กรมวิทย์ฯ เผยผลตรวจวิเคราะห์แอลกอฮอล์ในเลือด

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
1,840
18 พฤศจิกายน 2563


              กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข รายงานผลการปฏิบัติงานการตรวจวิเคราะห์แอลกอฮอล์ในเลือด ปีงบประมาณ 2563 (1 ตุลาคม 2562 ถึง 30 กันยายน 2563) จำนวนตัวอย่างทั้งหมด 12,912 ตัวอย่าง ผลการตรวจวิเคราะห์แอลกอฮอล์ในเลือด พบเกินกฎหมายกำหนด 6,768 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 52.4 จำแนกตามประเภทยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ รถจักรยานยนต์ รถปิคอัพและรถเก๋ง ตามลำดับ พร้อมแนะประชาชนที่เดินทางไปท่องเที่ยวหรือกลับภูมิลำเนาในช่วงวันหยุดยาว 4 วัน ระหว่างวันที่ 19-22 พ.ย.63 นี้  เน้นย้ำเพื่อความปลอดภัย เมาไม่ขับ เคารพกฎจราจร ตรวจสอบสภาพรถให้พร้อมก่อนออกเดินทาง

 นายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข รักษาราชการแทนอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า อุบัติเหตุทางถนนยังคงเป็นปัญหาต่อเนื่องในประเทศไทยมานานนับสิบปี สร้างความสูญเสียแก่ร่างกาย ชีวิต และทรัพย์สินของคนไทย ทำให้เกิดความเดือดร้อนในสังคม สาเหตุสำคัญอันดับหนึ่งที่ทราบกันดีคือ การเมาแล้วขับ ซึ่งก่อให้เกิดความสูญเสียทั้งต่อตนเองและบุคคลอื่นที่ใช้รถใช้ถนนร่วมกัน รวมถึงการสร้างภาระค่าใช้จ่ายแก่ครอบครัวทั้งระยะสั้นและระยะยาว ผู้ใช้รถใช้ถนนในการเดินทางจึงต้องมีความระมัดระวัง ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ของผู้ขับขี่ยานพาหนะ เพื่อเป็นการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุได้อีกทางหนึ่ง ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ ผู้ขับขี่ที่มีอาการบาดเจ็บรุนแรงไม่สามารถเป่าเครื่องวัดแอลกอฮอล์ในเลือดโดยวิธีเป่าลมหายใจได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำตัวผู้ขับขี่ส่งสถานพยาบาลทำการเจาะเลือด ภายใน 6 ชั่วโมง (หากเกิน 6 ชั่วโมงปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดจะลดต่ำลง) และส่งตัวอย่างตรวจวิเคราะห์ปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดที่ศูนย์พิษวิทยา สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข และส่วนภูมิภาคที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยจะทำการตรวจวิเคราะห์ด้วยเครื่อง Gas Chromatography (Headspace GC-FID) ซึ่งให้ผลที่เที่ยงตรงและแม่นยำ และได้รับการรับรองห้องปฏิบัติการตามมาตรฐาน ISO 15189 และ ISO/IEC 17025 ทราบผลภายใน 7-10 วันทำการ หรือในกรณีช่วงเทศกาลสามารถดำเนินการตรวจวิเคราะห์ให้แล้วเสร็จภายใน 48 ชั่วโมง เพื่อนำผลไปประกอบการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้กฎกระทรวงฉบับที่ 21 พ.ศ.2560 ออกตามความใน พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 กำหนดไว้ว่า หากพบว่าผลการตรวจวัดแอลกอฮอล์จากลมหายใจหรือปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดของผู้ขับขี่มีค่าเกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์หรือผู้ขับขี่ที่มีอายุไม่ถึง 20 ปี ผู้ขับขี่ที่ไม่มีใบอนุญาตขับรถหรือผู้ขับขี่ ซึ่งได้รับใบอนุญาตขับรถแบบชั่วคราว ถ้ามีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกินกว่า 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ให้ถือว่าเมาสุราเช่นกัน

