กรมวิทย์ฯ เร่งรัดนำเทคโนโลยีใหม่การถอดรหัสพันธุกรรมของเชื้อวัณโรค ยกระดับการควบคุมและรักษาวัณโรคในจังหวัดเชียงราย

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
965
18 พฤษภาคม 2566

กรมวิทย์ฯ เร่งรัดนำเทคโนโลยีใหม่การถอดรหัสพันธุกรรมของเชื้อวัณโรค ยกระดับการควบคุมและรักษาวัณโรคในจังหวัดเชียงราย ให้เป็นต้นแบบระดับนานาชาติ เพื่อยุติวัณโรค ในปี พ.ศ.2573




วันนี้ (18 พฤษภาคม 2566) กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับ Japan International Cooperation Agency (JICA) ประเทศญี่ปุ่น ลงนามความร่วมมือทางวิชาการโครงการ Technical Cooperation Project for Accelerating Social Implementation of Science and Technology (TCP/ASIST) โดยมี นายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และ Mr. Kazuya Suzuki หัวหน้าผู้แทนองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (JICA) สำนักงานประเทศไทย เป็นผู้ลงนามบันทึก ร่วมกับผู้แทนกรมควบคุมโรค พญ.ผลิน กมลวัทน์ ผู้อำนวยการกองวัณโรค และ นพ.จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผู้อำนวยการกองระบาด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำผลสำเร็จของโครงการ “SATREPS project 2015-2019” โดยเฉพาะการใช้การแพทย์จีโนมิกส์หรือการแพทย์แม่นยำ สำหรับการควบคุมวัณโรคในแหล่งระบาดและการรักษาผู้ป่วยเพื่อยุติวัณโรค มุ่งพัฒนาแนวทางการควบคุมวัณโรค ร่วมกับ กองวัณโรค กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค และสถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เพื่อยุติวัณโรคในประเทศไทย ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น หลักสี่ กรุงเทพฯ

นายแพทย์ศุภกิจ กล่าวว่า วัณโรคยังเป็นปัญหาสาธารณสุขของประเทศไทย ที่ทำให้ประเทศไทยยังไม่บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG)  ประเทศไทยยังเป็น 1 ใน 14 ประเทศของโลกที่มีภาระวัณโรคสูง ในแต่ละปีมีผู้ป่วยวัณโรคเสียชีวิตประมาณ 12,000 ราย จำนวนผู้ป่วยวัณโรคของประเทศไทยมีแนวโน้มลดลงเนื่องจากกระทรวงสาธารณสุข ให้ความสำคัญกับการใช้มาตรการต่างๆ ซึ่งต้องมีมาตรการใหม่เพิ่มเติม เพื่อเร่งรัดให้ยุติวัณโรคให้เป็นไปตามเป้าหมายการลดวัณโรคอย่างน้อยร้อยละ 12.5 ต่อปี
ที่ผ่านมา ในช่วงปี พ.ศ.2558 ถึง 2562  กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ร่วมกับ School of International Health (SIH), Graduate School of Medicine, Faculty of Medicine, มหาวิทยาลัยโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ดำเนินการโครงการ “Integrative Application of Human and Pathogen Genomic Information for Tuberculosis Control” โดยได้รับการสนับสนุนร่วมกันจากทั้งสองประเทศ ภายใต้โปรแกรม Science and Technology Research Partnership for Sustainable Development (SATREPS) เกิดผลสำเร็จที่นำไปใช้สนับสนุนยุทธศาสตร์ยุติวัณโรค เช่น การถอดรหัสพันธุกรรมเชื้อ Mycobacterium tuberculosis (MTB) เพื่อระบุสายพันธุ์และประเมินความไวยาของเชื้อ การตรวจการแสดงออกของยีน (Gene Expression) เพื่อวินิจฉัยผู้ป่วยวัณโรค (Active TB disease) การตรวจ Interferon-gamma release assay (IGRA) เพื่อวินิจฉัยผู้ติดเชื้อวัณโรคระยะแฝง (latent TB infection) และตรวจยีนย่อยยา N-Acetyltransferase 2 (NAT2) เพื่อป้องกันตับอักเสบจากยาต้านวัณโรค 

