณภาพของเนื้อยาง ซึ่งการเติมปริมาณสารหล่อลื่นในถุงยางอนามัยจะขึ้นอยู่กับผู้ผลิตเป็นผู้กำหนด ส่วนมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดให้มีปริมาณสารหล่อลื่นในถุงยางอนามัยอยู่ในช่วง 400 - 600 มิลลิกรัม 


และสำหรับใครที่ต้องการหาสารหล่อลื่นเพิ่มเติมเพื่อใช้กับถุงยางอนามัย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ขอแนะนำให้ใช้สารหล่อลื่นประเภทใช้น้ำเป็นตัวทำละลาย ซึ่งสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป เช่น เค-วาย เจลลี่ คิว-ซี เจลลี่ ดูราเจล หรือกลีเซอลีน เป็นต้น ซึ่งสารหล่อลื่นประเภทนี้จะไม่ทำลายสภาพหรือทำให้คุณภาพถุงยางเสียหาย 


????กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เตือน สารหล่อลื่นชนิดใดที่ห้ามนำมาใช้กับถุงยางอนามัย ได้แก่

❌เบบี้ออยล์

❌น้ำมันพืช

❌น้ำมันทาผิว

❌ปิโตรเลียม เจลลี่

❌น้ำมันปรุงอาหาร

❌และน้ำมันชนิดอื่นๆ 

เพราะสารหล่อลื่นข้างต้นที่กล่าวมาจะทำให้ถุงยางอนามัยเสื่อมสภาพ แตกง่าย ทำให้ไม่สามารถใช้คุมกำเนิด หรือป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ 


????สำนักรังสีและเครื่องมือแพทย์  กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ศึกษาผลกระทบของการทาเพิ่มด้วยสารหล่อลื่นชนิดต่างๆ ที่ผู้ใช้มีโอกาสนำมาใช้ร่วมกับถุงยางอนามัย โดยพิจารณาความเหนียวและความยืดตัวของยางจากค่าความดันและปริมาตรขณะแตกของถุงยางอนามัย กำหนดชุดควบคุมเป็นถุงยางอนามัยที่ไม่ทาสารหล่อลื่นเพิ่ม ชุดทดลองเป็นถุงยางอนามัยที่ทาสารหล่อลื่นแต่ละชนิดเพิ่ม แยกเป็นสารหล่อลื่นประเภทใช้น้ำเป็นตัวทำละลาย (water-based lubricant) ได้แก่ เค-วาย เจลหล่อลื่นสูตรน้ำ และสารหล่อลื่นประเภทใช้น้ำมันเป็นตัวทำละลาย (oil-based lubricant) ได้แก่ เบบี้ออยล์, บอดี้โลชั่น, วาสลีน ปิโตรเลียม เจลลี่ และ น้ำมันพืช ได้ทดลองทาสารหล่อลื่นเพิ่มบนถุงยางอนามัยทิ้งไว้เป็นเวลา 5 10 30 และ 45 นาที ตามลำดับ แล้วนำไปทดสอบด้วยเครื่องทดสอบความดันและปริมาตรขณะแตกของถุงยางอนามัย ได้ผลการทดสอบว่า เค-วาย เจลหล่อลื่นสูตรน้ำ ไม่มีผลทำให้เกิดการเสื่อมสภาพของถุงยางอนามัย เนื่องจากเป็นสารหล่อลื่นประเภทละลายในน้ำ ไม่ทำลายเคมีของยางธรรมชาติ  โดยมีค่าความดันและปริมาตรขณะแตกใกล้เคียงกับถุงยางอนามัยชุดควบคุม สำหรับถุงยางอนามัยที่ทาเพิ่มด้วยสารหล่อลื่นประเภทละลายน้ำมัน พบว่า “น้ำมันพืช” ทำให้เกิดการเสื่อมสภาพของถุงยางอนามัยสูงสุด รองลงมาได้แก่ เบบี้ออยล์, ปิโตรเลียมเจลลี่ และ บอดี้โลชั่น ตามลำดับ ซึ่งเห็นผลได้อย่างชัดเจนหลังทาทิ้งไว้เพียง 5 นาที เนื่องจากถุงยางอนามัยแตกเร็วขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับถุงยางอนามัยชุดควบคุม 


