กรมวิทย์ฯ ห่วงประชาชนในพื้นที่น้ำท่วม ผลิตขี้ผึ้งทาน้ำกัดเท้าและน้ำมันหอมระเหยสมุนไพร เพื่อแจกจ่ายเจ้าหน้าที่และผู้ประสบภัยน้ำท่วม

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
947
12 ตุลาคม 2565

กรมวิทย์ฯ ห่วงประชาชนในพื้นที่น้ำท่วม ผลิตขี้ผึ้งทาน้ำกัดเท้าและน้ำมันหอมระเหยสมุนไพร เพื่อแจกจ่ายเจ้าหน้าที่และผู้ประสบภัยน้ำท่วม

 

นายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นห่วงประชาชนหลายจังหวัดที่ต้องประสบปัญหาน้ำท่วม ส่งผลต่อปัญหาสุขภาพในหลายด้าน โดยเฉพาะสำหรับคนที่ต้องลุยน้ำหรือย่ำน้ำสกปรก ซึ่งอาจมีเชื้อโรคปะปนอยู่ มักเกิดโรคผิวหนังที่เรียกว่าโรคน้ำกัดเท้า ซึ่งเป็นโรคผิวหนังชนิดหนึ่ง มักพบในคนที่ต้องลุยน้ำและแช่น้ำ เป็นเวลานาน บริเวณเท้าจึงมีความชื้นอยู่ตลอดเวลา ทำให้เกิดอาการเท้าเปื่อย ลอก คัน และแสบ และอาจมีโอกาส ติดเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราตามมาได้ วิธีการป้องกันที่ดีที่สุด คือ ให้หลีกเลี่ยงการย่ำน้ำที่สกปรกหรือท่วมขัง หรือสวมรองเท้าบูททุกครั้ง แต่ถ้าหากหลีกเลี่ยงไม่ได้หลังจากที่เดินลุยน้ำหรือแช่น้ำให้ล้างทำความสะอาดเท้า ง่ามเท้า นิ้วเท้า ด้วยสบู่ให้ทั่วอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง แล้วเช็ดให้แห้ง หรือหากมีแผลให้ทำความสะอาดแผลร่วมกับ  ใช้ยาปฏิชีวนะจะช่วยให้การรักษาได้ผลดีขึ้น 

อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดย สถาบันวิจัยสมุนไพร ซึ่งเป็นหน่วยงานวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านสมุนไพรและมีโรงงานต้นแบบผลิตผลิตภัณฑ์สุมนไพร ได้ผลิต  ขี้ผึ้งทาน้ำกัดเท้า (Whitfield s ointment) ที่มีสรรพคุณฆ่าเชื้อราและรักษาโรคน้ำกัดเท้า สำหรับใช้รักษาอาการ  เท้าเปื่อยลอกแดง ขนาดบรรจุ 50 กรัม และน้ำมันหอมระเหยสมุนไพร สำหรับสูดดม ให้ความสดชื่น  


เบื้องต้นนี้เตรียมส่งมอบขี้ผึ้งทาน้ำกัดเท้า และน้ำมันหอมระเหยสมุนไพร ให้กับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี แห่งละ 300 ชุด เพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่ออกหน่วยลงพื้นที่  ไปช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม ซึ่งต้องแช่น้ำเป็นเวลานาน ขณะนี้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ดำเนินการเร่งด่วนในการผลิตขี้ผึ้งทาน้ำกัดเท้า เพื่อสนับสนุน ให้กับหน่วยงานสาธารณสุขนำไปแจกจ่ายประชาชนที่เดือดร้อน ช่วยเหลือบรรเทาอาการเจ็บป่วยโรค  ที่มากับน้ำท่วม ทำให้การเจ็บป่วยลดน้อยลงได้


ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-297293478.jpg
กรมวิทย์ฯ ผนึกเครือข่ายสาธารณสุข เขต 2 ขับเคลื่อนศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ระดับอำเภอ เสริมระบบเฝ้าระวังสุขภาพเชิงรุก สร้างความปลอดภัยผู้บริโภคอย่างยั่งยืน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เดินหน้ายกระดับระบบเฝ้าระวังและคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพในระดับพื้นที่ จับมือเครือข่ายสาธารณสุขเขตสุขภาพที่ 2 ขับเคลื่อนนโยบาย “ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชนระดับอำเภอ” เพื่อเสริมศักยภาพชุมชนให้เข้มแข็ง ผ่านองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการแพทย์ สู่การเป็นต้นแบบเฝ้าระวังความเสี่ยงด้านสุขภาพ สร้างความปลอดภัยกับผู้บริโภคในชุมชนอย่างยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202619061781836402244199274-7961.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ผุดแอป “คัดแยกเห็ดไทย” สกัดป่วย-ตายจากเห็ดพิษ หลังพบผู้ป่วยทะลุ 1.2 หมื่นราย

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่าในแต่ละปีประเทศไทยจะมีผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจากการบริโภคเห็ดพิษอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค ตั้งแต่ปี 2565 – 2569 พบผู้ป่วยจากการบริโภคเห็ดพิษ จำนวน 12,000 กว่าราย โดยพบผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นทุกปี โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สาเหตุสำคัญเกิดจากการจำแนกเห็ดผิดชนิด ดังนั้นกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จึงร่วมกับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม พัฒนาแอปพลิเคชัน คัดแยกเห็ดขึ้น ภายใต้ชื่อ “คัดแยกเห็ดไทย” ซึ่งสามารถใช้งานได้ทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android เพื่อช่วยประชาชนคัดกรองและจำแนกชนิดเห็ดพิษและเห็ดรับประทานได้ในเบื้องต้น

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202610061781088676226382230-7917.jpg
กรมวิทย์ฯ เปิดเวที GLLP Asia-Pacific 2026 เสริมศักยภาพผู้นำห้องปฏิบัติการนานาชาติ สร้างความมั่นคงสุขภาพโลก รับมือโรคอุบัติใหม่ ภายใต้แนวคิด One Health

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ กรมปศุสัตว์ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (U.S. CDC) องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) และภาคีเครือข่ายนานาชาติ จัด "โครงการพัฒนาภาวะผู้นำห้องปฏิบัติการระดับโลก (Global Laboratory Leadership Program: GLLP) ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก รุ่นที่ 2 ประจำปี 2569" มุ่งพัฒนาศักยภาพผู้นำห้องปฏิบัติการด้านสาธารณสุข ภายใต้แนวคิด “One Health” เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางสุขภาพของประเทศและภูมิภาค พร้อมรับมือโรคอุบัติใหม่และภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขในอนาคต

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์