เขตสุขภาพที่ 5 นำร่องเตรียมความพร้อมห้องปฏิบัติการเครือข่าย SARS-CoV-2 รับมือตรวจโควิด-19 ในน้ำลาย

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
1,368
29 กรกฎาคม 2563


กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 5 ร่วมกับเขตสุขภาพที่ 5 โรงพยาบาลนครปฐม ประชุมเตรียมความพร้อมตรวจโควิด-19 ในตัวอย่างน้ำลาย เพื่อขยายศักยภาพห้องปฏิบัติการเครือข่าย SARS-CoV-2 เขตสุขภาพที่ 5 ทั้งภาครัฐและเอกชน 14 แห่ง ให้สามารถตรวจคัดกรองโควิด-19 ด้วยวิธี Real-time RT-PCR จากตัวอย่างน้ำลายได้

วันนี้ (29 กรกฎาคม 2563 ณ ห้องประชุมจตุภัทร โรงพยาบาลนครปฐม) นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมด้วยแพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 5 เปิดการประชุมการตรวจสารพันธุกรรมไวรัสโคโรนา 2019 ด้วยวิธี Real-time RT-PCR จากตัวอย่างน้ำลาย ทั้งนี้ภายหลังเปิดการประชุม นายแพทย์โอภาส เปิดเผยว่า ในการค้นหาผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 วิธีการเก็บตัวอย่างที่เป็นวิธีมาตรฐานที่ยอมรับว่ามีโอกาสพบเชื้อสูงสุดในการค้นหาผู้ติดเชื้อและผู้ป่วย คือการเก็บตัวอย่างจากระบบหายใจส่วนบน และทางเดินหายใจส่วนล่าง แต่วิธีดังกล่าวมีความเสี่ยงกับบุคลากรทางการแพทย์ และไม่สะดวกในการเก็บตัวอย่างกับกลุ่มคนจำนวนมาก และมีอุปสรรคมากขึ้น หากดำเนินการกับกลุ่มคนที่ต้องเข้าไปค้นหาเชิงรุก เช่น กลุ่มแรงงานต่างด้าว ดังนั้น กระทรวงสาธารณสุข จึงได้มอบหมายให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พัฒนาการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในกรณีที่ต้องตรวจคัดกรองคนจำนวนมาก กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จึงได้พัฒนาวิธีการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จากน้ำลาย แบบรวมตัวอย่างน้ำลาย จำนวน 5-6 คน ต่อการทดสอบ 1 ตัวอย่าง ทำให้มีความคุ้มค่าและเกิดผลลบลวงน้อยที่สุด เพื่อใช้เป็นอีกแนวทางหนึ่งในการค้นหาผู้ป่วยเชิงรุกในประชากรกลุ่มเสี่ยงที่ต้องคัดกรองคนจำนวนมาก


 อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวต่ออีกว่า การใช้ตัวอย่างน้ำลายในการตรวจคัดกรองโรคโควิด-19 เชิงรุก ช่วยลดความเสี่ยงของบุคลากรทางการแพทย์จากการติดเชื้อ เนื่องจากผู้ป่วยสามารถเก็บตัวอย่างได้เอง และอุปกรณ์ในการเก็บหาง่าย ราคาไม่แพง ลดค่าใช้จ่ายในการค้นหาผู้ติดเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งวิธีนี้นำไปใช้กับศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ทั้ง 14 แห่ง ในการค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกจากกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มแรงงานต่างด้าวทั่วประเทศแล้วมากกว่า 1 แสนราย ทำให้มีแนวความคิดที่จะถ่ายทอดวิธีตรวจนี้ให้แก่ห้องปฏิบัติการเครือข่าย SARS-CoV-2 ที่ผ่านการขึ้นทะเบียนจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์นำไปใช้งานได้ โดยนำร่องในเขตสุขภาพที่ 5 เป็นเขตแรก เนื่องจากเป็นเขตที่มีแรงงานต่างด้าวจำนวนมาก หลังจากถ่ายทอดวิธีให้แก่ห้องปฏิบัติการเครือข่ายแล้ว กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะจัดส่งตัวอย่างทดสอบความชำนาญการตรวจหาไวรัสโคโรนา 2019 จากตัวอย่างน้ำลายแบบรวมตัวอย่าง ทั้งนี้หากห้องปฏิบัติการที่ดำเนินการผ่านทั้ง 2 ขั้นตอนแล้ว สามารถนำวิธีการตรวจจากน้ำลาย ไปใช้ในการค้นหาผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในระบบการสอบสวนโรคในจังหวัดได้ต่อไป

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202626061782472570436694372-7999.jpg
กรมวิทย์ฯ ปิดการประชุมวิชาการฯ อย่างยิ่งใหญ่ ตอกย้ำการขับเคลื่อนสุขภาพคนไทย สู่การมีชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพ พร้อมมอบรางวัลผลงานวิชาการดีเด่น 36 ผลงาน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ปิดการประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์การแพทย์ ครั้งที่ 34 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมมอบรางวัลผลงานวิชาการดีเด่นจำนวน 36 ผลงาน จากผลงานที่ส่งเข้าประกวดและนำเสนอรวม 455 ผลงาน สะท้อนศักยภาพด้านการวิจัย นวัตกรรม และการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัยของบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ทั่วประเทศ พร้อมขอบคุณความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ที่ร่วมเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนระบบสุขภาพของประเทศ และส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพดี มีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-297293478.jpg
กรมวิทย์ฯ ผนึกเครือข่ายสาธารณสุข เขต 2 ขับเคลื่อนศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ระดับอำเภอ เสริมระบบเฝ้าระวังสุขภาพเชิงรุก สร้างความปลอดภัยผู้บริโภคอย่างยั่งยืน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เดินหน้ายกระดับระบบเฝ้าระวังและคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพในระดับพื้นที่ จับมือเครือข่ายสาธารณสุขเขตสุขภาพที่ 2 ขับเคลื่อนนโยบาย “ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชนระดับอำเภอ” เพื่อเสริมศักยภาพชุมชนให้เข้มแข็ง ผ่านองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการแพทย์ สู่การเป็นต้นแบบเฝ้าระวังความเสี่ยงด้านสุขภาพ สร้างความปลอดภัยกับผู้บริโภคในชุมชนอย่างยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202619061781836402244199274-7961.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ผุดแอป “คัดแยกเห็ดไทย” สกัดป่วย-ตายจากเห็ดพิษ หลังพบผู้ป่วยทะลุ 1.2 หมื่นราย

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่าในแต่ละปีประเทศไทยจะมีผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจากการบริโภคเห็ดพิษอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค ตั้งแต่ปี 2565 – 2569 พบผู้ป่วยจากการบริโภคเห็ดพิษ จำนวน 12,000 กว่าราย โดยพบผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นทุกปี โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สาเหตุสำคัญเกิดจากการจำแนกเห็ดผิดชนิด ดังนั้นกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จึงร่วมกับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม พัฒนาแอปพลิเคชัน คัดแยกเห็ดขึ้น ภายใต้ชื่อ “คัดแยกเห็ดไทย” ซึ่งสามารถใช้งานได้ทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android เพื่อช่วยประชาชนคัดกรองและจำแนกชนิดเห็ดพิษและเห็ดรับประทานได้ในเบื้องต้น

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์