กรมวิทย์ฯ ถ่ายทอดเทคโนโลยีวิธีการตรวจยีนแพ้ยาต้านวัณโรคให้แก่เจ้าหน้าที่ศูนย์วิทย์ฯ ทั่วประเทศ

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
1,289
13 ธันวาคม 2565

 นายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า วัณโรคเป็นโรคติดเชื้อที่เป็นปัญหาทางสาธารณสุขของประเทศ โดยการยุติวัณโรคในปี พ.ศ.2573 (2030) เป็นเป้าหมายสำคัญสำหรับการพัฒนาอย่างยั่งยืน SDG ประเทศไทยมีผู้ป่วยวัณโรคจำนวนมากและยังอยู่อันดับที่ 18 ของประเทศที่มีผู้ป่วยวัณโรคจำนวนมาก โดยคาดการณ์ว่าในแต่ละปีจะมีผู้ป่วยวัณโรครายใหม่ประมาณ 100,000 คนต่อปี การวินิจฉัยวัณโรคล่าช้า เนื่องจากผู้ป่วยวัณโรคส่วนใหญ่ไม่มีอาการ ทำให้ไม่ได้มาพบแพทย์ เพื่อรับการตรวจวินิจฉัย ผู้ป่วยวัณโรคที่มีอาการมักจะแพร่กระจายโรคต่อไปยังผู้สัมผัสร่วมบ้านหรือเพื่อนร่วมงาน ด้วยเหตุนี้การตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ ตั้งแต่สงสัยเป็นวัณโรค เป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จในการยุติวัณโรค 
 กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้พัฒนาวิธีการตรวจการติดเชื้อวัณโรค โดยการตรวจสารอินเตอร์เฟอรอนแกมมา ที่จะมีการหลั่งมากขึ้นหลังจากการกระตุ้นเม็ดเลือดขาวในผู้ติดเชื้อ หรือหลักการ Interferon gamma release assay (IGRA) โดยใช้ ชุดตรวจที่พัฒนาขึ้นในประเทศไทยเป็นชุดตรวจเพื่อวัดระดับปริมาณอินเตอร์เฟอรอนแกมมา ซึ่งเป็นสารที่หลั่งออกมาจากเซลล์เม็ดเลือดขาวเพื่อตอบสนองต่อการติดเชื้อวัณโรค ความไวและความจำเพาะสูงกว่าการตรวจด้วยวิธีดั้งเดิมที่ใช้วิธีตรวจ Tuberculin skin test (TST) ที่สามารถพบผลบวกปลอมจากการฉีดวัคซีนวัณโรค

นายแพทย์ศุภกิจ กล่าวต่อว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดย สถาบันชีววิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ ได้วิจัยและพัฒนาวิธีการตรวจวิเคราะห์แนททู-ไดโพลทัยป์ NAT2-diplotype ด้วยวิธี real-time PCR ซึ่งเป็นการตรวจทางเภสัชพันธุศาสตร์ ผู้ป่วยที่มีลักษณะยีนย่อยยาต้านวัณโรคทำงานช้า มักพบตับอักเสบจากการทานยาต้านวัณโรค Isoniazid เพื่อให้แพทย์และเภสัชกรนำไปประกอบการรักษาในผู้ติดเชื้อที่ทานยา Isoniazid หรือผู้ติดเชื้อที่สงสัยว่าเกิดตับอักเสบจากการได้รับยาต้านวัณโรค เพื่อป้องกันอาการตับอักเสบจากการแพ้ยาดังกล่าวได้


สถาบันชีววิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการตรวจวินิจฉัยผู้ติดเชื้อวัณโรค จึงได้จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการถ่ายทอดเทคโนโลยีการตรวจวิเคราะห์ NAT2-diplotype ด้วยวิธี real-time PCR ให้แก่ เจ้าหน้าที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ทั้ง 15 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งจะส่งผลให้ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ มีห้องปฏิบัติการที่สามารถตรวจวินิจฉัยทางเภสัชพันธุศาสตร์ และให้บริการแก่หน่วยบริการสาธารณสุขในส่วนภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยเพิ่มอัตราการรักษาผู้ป่วยวัณโรคมีความสำเร็จมากขึ้น จากการได้รับยาต้านวัณโรค Isoniazid ในขนาดที่เหมาะสมต่อการทำลายเชื้อวัณโรค ไม่เสี่ยงต่อการเกิดภาวะตับอักเสบ รวมถึงมีวิธีการตรวจการติดเชื้อวัณโรค หลักการ IGRA โดยวิธี ELISA (วิจัย ผลิต และจดสิทธิบัตร) ช่วยในการวินิจฉัยการติดเชื้อวัณโรค ให้ง่าย สะดวก รวดเร็ว และลดค่าใช้จ่าย เพื่อให้ผู้ป่วยหรือผู้ที่มีประวัติสัมผัสผู้ติดเชื้อวัณโรคเข้าถึงบริการได้รวดเร็ว และมากขึ้น” นายแพทย์ศุภกิจ กล่าว

************* 13 ธันวาคม 2565

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-283599668.jpg
จากห้องแล็บสู่ดอยสูง! กรมวิทย์ฯ ลุย ‘น่าน’ หนุนโมเดลต้นแบบพระราชดำริ ดันสมุนไพร-กาแฟไทยสู่สากล