 นายแพทย์ศุภกิจ กล่าวต่อว่า ในปี พ.ศ.2565 JICA ได้เปิดตัวกรอบความร่วมมือด้านเทคนิคระหว่างประเทศ “Technical Cooperation Project (TCP)” เน้นการเร่งรัดนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาใช้เพื่อประชาชน Accelerating Social Implementation of Science and Technology (TCP/ASIST) รัฐบาลไทย โดย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้เสนอโครงการ TCP/ASIST จนได้รับการพิจารณารับการสนับสนุนจากรัฐบาลญี่ปุ่นผ่านทาง JICA โดยมีระยะเวลาดำเนินการ 3 ปี โดยในปี พ.ศ.2566 นี้ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ดำเนินการโครงการ
ศูนย์ความเป็นเลิศวิทยาศาสตร์การแพทย์ด้านวัณโรค (TB Medical Science Excellent Center, TB-MSEC) ซึ่งเป็นการบูรณาการทางห้องปฏิบัติการและเครือข่ายวิจัยด้านวัณโรคระหว่างส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เพื่อนำเทคโนโลยีที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์พัฒนาในโครงการ SATREPS ไปให้บริการในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 1, 2 และ 7 ซึ่งเป็นพื้นที่นำร่อง และได้มีการจัดตั้งคณะทำงานเพื่อแปลผลพันธุกรรมของเชื้อวัณโรค เพื่อจัดทำแนวทางการใช้ข้อมูล WGS ของเชื้อวัณโรคด้านระบาดวิทยา ดังนั้นการดำเนินงานของศูนย์ความเป็นเลิศวิทยาศาสตร์การแพทย์ด้านวัณโรคและเครือข่ายพันธมิตรจากกรมควบคุมโรค และเขตสุขภาพ จะเป็นกิจกรรมสำคัญที่สนับสนุนให้เกิดผลสำเร็จในโครงการ TCP/ASIST นี้ โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์มีแผนในการขยายการดำเนินงานเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนโครงการเป็นระยะเวลา 3 ปี

“ภายใต้โครงการ TCP/ASIST กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับ JICA ได้จัดทำโครงการ The Project for Social Implementation of Infectious Disease Control Utilizing Genomic Information and Innovative Technology โดยนำผลสำเร็จของโครงการ SATREPS ได้แก่ การตรวจวินิจฉัยวัณโรคและการเฝ้าระวังการระบาดด้วยวิธีถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนมและการตรวจ IGRA มาใช้ในการศึกษาระบาดวิทยาของการแพร่และการดื้อยาของเชื้อวัณโรคและการตรวจทางพันธุกรรมของเชื้อวัณโรคและเจ้าบ้านเพื่อวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล เป็นต้น โครงการนี้มุ่งเน้นความร่วมมือในด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์โดยเฉพาะในเรื่องการวิเคราะห์ข้อมูลทางจีโนมิกส์ ทั้งในกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กรมควบคุมโรค และบุคลากรในเขตสุขภาพที่ 1, 2, 4, 5, 7 และ 8 โดยมีจังหวัดเชียงรายและโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ เป็นต้นแบบ พัฒนาศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ในภูมิภาคเพื่อสนับสนุนการแพทย์จีโนมิกส์สำหรับผู้ป่วยวัณโรค โดยมีความร่วมมือด้านการพัฒนาแนวทางกับหน่วยงานของกระทรวงสาธารณสุข ได้แก่ กองวัณโรค กองระบาดวิทยา สถาบันโรคทรวงอก สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 เชียงใหม่ และพัฒนาการวิเคราะห์ข้อมูลและวิจัยนโยบายร่วมกับภาคมหาวิทยาลัยทั้งคณะวิทยาศาสตร์ และคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล อีกด้วย” นายแพทย์ศุภกิจ กล่าวทิ้งท้าย

************ 18 พฤษภาคม 2566

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-283599668.jpg
จากห้องแล็บสู่ดอยสูง! กรมวิทย์ฯ ลุย ‘น่าน’ หนุนโมเดลต้นแบบพระราชดำริ ดันสมุนไพร-กาแฟไทยสู่สากล

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้รับเชิญจากสำนักงานองคมนตรี โดยพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี ประธานคณะกรรมการโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนตามพระราชดำริ เข้าร่วมการพัฒนาบ้านน้ำรีพัฒนา ตำบลขุนน่าน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน ซึ่งเป็นพื้นที่แห่งแรกที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ดำเนินโครงการฯ เพื่อช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่เขตชนบท ส่งเสริมคุณภาพชีวิต พัฒนาอัตลักษณ์ และอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น อันจะนำไปสู่การแก้ไขและพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202624071784896248755547611-8151.JPG
กรมวิทย์ฯ ร่วมกับมูลนิธิธาลัสซีเมียฯ ปิดประชุมวิชาการครั้งที่ 27 เดินหน้าประเทศไทยสู่เป้าหมาย “ปลอดโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงในประชากรรุ่นใหม่” ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับมูลนิธิโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียแห่งประเทศไทย และภาคีเครือข่าย ปิดฉากการประชุมสัมมนาวิชาการธาลัสซีเมียแห่งชาติ ครั้งที่ 27 ประจำปี 2569 พร้อมมอบรางวัลผลงานวิจัยและผลงานวิชาการดีเด่น ตอกย้ำความร่วมมือทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมาย “ปลอดโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงในประชากรรุ่นใหม่” ด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมห้องปฏิบัติการขั้นสูง

