กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับ ภาคีเครือข่ายภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ดำเนินการดูแลสุขภาพแม่และเด็กไทยแบบบูรณาการ

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
1,233
31 มีนาคม 2564


กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับ ภาคีเครือข่ายทางการแพทย์และห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์การแพทย์ ในการดำเนินการดูแลสุขภาพแม่และเด็กภาคตะวันออกเฉียงเหนือแบบบูรณาการ โดยจัดประชุมสัมมนาเพื่อส่งเสริมการทำงานร่วมกันในการดูแลสุขภาพแม่และเด็กภาคตะวันออกเฉียงเหนืออย่างครบวงจร


 นายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวภายหลังเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุม “ภาคีเครือข่ายทางการแพทย์และห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อการดูแลสุขภาพแม่และเด็ก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” ณ โรงแรมอวานี ขอนแก่น โฮเทลแอนด์คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ ว่า จากการศึกษาภายใต้โครงการ “อนาคตไทย” ของนักวิจัยที่เกี่ยวข้องทั้งจากราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย หน่วยงานภาครัฐ และ HiTAP โดยการสนับสนุนของกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พบว่า ยังคงมีปัญหาสุขภาวะในเด็กและสมควรได้รับการแก้ไข โดยเร่งด่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงและกลุ่มอาการดาวน์ ที่ผ่านมาประเทศไทยมีภาระค่าใช้จ่าย สำหรับการรักษาและดูแลสุขภาพผู้ป่วยที่มีความผิดปกติดังกล่าวไม่น้อยกว่า 9,000 ล้านบาทต่อปี กระทรวงสาธารณสุข ได้ตระหนักและให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไทยทุกกลุ่มวัย โดยเฉพาะกลุ่มสตรีและเด็ก ดังนั้นกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จึงได้ร่วมกับกรมอนามัย กรมการแพทย์ ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานหลักประสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการดูแลสตรีและเด็กแรกเกิดแบบบูรณาการด้วยวิถีใหม่ ภายใต้แผนแม่บทยุทธศาสตร์ชาติ ด้านการเสริมสร้างให้คนไทย มีสุขภาวะที่ดี

 นายแพทย์ศุภกิจ กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมากรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ดำเนินการเชื่อมโยงเครือข่ายทางการแพทย์และห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์การแพทย์เข้ากับการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ประกอบด้วย การตรวจคัดกรองภาวะพร่อง ไทรอยด์ฮอร์โมน (TSH) และภาวะพร่องเอนไซม์ย่อยสลายกรดอะมิโนฟีนิลอะลานีนหรือโรคฟีนิลคีโตนูเรีย (PKU) ในทารกแรกเกิด โรคดาวน์ซินโดรม โรคธาลัสซีเมีย และมะเร็งปากมดลูก เพื่อทบทวนการปฏิบัติงานให้เกิดประสิทธิผลมีประสิทธิภาพสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีทางการแพทย์และสาธารณสุข นอกจากนี้ยังได้ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยต่างๆ กรมอนามัย กรมการแพทย์ มูลนิธิและชมรมที่เกี่ยวข้อง จัดทำ “โครงการส่งเสริมสุขภาพเด็กไทย โดยการเสริมสร้างความเข้มแข็งระบบบริการทางห้องปฏิบัติการด้านการแพทย์อย่างมั่นคงและยั่งยืน” ขึ้น มุ่งเน้นการสร้างความเข้มแข็งให้ระบบบริการทางห้องปฏิบัติการด้านการแพทย์ สำหรับหญิงตั้งครรภ์และทารกแรกเกิด (Maternal and Child Health Laboratory) ในประเทศ


 “กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดย ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ทั้ง 4 แห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และสถาบันชีววิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ ร่วมมือกับ โรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป และศูนย์อนามัยทั้ง 4 แห่งในเขตสุขภาพที่ 7,8,9 และ 10 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดประชุมเรื่อง “ภาคีเครือข่ายทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์การแพทย์  เพื่อการดูแลสุขภาพแม่และเด็กภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการด้านการดูแลสุขภาพแม่และเด็กแบบครบวงจร ประกอบด้วย การให้คำปรึกษาให้คำแนะนำสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ การตรวจคัดกรองตรวจยืนยันและการส่งต่อรักษาโรค ซึ่งประกอบด้วย 4 กลุ่มโรค คือ โรคดาวน์ซินโดรม โรคธาลัสซีเมีย การตรวจคัดกรองทารกแรกเกิด (TSH/PKU) และโรคเอดส์ HIV-PCR ในทารกที่คลอดจากแม่ที่ติดเชื้อ เพื่อสุขภาพที่ดีของแม่และเด็กในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” นายแพทย์ศุภกิจ กล่าว

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202611091789092425354666245-8225.jpg
สาธารณสุขมอบรางวัล Lab Cost Efficiency Excellence Award ภายในปี 2569 ลดค่าใช้จ่ายด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ถึง 658 ล้านบาท พร้อมชู 10 โรงพยาบาลต้นแบบ บริหารค่าแล็บคุ้มค่า

กระทรวงสาธารณสุขมอบรางวัล Lab Cost Efficiency Excellence Award เชิดชู 10 โรงพยาบาลต้นแบบที่มีผลการดำเนินงานดีเด่นระดับประเทศ ในการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายด้านการตรวจทางห้องปฏิบัติการอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่าน 3 กลไกสำคัญ ได้แก่ การตรวจอย่างสมเหตุผล ตรวจที่จำเป็นและเหมาะสม และการจัดซื้อในราคาที่เหมาะสม เพื่อให้ประชาชนได้รับการตรวจวินิจฉัยที่มีมาตรฐาน ระบบสุขภาพสามารถใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202631081788165046699687395-8219.jpg
กรมวิทย์ฯ ยกระดับมาตรฐานโรงแรม 3 จังหวัดอันดามัน มอบประกาศนียบัตร 109 แห่ง ขับเคลื่อน โรงแรมสะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน ด้วย 3 C สร้างความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จัดอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้และมอบประกาศนียบัตร ตามโครงการ “โรงแรมสะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวของประเทศไทย” ภายใต้ 3C : Clean Bed, Clean Air, Clean Food ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต กระบี่ และพังงา ประจำปี พ.ศ. 2569 พร้อมมอบประกาศนียบัตร ตราสัญลักษณ์ DMSc Certified แก่โรงแรมที่ผ่านการดำเนินงานตามโครงการ จำนวน 109 แห่ง มุ่งยกระดับความปลอดภัยด้านสุขอนามัย สร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยว และสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ควบคู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์