  นายแพทย์ศุภกิจ กล่าวต่ออีกว่า ข้อมูลรายงานผลการปฏิบัติงานการตรวจวิเคราะห์แอลกอฮอล์ในเลือดของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ปีงบประมาณ 2563 ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2562 ถึง 30 กันยายน 2563 มีตัวอย่างที่ส่งตรวจแบ่งตามหน่วยงานจากศูนย์พิษวิทยา สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข และศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ทั้ง 12 แห่ง จำนวนรวม 12,912 ตัวอย่าง เพศชาย 11,442 ราย เพศหญิง 1,391 ราย และไม่ระบุเพศ 79 ราย ผลตรวจวิเคราะห์แอลกอฮอล์ในเลือดพบเกินกฎหมายกำหนด จำนวน 6,768 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 52.4 ผู้ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์เกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ที่อายุ 20 ปีขึ้นไป มีอายุเฉลี่ยเท่ากับ 40 ปี (อายุระหว่าง 20-94 ปี) และผู้ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์เกิน 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ที่อายุไม่ถึง 20 ปี มีอายุเฉลี่ยเท่ากับ 18 ปี (อายุระหว่าง 11-19 ปี) จำแนกตามประเภทยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุ ได้แก่ รถจักรยานยนต์ 7,754 คัน รถปิคอัพ 2,024 คัน รถเก๋ง 1,027 คัน รถบรรทุก 246 คัน รถจักรยาน 150 คัน รถบรรทุกทางการเกษตร(อีแต๋น) 14 คัน ไม่ระบุประเภท 1,015 และอื่นๆ 682 คัน


     “ตามที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)อนุมัติให้มีวันหยุดเพิ่มในวันพฤหัสบดีที่ 19 และวันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน 2563 โดยประกาศเป็นวันหยุดราชการพิเศษ ทำให้มีวันหยุดยาว 4 วัน เพื่อเป็นกระตุ้นเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยวภายในประเทศ สำหรับในช่วงวันหยุดยาวขอประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนในการเดินทางกลับภูมิลำเนาต่างจังหวัดหรือท่องเที่ยวให้คำนึงถึงความปลอดภัยและช่วยกันลดอุบัติเหตุ เน้นย้ำเมาไม่ขับ ขับรถคาดเข็มขัดนิรภัย จักรยานยนต์สวมหมวกนิรภัย ขับขี่รถไม่เกินกฎหมายกำหนด ปฏิบัติตามกฎจราจร และตรวจสอบสภาพรถก่อนออกเดินทาง” นายแพทย์ศุภกิจ กล่าว

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202626061782472570436694372-7999.jpg
กรมวิทย์ฯ ปิดการประชุมวิชาการฯ อย่างยิ่งใหญ่ ตอกย้ำการขับเคลื่อนสุขภาพคนไทย สู่การมีชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพ พร้อมมอบรางวัลผลงานวิชาการดีเด่น 36 ผลงาน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ปิดการประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์การแพทย์ ครั้งที่ 34 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมมอบรางวัลผลงานวิชาการดีเด่นจำนวน 36 ผลงาน จากผลงานที่ส่งเข้าประกวดและนำเสนอรวม 455 ผลงาน สะท้อนศักยภาพด้านการวิจัย นวัตกรรม และการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัยของบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ทั่วประเทศ พร้อมขอบคุณความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ที่ร่วมเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนระบบสุขภาพของประเทศ และส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพดี มีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-297293478.jpg
กรมวิทย์ฯ ผนึกเครือข่ายสาธารณสุข เขต 2 ขับเคลื่อนศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ระดับอำเภอ เสริมระบบเฝ้าระวังสุขภาพเชิงรุก สร้างความปลอดภัยผู้บริโภคอย่างยั่งยืน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เดินหน้ายกระดับระบบเฝ้าระวังและคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพในระดับพื้นที่ จับมือเครือข่ายสาธารณสุขเขตสุขภาพที่ 2 ขับเคลื่อนนโยบาย “ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชนระดับอำเภอ” เพื่อเสริมศักยภาพชุมชนให้เข้มแข็ง ผ่านองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการแพทย์ สู่การเป็นต้นแบบเฝ้าระวังความเสี่ยงด้านสุขภาพ สร้างความปลอดภัยกับผู้บริโภคในชุมชนอย่างยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202619061781836402244199274-7961.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ผุดแอป “คัดแยกเห็ดไทย” สกัดป่วย-ตายจากเห็ดพิษ หลังพบผู้ป่วยทะลุ 1.2 หมื่นราย

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่าในแต่ละปีประเทศไทยจะมีผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจากการบริโภคเห็ดพิษอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค ตั้งแต่ปี 2565 – 2569 พบผู้ป่วยจากการบริโภคเห็ดพิษ จำนวน 12,000 กว่าราย โดยพบผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นทุกปี โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สาเหตุสำคัญเกิดจากการจำแนกเห็ดผิดชนิด ดังนั้นกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จึงร่วมกับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม พัฒนาแอปพลิเคชัน คัดแยกเห็ดขึ้น ภายใต้ชื่อ “คัดแยกเห็ดไทย” ซึ่งสามารถใช้งานได้ทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android เพื่อช่วยประชาชนคัดกรองและจำแนกชนิดเห็ดพิษและเห็ดรับประทานได้ในเบื้องต้น

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์