ครม.มีมติเห็นชอบให้ประเทศไทยลงนามตอบรับคำเชิญผูกพันต่อกรรมสาร OECD ทำให้ประหยัดงบ ลดกีดกันทางการค้า

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
1,620
7 สิงหาคม 2563


คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ประเทศไทยลงนามตอบรับคำเชิญผูกพันต่อกรรมสารของ OECD โดยมีข้อตกลงการยอมรับข้อมูลร่วมกัน เรื่องการประเมินความปลอดภัยของสารเคมี ทำให้ผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ผ่านการทดสอบความปลอดภัย จากห้องปฏิบัติการที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ตรวจประเมินเป็นไปตามหลักปฏิบัติที่ดีของ OECD สามารถใช้ขอขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ในประเทศสมาชิก โดยไม่ต้องทำการทดสอบซ้ำ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย ลดระยะเวลา และลดการกีดกันทางการค้า รองรับการพัฒนายา วัคซีนของไทย โดยเฉพาะการทดสอบความปลอดภัยยาและวัคซีนโควิด-19 

 นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)  เมื่อวันอังคารที่ 21 กรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบการตอบรับคำเชิญผูกพันต่อกรรมสารขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD : Organisation for Economic Co-operation and Development) เกี่ยวกับการยอมรับร่วมกันของข้อมูล เรื่องการประเมินความปลอดภัยของสารเคมี ตามที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เสนอ ซึ่งส่งผลให้ไทยร่วมเป็นภาคีในรูปแบบฉบับสมบูรณ์ในด้านการยอมรับร่วมกันของข้อมูลความปลอดภัยของสารเคมีในขอบข่ายผลิตภัณฑ์ยา สารป้องกันและกำจัดศัตรูพืช เครื่องสำอาง ยาสำหรับสัตว์ สารปรุงแต่งอาหาร สำหรับคน สารปรุงแต่งอาหารสำหรับสัตว์ และสารเคมีที่ใช้ในอุตสาหกรรมและความเชี่ยวชาญทุกด้านตามที่ OECD กำหนด เช่น การทดสอบทางเคมีและกายภาพ การทดสอบความเป็นพิษ การทดสอบการกลายพันธุ์ เป็นต้น 

นายแพทย์โอภาส กล่าวต่อว่า การตอบรับคำเชิญฯ ในครั้งนี้ ทำให้ประเทศไทยมีสิทธิและพันธกิจเช่นเดียวกับประเทศภาคีสมาชิกอื่นๆ อีก 37 ประเทศ โดยเฉพาะได้รับการร่วมยอมรับข้อมูลจากห้องปฏิบัติการทดสอบความปลอดภัยของประเทศไทยทันที และมีสิทธิร่วมกำหนดเงื่อนไขหลักการที่ต้องปฏิบัติร่วมกัน ผู้ประกอบการที่ต้องการนำผลิตภัณฑ์สุขภาพไปขึ้นทะเบียนเพื่อขายที่ต่างประเทศ สามารถนำข้อมูลที่ได้จากการทดสอบจากห้องปฏิบัติการทดสอบความปลอดภัยที่ผ่านการตรวจจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ไปขึ้นทะเบียนกับประเทศสมาชิกได้ โดยไม่ต้องถูกตรวจสอบซ้ำ จากเดิมที่ต้องส่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไปตรวจที่ห้องปฏิบัติการทดสอบความปลอดภัยของประเทศนั้นๆ ทำให้ลดค่าใช้จ่าย ประหยัดเวลา ลดการกีดกันทางการค้า ส่งเสริมการคุ้มครองสุขภาพมนุษย์และสิ่งแวดล้อมได้ดียิ่งขึ้น ที่สำคัญคือ เป็นการรองรับการพัฒนายา วัคซีน และการทดสอบความปลอดภัยผลิตภัณฑ์สุขภาพ โดยเฉพาะการทดสอบความปลอดภัยยาและวัคซีนโควิด-19 เป็นการยกระดับห้องปฏิบัติการทดสอบความปลอดภัยผลิตภัณฑ์ในประเทศให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล เพิ่มความเชื่อมั่น ระบบการทดสอบทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของไทยในการรับรองผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพและรองรับโรคระบาดในประเทศไทย

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จะได้รับการตรวจประเมินจากผู้ตรวจประเมินของภาคีเครือข่าย OECD อีกครั้งในระยะต่อไปเพื่อให้มั่นใจว่าการทำหน้าที่เป็นหน่วยตรวจสอบของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ นั้น สามารถดำเนินงานและธำรงรักษาระบบคุณภาพไว้ได้อย่างเป็นมาตรฐานเท่าเทียมกับประเทศสมาชิก OECD และชำระค่าบำรุง เพื่อสนับสนุนการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการยอมรับร่วมของข้อมูลเรื่องการประเมินความปลอดภัยของสารเคมี 


