กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เฝ้าระวังเชื้อไวรัสก่อโรคโควิด 19 ในกลุ่มตัวอย่างผู้ป่วยอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
1,167
22 พฤษภาคม 2563


กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เผยผลเฝ้าระวังเชื้อไวรัสก่อโรคโควิด 19 ในกลุ่มตัวอย่างผู้ป่วยอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ โดยร่วมมือกับกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค และโรงพยาบาลเครือข่าย 20 แห่งทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ - 17 พฤษภาคม 2563 จำนวน 889 ตัวอย่าง ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการไม่พบเชื้อไวรัสก่อโรคโควิด 19 ในกลุ่มตัวอย่างดังกล่าว

 นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มีนโยบายปกป้องสุขภาพของประชาชนและบุคลากรทางการแพทย์ไม่ให้เจ็บป่วยและเสียชีวิตด้วยโรคไข้หวัดใหญ่ ซึ่งช่วงนี้เป็นช่วงหน้าฝนอาจจะมีการระบาดของไข้หวัดใหญ่ และไม่ต้องการให้มีการระบาดทั้งโควิดและไข้หวัดใหญ่ โดยการรณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ให้กับประชาชน 7 กลุ่มเสี่ยงและบุคลากรทางการแพทย์ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม จนถึง 31 สิงหาคม 2563 ทั้งนี้ข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าผู้ที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และไข้หวัดใหญ่ มักมีอาการผิดปกติในระบบทางเดินหายใจเหมือนกัน เช่น มีไข้  ไอ น้ำมูกไหล แม้ว่าจะมีอาการเหมือนกันหลายอย่าง แต่เกิดจากเชื้อไวรัสต่างสายพันธุ์กัน เนื่องจากความคล้ายคลึงกันดังกล่าว จึงยากที่จะระบุโรคได้โดยดูตามอาการเพียงอย่างเดียว ดังนั้นจึงจำเป็นต้องตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยันว่าติดโรคโควิด 19 หรือไม่

ศูนย์ไข้หวัดใหญ่แห่งชาติ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ดำเนินการเฝ้าระวังเชื้อไวรัสก่อโรคโควิด 19 ในกลุ่มตัวอย่างผู้ป่วยอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ โดยความร่วมมือกับกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค และโรงพยาบาลเครือข่าย 20 แห่งทั่วประเทศ ได้แก่ รพ.เกาะสมุย รพ.ด่านขุนทด รพ.นครพนม รพ.นครพิงค์ รพ.พระจอมเกล้า เพชรบุรี รพ.พระนครศรีอยุธยา รพ.พระนารายณ์มหาราช รพ.พระปกเกล้า รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช รพ.มหาสารคาม รพ.แม่จัน รพ.ยโสธร รพ.เลย รพ.วชิระภูเก็ต รพ.สันป่าตอง รพ.ตรัง รพ.ประจวบคีรีขันธ์ รพ.หนองคาย รพ.ราชบุรี และสถาบันบำราศนราดูร ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ จนถึงวันที่ 17 พฤษภาคม 63 จำนวน 889 ตัวอย่าง จำแนกเป็นรายภาคดังนี้ ภาคกลาง 363 ตัวอย่าง  ภาคเหนือ 92 ตัวอย่าง ภาคใต้ 150 ตัวอย่าง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 284 ตัวอย่าง ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการไม่พบเชื้อไวรัสก่อโรคโควิด 19 ในกลุ่มตัวอย่างดังกล่าว

นายแพทย์โอภาส กล่าวต่อว่า ศูนย์ไข้หวัดใหญ่แห่งชาติ (Thai National Influenza Center) กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นห้องปฏิบัติการเครือข่ายเฝ้าระวังไข้หวัดใหญ่ที่ได้รับการแต่งตั้งจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ตั้งแต่ปี พ.ศ.2515 และยังเป็นห้องปฏิบัติการอ้างอิงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ขององค์การอนามัยโลกด้านไข้หวัดใหญ่ โดยมีบทบาทและหน้าที่ในการเฝ้าระวังการเปลี่ยนแปลงของตัวเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่และส่งตัวอย่างเชื้อที่มีความผิดปกติ หรือเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมส่งไปยังองค์การอนามัยโลกอย่างสม่ำเสมอ และศึกษาติดตามการแพร่ระบาดและการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ ทำให้ได้ข้อมูลอุบัติการณ์ของตัวเชื้อตามฤดูกาล และการกระจายของตัวเชื้อตามลักษณะภูมิอากาศของแต่ละภาค ศึกษาและเฝ้าระวังการดื้อยา เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการควบคุมป้องกันโรค และการบริหารวัคซีนของประเทศให้เหมาะสมกับคนไทย

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202611091789092425354666245-8225.jpg
สาธารณสุขมอบรางวัล Lab Cost Efficiency Excellence Award ภายในปี 2569 ลดค่าใช้จ่ายด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ถึง 658 ล้านบาท พร้อมชู 10 โรงพยาบาลต้นแบบ บริหารค่าแล็บคุ้มค่า

กระทรวงสาธารณสุขมอบรางวัล Lab Cost Efficiency Excellence Award เชิดชู 10 โรงพยาบาลต้นแบบที่มีผลการดำเนินงานดีเด่นระดับประเทศ ในการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายด้านการตรวจทางห้องปฏิบัติการอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่าน 3 กลไกสำคัญ ได้แก่ การตรวจอย่างสมเหตุผล ตรวจที่จำเป็นและเหมาะสม และการจัดซื้อในราคาที่เหมาะสม เพื่อให้ประชาชนได้รับการตรวจวินิจฉัยที่มีมาตรฐาน ระบบสุขภาพสามารถใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202631081788165046699687395-8219.jpg
กรมวิทย์ฯ ยกระดับมาตรฐานโรงแรม 3 จังหวัดอันดามัน มอบประกาศนียบัตร 109 แห่ง ขับเคลื่อน โรงแรมสะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน ด้วย 3 C สร้างความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จัดอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้และมอบประกาศนียบัตร ตามโครงการ “โรงแรมสะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวของประเทศไทย” ภายใต้ 3C : Clean Bed, Clean Air, Clean Food ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต กระบี่ และพังงา ประจำปี พ.ศ. 2569 พร้อมมอบประกาศนียบัตร ตราสัญลักษณ์ DMSc Certified แก่โรงแรมที่ผ่านการดำเนินงานตามโครงการ จำนวน 109 แห่ง มุ่งยกระดับความปลอดภัยด้านสุขอนามัย สร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยว และสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ควบคู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์