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้รับเชิญจากสำนักงานองคมนตรี โดยพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี ประธานคณะกรรมการโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนตามพระราชดำริ เข้าร่วมการพัฒนาบ้านน้ำรีพัฒนา ตำบลขุนน่าน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน ซึ่งเป็นพื้นที่แห่งแรกที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ดำเนินโครงการฯ เพื่อช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่เขตชนบท ส่งเสริมคุณภาพชีวิต พัฒนาอัตลักษณ์ และอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น อันจะนำไปสู่การแก้ไขและพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202624071784896248755547611-8151.JPG
กรมวิทย์ฯ ร่วมกับมูลนิธิธาลัสซีเมียฯ ปิดประชุมวิชาการครั้งที่ 27 เดินหน้าประเทศไทยสู่เป้าหมาย “ปลอดโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงในประชากรรุ่นใหม่” ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับมูลนิธิโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียแห่งประเทศไทย และภาคีเครือข่าย ปิดฉากการประชุมสัมมนาวิชาการธาลัสซีเมียแห่งชาติ ครั้งที่ 27 ประจำปี 2569 พร้อมมอบรางวัลผลงานวิจัยและผลงานวิชาการดีเด่น ตอกย้ำความร่วมมือทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมาย “ปลอดโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงในประชากรรุ่นใหม่” ด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมห้องปฏิบัติการขั้นสูง

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-356276721.jpg
เด็กไทยเกิดใหม่ทุกคน รู้ผลธาลัสซีเมีย ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง รู้เร็ว รักษาเร็ว ลดความรุนแรง มุ่งสู่คนไทยรุ่นใหม่ปลอดโรคธาลัสซีเมีย

กระทรวงสาธารณสุข โดย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มูลนิธิโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียแห่งประเทศไทย และ ภาคีเครือข่าย ร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ “ประชากรรุ่นใหม่ปลอดโรคธาลัสซีเมีย” โดยมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีห้องปฏิบัติการขั้นสูง ตรวจวินิจฉัยโรคให้มีความแม่นยำสูงสุด สามารถระบุพาหะและตัวแปรพันธุกรรมที่ซับซ้อนเพื่อการรักษาได้อย่างตรงจุดแม่นยำนำเข้าสู่ระบบบริการและผลักดันให้เป็นสิทธิประโยชน์เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงได้ พร้อมเร่งยกระดับห้องปฏิบัติการเครือข่ายทั่วประเทศให้มีคุณภาพมาตรฐานและจัดทำฐานข้อมูลระดับประเทศ เพื่อใช้สนับสนุนการวางนโยบายเพื่อการป้องกันและควบคุมโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-361965682.jpg
กรมวิทย์ฯ จับมือ กทม. ยกระดับอสส.เมืองกรุง ใช้ชุดทดสอบเบื้องต้น เสริมเกราะคุ้มครองผู้บริโภคนชุมชน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร ติวเข้มอาสาสมัครสาธารณสุขวิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชน (อสส.) และพี่เลี้ยงกว่า 200 ชีวิต ด้วยแนวคิด “บันได 3 ขั้น” ตั้งแต่การเรียนรู้ผ่านระบบดิจิทัล การฝึกใช้ชุดทดสอบเบื้องต้น ไปจนถึงการลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริง โดยมีพยาบาลวิชาชีพและเภสัชกรคอยเป็นพี่เลี้ยงดูแลอย่างใกล้ชิด มุ่งสร้างอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อร่วมกันเป็นพลังสำคัญของเครือข่ายเฝ้าระวัง แจ้งเตือนภัย และส่งต่อความรู้ด้านสุขภาพในชุมชน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-594091221.jpg
กรมวิทย์ฯ ผนึก สกร. ปั้น “ครูนักวิทย์” 77 จังหวัด ส่งเสริมความรอบรู้วิทยาศาสตร์การแพทย์ สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังความปลอดภัยอาหารและสุขภาพในชุมชน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จับมือ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) กระทรวงศึกษาธิการ เดินหน้าพัฒนา “ครูนักวิทย์” รุ่นแรก 154 คน จาก 77 จังหวัด เสริมทักษะด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และการใช้ชุดทดสอบเบื้องต้น เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เยาวชนและประชาชน สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านอาหาร ผลิตภัณฑ์สุขภาพ สิ่งแวดล้อม และน้ำบริโภคในระดับชุมชน มุ่งยกระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพ ลดความเสี่ยง และสร้างสังคมที่ปลอดภัยด้วยหลักฐานเชิงวิทยาศาสตร์

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202609071783584009677387105-8075.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมมือ JICA ชูเทคโนโลยีถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม (WGS) ยกระดับระบบเฝ้าระวังวัณโรคเชิงรุก มุ่งยุติวัณโรคของไทย

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายยุติวัณโรคของประเทศไทย ด้วยการนำเทคโนโลยีจีโนมิกส์และการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม (Whole Genome Sequencing: WGS) เสริมศักยภาพระบบเฝ้าระวังและสอบสวนโรค เปลี่ยนจากการรอรับผู้ป่วยในโรงพยาบาลสู่การค้นหาเชิงรุก พร้อมยกระดับสู่ "ระบบข่าวกรองสาธารณสุขเชิงรุกที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลจีโนม" เพื่อหยุดการแพร่ระบาดของวัณโรคและวัณโรคดื้อยาอย่างมีประสิทธิภาพ

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์