“ทั้งนี้ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้พัฒนาศักยภาพการดำเนินการด้านต่างๆ เพื่อให้ได้รับการร่วมยอมรับข้อมูลการทดสอบความปลอดภัยตามหลักปฏิบัติที่ดีทางห้องปฏิบัติการหรือที่เรียกว่า OECD-GLP (Good Laboratory Practice / GLP ตามหลักการ OECD) มาเป็นระยะเวลาพอสมควร เมื่อ ครม.มีมติเห็นชอบให้ลงนามตอบรับคำเชิญการเข้าร่วมยอมรับข้อมูลการทดสอบความปลอดภัยจาก OECD จะดำเนินการตามร่างสัญญา ซึ่งมีสาระสำคัญคือ หน่วยงานที่ได้รับมอบหมาย จะต้องดำเนินการตามบทบัญญัติที่ OECD กำหนดไว้ 2 ฉบับ คือ 1.มติของสภาบริหารเกี่ยวกับการยอมรับร่วมกันของข้อมูลการประเมินความปลอดภัยของสารเคมี (Decision of the Council concerning the Mutual Acceptance of Data in the Assessment of Chemicals) 2.มติข้อเสนอแนะของสภาบริหารในการดำเนินการให้สอดคล้องตามหลักปฏิบัติที่ดีทางห้องปฏิบัติการ (Decision and Recommendation of the Council on Compliance with Principle of Good Laboratory Practice)” นายแพทย์โอภาส กล่าว

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202626061782472570436694372-7999.jpg
กรมวิทย์ฯ ปิดการประชุมวิชาการฯ อย่างยิ่งใหญ่ ตอกย้ำการขับเคลื่อนสุขภาพคนไทย สู่การมีชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพ พร้อมมอบรางวัลผลงานวิชาการดีเด่น 36 ผลงาน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ปิดการประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์การแพทย์ ครั้งที่ 34 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมมอบรางวัลผลงานวิชาการดีเด่นจำนวน 36 ผลงาน จากผลงานที่ส่งเข้าประกวดและนำเสนอรวม 455 ผลงาน สะท้อนศักยภาพด้านการวิจัย นวัตกรรม และการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัยของบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ทั่วประเทศ พร้อมขอบคุณความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ที่ร่วมเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนระบบสุขภาพของประเทศ และส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพดี มีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-297293478.jpg
กรมวิทย์ฯ ผนึกเครือข่ายสาธารณสุข เขต 2 ขับเคลื่อนศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ระดับอำเภอ เสริมระบบเฝ้าระวังสุขภาพเชิงรุก สร้างความปลอดภัยผู้บริโภคอย่างยั่งยืน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เดินหน้ายกระดับระบบเฝ้าระวังและคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพในระดับพื้นที่ จับมือเครือข่ายสาธารณสุขเขตสุขภาพที่ 2 ขับเคลื่อนนโยบาย “ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชนระดับอำเภอ” เพื่อเสริมศักยภาพชุมชนให้เข้มแข็ง ผ่านองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการแพทย์ สู่การเป็นต้นแบบเฝ้าระวังความเสี่ยงด้านสุขภาพ สร้างความปลอดภัยกับผู้บริโภคในชุมชนอย่างยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202619061781836402244199274-7961.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ผุดแอป “คัดแยกเห็ดไทย” สกัดป่วย-ตายจากเห็ดพิษ หลังพบผู้ป่วยทะลุ 1.2 หมื่นราย

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่าในแต่ละปีประเทศไทยจะมีผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจากการบริโภคเห็ดพิษอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค ตั้งแต่ปี 2565 – 2569 พบผู้ป่วยจากการบริโภคเห็ดพิษ จำนวน 12,000 กว่าราย โดยพบผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นทุกปี โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สาเหตุสำคัญเกิดจากการจำแนกเห็ดผิดชนิด ดังนั้นกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จึงร่วมกับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม พัฒนาแอปพลิเคชัน คัดแยกเห็ดขึ้น ภายใต้ชื่อ “คัดแยกเห็ดไทย” ซึ่งสามารถใช้งานได้ทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android เพื่อช่วยประชาชนคัดกรองและจำแนกชนิดเห็ดพิษและเห็ดรับประทานได้ในเบื้องต้น

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์