ถ้ารู้แบบนี้แล้ว แนะนำให้หาซื้อสารหล่อลื่นที่จะไม่ทำให้ถุงยางอนามัยเสื่อมประสิทธิภาพดีกว่านะ ลงทุนไม่มาก แต่ได้ความปลอดภัยแบบ 100% และหาซื้อง่ายตามร้านขายยาทั่วไป ไม่ควรซื้อสารหล่อลื่นอะไรมาก็ได้นะ เพราะเสี่ยงที่จะเสื่อมประสิทธิภาพได้อย่างแน่นอน เพราะป้องกันไว้ดีกว่าแก้เสมอ⚡


ทั้งนี้ สำนักรังสีและเครื่องมือแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการทดสอบคุณภาพถุงยางอนามัย ส่งตัวอย่างได้ที่ ศูนย์รวมบริการกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โทร. 0 2589 9850-7 ต่อ 98150, 98152,  99968 , มือถือ 098-9156809 สอบถามข้อมูลวิชาการ โทร. 0 2589 9850-7 ต่อ 99954, 99955



ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202610061781088676226382230-7917.jpg
กรมวิทย์ฯ เปิดเวที GLLP Asia-Pacific 2026 เสริมศักยภาพผู้นำห้องปฏิบัติการนานาชาติ สร้างความมั่นคงสุขภาพโลก รับมือโรคอุบัติใหม่ ภายใต้แนวคิด One Health

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ กรมปศุสัตว์ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (U.S. CDC) องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) และภาคีเครือข่ายนานาชาติ จัด "โครงการพัฒนาภาวะผู้นำห้องปฏิบัติการระดับโลก (Global Laboratory Leadership Program: GLLP) ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก รุ่นที่ 2 ประจำปี 2569" มุ่งพัฒนาศักยภาพผู้นำห้องปฏิบัติการด้านสาธารณสุข ภายใต้แนวคิด “One Health” เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางสุขภาพของประเทศและภูมิภาค พร้อมรับมือโรคอุบัติใหม่และภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขในอนาคต

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-883250146.jpg
กรมวิทย์ฯ ย้ำความพร้อมตรวจอีโบลา เดินหน้าฟื้นฟูห้องปฏิบัติการ DRA เสริมศักยภาพ โรงพยาบาลทั่วประเทศ

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นประธานเปิดการประชุม “พัฒนาศักยภาพห้องปฏิบัติการของประเทศ National LAB Network (NLN) : โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา : LAB ตรวจวินิจฉัย และ DRA” โดยมี นพ.พิเชฐ บัญญัติ พร้อมด้วย ดร.นพ.สุรเดชช ชวะเดช รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ดร.พิไลลักษณ์ อัคคไพบูลย์ โอกาดะ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการจากโรงพยาบาลภาครัฐและภาคเอกชน ร่วมประชุมออนไลน์กว่า 800 คน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-162618602.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมเครือข่ายห้องปฏิบัติการ RT-PCR เสริมความพร้อมรับมือโรคอุบัติใหม่–ไข้หวัดใหญ่ ไข้หวัดนก ทั่วประเทศ

วันที่ 26 พฤษภาคม 2569 ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการ “การยกระดับศักยภาพเครือข่ายห้องปฏิบัติการด้าน RT-PCR ในการวินิจฉัยไข้หวัดใหญ่และไข้หวัดนก ประจำปี 2569” ซึ่งจัดขึ้นทั้งในรูปแบบ On-site และ Online เพื่อพัฒนาความรู้ ทักษะการปฏิบัติงาน และเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างห้องปฏิบัติการทั่วประเทศให้มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น โดยมีนพ.พิเชฐ บัญญัติ รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ บรรยายพิเศษในหัวข้อ “ทิศทางการเตรียมความพร้อมห้องปฏิบัติการต่อโรคอุบัติใหม่”

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์