กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์พัฒนาการใช้ตัวอย่างน้ำลาย และรวมตัวอย่างตรวจโควิด19

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
2,389
5 มิถุนายน 2563


กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พัฒนาการใช้ตัวอย่างน้ำลาย และการรวมตัวอย่าง ตรวจสำหรับคัดกรองโรคโควิด 19 โดยร่วมกับกรมควบคุมโรค ตรวจหาเชื้อโควิด 19 ในกลุ่มเสี่ยง อาทิ แรงงาน พนักงานโรงงาน คนขับรถสาธารณะ ฯลฯ เผยผลการเก็บตัวอย่างตรวจที่ผ่านมา 11,236  ตัวอย่าง พบผลบวก 1 ตัวอย่าง ตั้งเป้า 100,000 ตัวอย่าง ทั่วประเทศ

 นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้พัฒนาการใช้ตัวอย่างน้ำลายในการตรวจ COVID-19 เพื่อใช้ในการค้นหาผู้ป่วยเชิงรุกในกลุ่มเสี่ยง ที่ต้องทำการตรวจคัดกรองคนจำนวนมาก เนื่องจากกระบวนการเก็บใช้เวลาไม่นาน ผู้ป่วยเก็บตัวอย่างได้เอง และอุปกรณ์ในการเก็บหาได้ง่าย ราคาไม่แพง จึงได้จัดทำโครงการนำร่องคัดกรองโรค COVID-19 ในกลุ่มเสี่ยง เขตสุขภาพที่ 4 และ 5 ขึ้น โดยการเก็บตัวอย่างน้ำลาย จากส่วนลึกของลำคอ จากกลุ่มเสี่ยงและชุมชนแออัด เช่น กลุ่มแรงงานต่างด้าว กลุ่มพ่อค้าแม่ค้า กลุ่มผู้ขับรถรับจ้างและขนส่งสาธารณะ กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ เป็นต้น จำนวนรวม 6,380 ตัวอย่าง พบผลบวก 1 ตัวอย่าง และผลลบ 6,379 ตัวอย่าง

ข้อมูลนี้ช่วยสนับสนุนข้อเท็จจริงที่ว่า การระบาดในประเทศไทยมีอัตราที่ต่ำมาก เนื่องจากไม่พบการระบาดในชุมชน ผู้ป่วยรายใหม่ที่พบนั้นล้วนเป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศทั้งสิ้น ผลการคัดกรองกลุ่มเสี่ยงนี้ทำให้ได้ข้อมูลเชิงระบาด ที่มีความสำคัญต่อการวางมาตรการควบคุมโรคในระยะถัดไป  ซึ่งกรมควบคุมโรคร่วมกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จะทำการขยายผลการคัดกรองโรค COVID-19 เชิงรุกในกลุ่มเสี่ยงและชุมชน โดยตั้งเป้าทำการคัดกรองทั่วประเทศในเขตสุขภาพทั้ง 12 เขต และเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 89,993 ราย โดยจะดำเนินการให้แล้วเสร็จในเดือนมิถุนายนนี้ ทั้งนี้การดำเนินการในเขต กทม. ได้ตรวจไปแล้วทั้งสิ้น 4,856 จากเป้าหมาย 15,000 ราย พบผลตรวจเป็นลบทั้งหมด

นอกจากนั้น เพื่อเป็นการช่วยสนับสนุนให้การตรวจคัดกรองโรค COVID-19 ในวงกว้างมีความเป็นไปได้ ทางกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ยังได้พัฒนาการตรวจแบบรวมตัวอย่าง หรือ Pool Sample เพื่อเป็นการลดต้นทุนการตรวจ และทำให้เข้าถึงการตรวจได้มากขึ้น ทั้งนี้จากการศึกษาที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พบว่าการตรวจโดยรวมตัวอย่าง จำนวน 6 ตัวอย่าง จะสามารถลดต้นทุนการตรวจลงเหลือเพียง 1 ใน 4 โดยมีความไวต่ำกว่าการตรวจแบบปกติเล็กน้อย ซึ่งยังคงสามารถนำวิธีดังกล่าวมาใช้ในการเฝ้าระวังในกลุ่มประชากรเสี่ยง หรือสถานที่เสี่ยงในลักษณะการเฝ้าระวังเฉพาะกลุ่ม เฉพาะพื้นที่ที่มีอัตราการตรวจพบ COVID-19 น้อยกว่าร้อยละ 1 ของกลุ่มประชากรได้