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-356276721.jpg
เด็กไทยเกิดใหม่ทุกคน รู้ผลธาลัสซีเมีย ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง รู้เร็ว รักษาเร็ว ลดความรุนแรง มุ่งสู่คนไทยรุ่นใหม่ปลอดโรคธาลัสซีเมีย

กระทรวงสาธารณสุข โดย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มูลนิธิโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียแห่งประเทศไทย และ ภาคีเครือข่าย ร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ “ประชากรรุ่นใหม่ปลอดโรคธาลัสซีเมีย” โดยมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีห้องปฏิบัติการขั้นสูง ตรวจวินิจฉัยโรคให้มีความแม่นยำสูงสุด สามารถระบุพาหะและตัวแปรพันธุกรรมที่ซับซ้อนเพื่อการรักษาได้อย่างตรงจุดแม่นยำนำเข้าสู่ระบบบริการและผลักดันให้เป็นสิทธิประโยชน์เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงได้ พร้อมเร่งยกระดับห้องปฏิบัติการเครือข่ายทั่วประเทศให้มีคุณภาพมาตรฐานและจัดทำฐานข้อมูลระดับประเทศ เพื่อใช้สนับสนุนการวางนโยบายเพื่อการป้องกันและควบคุมโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-361965682.jpg
กรมวิทย์ฯ จับมือ กทม. ยกระดับอสส.เมืองกรุง ใช้ชุดทดสอบเบื้องต้น เสริมเกราะคุ้มครองผู้บริโภคนชุมชน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร ติวเข้มอาสาสมัครสาธารณสุขวิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชน (อสส.) และพี่เลี้ยงกว่า 200 ชีวิต ด้วยแนวคิด “บันได 3 ขั้น” ตั้งแต่การเรียนรู้ผ่านระบบดิจิทัล การฝึกใช้ชุดทดสอบเบื้องต้น ไปจนถึงการลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริง โดยมีพยาบาลวิชาชีพและเภสัชกรคอยเป็นพี่เลี้ยงดูแลอย่างใกล้ชิด มุ่งสร้างอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อร่วมกันเป็นพลังสำคัญของเครือข่ายเฝ้าระวัง แจ้งเตือนภัย และส่งต่อความรู้ด้านสุขภาพในชุมชน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-594091221.jpg
กรมวิทย์ฯ ผนึก สกร. ปั้น “ครูนักวิทย์” 77 จังหวัด ส่งเสริมความรอบรู้วิทยาศาสตร์การแพทย์ สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังความปลอดภัยอาหารและสุขภาพในชุมชน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จับมือ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) กระทรวงศึกษาธิการ เดินหน้าพัฒนา “ครูนักวิทย์” รุ่นแรก 154 คน จาก 77 จังหวัด เสริมทักษะด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และการใช้ชุดทดสอบเบื้องต้น เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เยาวชนและประชาชน สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านอาหาร ผลิตภัณฑ์สุขภาพ สิ่งแวดล้อม และน้ำบริโภคในระดับชุมชน มุ่งยกระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพ ลดความเสี่ยง และสร้างสังคมที่ปลอดภัยด้วยหลักฐานเชิงวิทยาศาสตร์

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202609071783584009677387105-8075.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมมือ JICA ชูเทคโนโลยีถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม (WGS) ยกระดับระบบเฝ้าระวังวัณโรคเชิงรุก มุ่งยุติวัณโรคของไทย

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายยุติวัณโรคของประเทศไทย ด้วยการนำเทคโนโลยีจีโนมิกส์และการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม (Whole Genome Sequencing: WGS) เสริมศักยภาพระบบเฝ้าระวังและสอบสวนโรค เปลี่ยนจากการรอรับผู้ป่วยในโรงพยาบาลสู่การค้นหาเชิงรุก พร้อมยกระดับสู่ "ระบบข่าวกรองสาธารณสุขเชิงรุกที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลจีโนม" เพื่อหยุดการแพร่ระบาดของวัณโรคและวัณโรคดื้อยาอย่างมีประสิทธิภาพ

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์