กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ร่วมมือกับเครือข่ายผู้ผลิตวัคซีนต่างประเทศ ทดสอบความแรงวัคซีนไอกรนด้วยวิธีใหม่ เพื่อลดการใช้สัตว์ทดลอง

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
863
22 มีนาคม 2564


กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมมือกับเครือข่ายผู้ผลิตวัคซีนต่างประเทศ ร่วมทดสอบความถูกต้องวิธีวิเคราะห์ความแรงวัคซีนไอกรน ด้วยวิธีตรวจระดับภูมิคุ้มกันในซีรั่ม เพื่อใช้ตรวจสอบคุณภาพวัคซีนไอกรนทดแทนวิธีเดิมที่ต้องฉีดเชื้อเข้าสมองหนูทดลอง

นายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า สถาบันชีววัตถุ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ทำหน้าที่เป็นห้องปฏิบัติการภาครัฐและเป็นห้องปฏิบัติการขององค์การอนามัยโลกในการตรวจวิเคราะห์เพื่อควบคุมคุณภาพวัคซีนและยาชีววัตถุของประเทศ เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและความปลอดภัย ดังนั้นวิธีทดสอบที่ใช้สำหรับการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ถือเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็น เพื่อให้ผลการวิเคราะห์มีความถูกต้อง น่าเชื่อถือ และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

สถาบันชีววัตถุและเครือข่ายผู้ผลิตวัคซีนของประเทศกำลังพัฒนา (The Developing Countries Vaccine Manufactures Network, DCVMN) รวมทั้งหน่วยงานควบคุมกำกับภาครัฐ จำนวน 12 แห่ง จาก 5 ประเทศ ได้แก่ อินเดีย อินโดนีเซีย บัลแกเรีย เนเธอร์แลนด์ และประเทศไทย ได้มีการศึกษาร่วมกันในโครงการ Pertussis Serological Potency Test หรือ PSPT เพื่อทดสอบความถูกต้องวิธีวิเคราะห์ความแรงวัคซีนไอกรน ด้วยวิธีตรวจระดับภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไอกรนจากซีรั่มของสัตว์ทดลองที่ได้รับการฉีดวัคซีนไอกรนทั้งตัว (whole cell pertussis vaccine) เพื่อนำวิธีใหม่นี้มาใช้ทดแทนวิธีเดิมที่ตรวจโดยการฉีดเชื้อไอกรน เข้าสู่สมองหนูถีบจักร ซึ่งโครงการนี้เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างเครือข่ายผู้ผลิตและหน่วยงานห้องปฏิบัติการควบคุมคุณภาพภาครัฐของแต่ละประเทศ ด้วยมีจุดประสงค์ที่จะลดการใช้สัตว์ทดลองและลดความเจ็บปวดของสัตว์ทดลองที่ถูกนำมาใช้ ตามหลัก 3Rs (Reduction, Replacement, Refinement) ลด ละ เลิกการใช้สัตว์ทดลอง ซึ่งทั่วโลกกำลังดำเนินการตามหลักการนี้

 “การทดสอบความแรงวัคซีนไอกรนด้วยวิธีใหม่สามารถช่วยลดการใช้สัตว์ทดลองลงได้เกือบครึ่งหนึ่ง เมื่อเทียบกับวิธีเดิมที่ใช้สัตว์ทดลอง จำนวน  210 ตัว ลดลงเหลือ 100 ตัวต่อการทดสอบ 1 ครั้ง นอกจากนี้การทดสอบด้วยวิธีใหม่ยังลดการสัมผัสเชื้อไอกรนจากการเพาะเชื้อที่ต้องใช้ในการทดสอบแบบเดิม เนื่องจากวิธีใหม่นี้เป็นการตรวจหาระดับแอนติบอดีที่ไม่ต้องใช้เชื้อไอกรนที่ก่อโรคได้ อย่างไรก็ตามความร่วมมือกันระหว่างประเทศนี้ จะเริ่มดำเนินการได้ประมาณกลางปี 2564 และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปลายปี 2564 นี้ ถ้าผลการศึกษาระหว่างวิธีใหม่กับวิธีเดิมมีความสอดคล้องกัน จะทำให้เกิดการยอมรับจากห้องปฏิบัติการ ทั้งภาครัฐและเอกชนที่จะนำวิธีใหม่มาใช้เป็นวิธีมาตรฐาน เพื่อทดสอบความแรงของวัคซีนไอกรน ชนิดทั้งตัวต่อไป” นายแพทย์ศุภกิจ กล่าว

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202626061782472570436694372-7999.jpg
กรมวิทย์ฯ ปิดการประชุมวิชาการฯ อย่างยิ่งใหญ่ ตอกย้ำการขับเคลื่อนสุขภาพคนไทย สู่การมีชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพ พร้อมมอบรางวัลผลงานวิชาการดีเด่น 36 ผลงาน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ปิดการประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์การแพทย์ ครั้งที่ 34 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมมอบรางวัลผลงานวิชาการดีเด่นจำนวน 36 ผลงาน จากผลงานที่ส่งเข้าประกวดและนำเสนอรวม 455 ผลงาน สะท้อนศักยภาพด้านการวิจัย นวัตกรรม และการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัยของบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ทั่วประเทศ พร้อมขอบคุณความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ที่ร่วมเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนระบบสุขภาพของประเทศ และส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพดี มีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-297293478.jpg
กรมวิทย์ฯ ผนึกเครือข่ายสาธารณสุข เขต 2 ขับเคลื่อนศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ระดับอำเภอ เสริมระบบเฝ้าระวังสุขภาพเชิงรุก สร้างความปลอดภัยผู้บริโภคอย่างยั่งยืน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เดินหน้ายกระดับระบบเฝ้าระวังและคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพในระดับพื้นที่ จับมือเครือข่ายสาธารณสุขเขตสุขภาพที่ 2 ขับเคลื่อนนโยบาย “ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชนระดับอำเภอ” เพื่อเสริมศักยภาพชุมชนให้เข้มแข็ง ผ่านองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการแพทย์ สู่การเป็นต้นแบบเฝ้าระวังความเสี่ยงด้านสุขภาพ สร้างความปลอดภัยกับผู้บริโภคในชุมชนอย่างยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202619061781836402244199274-7961.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ผุดแอป “คัดแยกเห็ดไทย” สกัดป่วย-ตายจากเห็ดพิษ หลังพบผู้ป่วยทะลุ 1.2 หมื่นราย

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่าในแต่ละปีประเทศไทยจะมีผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจากการบริโภคเห็ดพิษอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค ตั้งแต่ปี 2565 – 2569 พบผู้ป่วยจากการบริโภคเห็ดพิษ จำนวน 12,000 กว่าราย โดยพบผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นทุกปี โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สาเหตุสำคัญเกิดจากการจำแนกเห็ดผิดชนิด ดังนั้นกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จึงร่วมกับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม พัฒนาแอปพลิเคชัน คัดแยกเห็ดขึ้น ภายใต้ชื่อ “คัดแยกเห็ดไทย” ซึ่งสามารถใช้งานได้ทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android เพื่อช่วยประชาชนคัดกรองและจำแนกชนิดเห็ดพิษและเห็ดรับประทานได้ในเบื้องต้น

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์