นายแพทย์โอภาส กล่าวต่ออีกว่า ในต่างประเทศมีการใช้ตัวอย่างน้ำลายสำหรับตรวจเชื้อไวรัสทางเดินหายใจเนื่องจากเก็บตัวอย่างง่าย ผู้ป่วยเก็บตัวอย่างได้เอง โดยความไวและความจำเพาะเมื่อใช้ตัวอย่างน้ำลายใกล้เคียงวิธีมาตรฐาน นอกจากนี้การศึกษาที่คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีใช้การบ้วนน้ำลาย ความไวร้อยละ 84.2% ความจำเพาะ 98.9 % และมีผลสอดคล้องกับการเก็บตัวอย่างวิธีมาตรฐาน NP Swab 97.5 % 


“สำหรับการเตรียมตัวก่อนเก็บตัวอย่างน้ำลายนั้น สามารถเก็บตัวอย่างน้ำลายได้ทุกเวลา แต่ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเก็บน้ำลาย คือ ช่วงเช้าหลังตื่นนอน และไม่ควรแปรงฟัน หรือใช้น้ำยาบ้วนปาก ไม่ควรดื่มน้ำหรือรับประทานอาหาร หรือเคี้ยวหมากฝรั่ง ก่อนเก็บน้ำลายอย่างน้อย 1 ชั่วโมง ซึ่งจะทำให้รบกวนการแปลผลได้ นอกจากนี้การตรวจเชื้อโควิด 19 จากน้ำลาย จะไม่ใช้ตรวจในกลุ่ม PUI ผู้สัมผัสที่เกี่ยวข้องกับวงระบาด และในกลุ่มที่มีอัตราการตรวจพบโควิด 19 สูง ยกเว้นในกรณีที่จำเป็นต้องเก็บตัวอย่างแต่ไม่มี PPE เท่านั้น” นายแพทย์โอภาส กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202626061782472570436694372-7999.jpg
กรมวิทย์ฯ ปิดการประชุมวิชาการฯ อย่างยิ่งใหญ่ ตอกย้ำการขับเคลื่อนสุขภาพคนไทย สู่การมีชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพ พร้อมมอบรางวัลผลงานวิชาการดีเด่น 36 ผลงาน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ปิดการประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์การแพทย์ ครั้งที่ 34 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมมอบรางวัลผลงานวิชาการดีเด่นจำนวน 36 ผลงาน จากผลงานที่ส่งเข้าประกวดและนำเสนอรวม 455 ผลงาน สะท้อนศักยภาพด้านการวิจัย นวัตกรรม และการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัยของบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ทั่วประเทศ พร้อมขอบคุณความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ที่ร่วมเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนระบบสุขภาพของประเทศ และส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพดี มีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-297293478.jpg
กรมวิทย์ฯ ผนึกเครือข่ายสาธารณสุข เขต 2 ขับเคลื่อนศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ระดับอำเภอ เสริมระบบเฝ้าระวังสุขภาพเชิงรุก สร้างความปลอดภัยผู้บริโภคอย่างยั่งยืน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เดินหน้ายกระดับระบบเฝ้าระวังและคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพในระดับพื้นที่ จับมือเครือข่ายสาธารณสุขเขตสุขภาพที่ 2 ขับเคลื่อนนโยบาย “ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชนระดับอำเภอ” เพื่อเสริมศักยภาพชุมชนให้เข้มแข็ง ผ่านองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการแพทย์ สู่การเป็นต้นแบบเฝ้าระวังความเสี่ยงด้านสุขภาพ สร้างความปลอดภัยกับผู้บริโภคในชุมชนอย่างยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202619061781836402244199274-7961.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ผุดแอป “คัดแยกเห็ดไทย” สกัดป่วย-ตายจากเห็ดพิษ หลังพบผู้ป่วยทะลุ 1.2 หมื่นราย

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่าในแต่ละปีประเทศไทยจะมีผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจากการบริโภคเห็ดพิษอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค ตั้งแต่ปี 2565 – 2569 พบผู้ป่วยจากการบริโภคเห็ดพิษ จำนวน 12,000 กว่าราย โดยพบผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นทุกปี โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สาเหตุสำคัญเกิดจากการจำแนกเห็ดผิดชนิด ดังนั้นกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จึงร่วมกับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม พัฒนาแอปพลิเคชัน คัดแยกเห็ดขึ้น ภายใต้ชื่อ “คัดแยกเห็ดไทย” ซึ่งสามารถใช้งานได้ทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android เพื่อช่วยประชาชนคัดกรองและจำแนกชนิดเห็ดพิษและเห็ดรับประทานได้ในเบื้องต้น

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์