นักวิจัยไทยถอดรหัสพันธุกรรมโควิด 19 ที่ระบาดในไทยพบกลุ่ม B ซึ่งระบาดในเมืองอู่ฮั่นมากที่สุด

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
1,427
28 เมษายน 2563


กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ถอดรหัสพันธุกรรมโควิด 19 ที่ระบาดในประเทศไทย พบว่าเป็นกลุ่ม B มากที่สุดถึงร้อยละ 85 ซึ่งเป็นกลุ่มที่ระบาดในเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีนและระบาดนอกประเทศจีน ส่วนการตรวจเชื้อโควิด 19 ในไทยใช้วิธี Real-time reverse transcription - PCR (RT-PCR) ที่องค์การอนามัยโลกแนะนำ เร่งพัฒนาการตรวจด้วยน้ำลายและ Reverse transcription – loop-mediated isothermal amplification (RT-LAMP)

 นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า นักวิจัยของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ถอดรหัสพันธุกรรมโควิด 19 ที่ระบาดในประเทศไทยจากผู้ติดเชื้อ 40 ราย พบว่าสายพันธุ์กลุ่ม B มากที่สุดถึงร้อยละ 85 ซึ่งเป็นสายพันธุ์กลุ่ม B เป็นสายพันธุ์ที่เกิดการกลายพันธุ์จากกลุ่ม A และระบาดมากในเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีนและการระบาดเป็นไปอย่างรวดเร็วนอกประเทศจีน รองลงมาเป็นสายพันธุ์กลุ่ม C พบร้อยละ 15 โดยสายพันธุ์กลุ่ม C เป็นสายพันธุ์ที่เกิดการกลายพันธุ์จากกลุ่ม B  เริ่มพบการระบาดในยุโรปและสิงคโปร์ สำหรับสายพันธุ์กลุ่ม A ซึ่งเป็นเชื้อที่คล้ายกับเชื้อไวรัสโคโรนาที่พบในค้างคาวและตัวนิ่ม ที่คาดว่าเป็นต้นกําเนิดของการระบาดในครั้งนี้ ยังไม่พบในประเทศไทย


นายแพทย์โอภาส กล่าวเพิ่มเติมว่า ทั้งนี้เมื่อวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกโดยดูตำแหน่งความหลากหลายทางพันธุกรรม (polymorphism)  ของสายพันธุ์โควิด 19 พบว่า กลุ่ม B และ C ที่ระบาดในไทย มี 3 สายพันธุ์หลัก คือ S, G และ V (อ้างอิงการจัดกลุ่มสายพันธุ์ตามศูนย์ข้อมูลสากล GISAID : www.gisaid.org) โดยสายพันธุ์ S พบมากที่สุด รองลงมาเป็น G และ V ตามลำดับ ทั้งหมดยังไม่มีข้อมูลทางวิชาการแสดงผลในการก่อโรคที่แตกต่างกัน และยังไม่สามารถระบุได้ว่า การกลายพันธุ์ทำให้ก่อโรครุนแรงหรือติดต่อไวขึ้น อย่างไรก็ตามการถอดรหัสพันธุกรรมโควิด 19 จะดำเนินการถอดรหัสจากตัวอย่างผู้ติดเชื้อทุกภูมิภาคของประเทศไทยให้ครบ 100 ราย เพื่อศึกษาการกระจายตัว ติดตามการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ และกลไกการก่อโรคของเชื้อต่อไป  ซึ่งการถอดรหัสในอนาคตจะร่วมมือกับคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล และศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สภากาชาดไทย

        

“การตรวจเชื้อโควิด 19 ในไทย มีห้องปฏิบัติการที่ผ่านการรับรองโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์แล้วไม่น้อยกว่า 133 แห่งทั่วประเทศ ทำให้เข้าถึงการตรวจหาเชื้อได้ง่าย มีการส่งตัวอย่าง และรายงานผลผ่านระบบออนไลน์ รายงานผลได้ภายใน 1 วัน สำหรับการตรวจหาเชื้อโควิด 19 ในประเทศไทย ใช้วิธี  RT - PCR เป็นการตรวจหารหัสพันธุกรรม ซึ่งมีความแม่นยำ รวดเร็ว  และเป็นการตรวจที่องค์การอนามัยโลกแนะนำ พร้อมกันนี้จะเร่งพัฒนาการตรวจหาเชื้อโควิด ทั้งด้วยวิธีตรวจทางน้ำลาย และ  RT – LAMP นอกจากนี้ขอเตือนประชาชนไม่ควรซื้อชุดทดสอบหรือ Rapid Test ทางออนไลน์มาตรวจเอง เพราะการตรวจหาเชื้อจะต้องทำในสถานพยาบาลและวิเคราะห์แปลผลโดยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น”นายแพทย์โอภาส กล่าว

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202611091789092425354666245-8225.jpg
สาธารณสุขมอบรางวัล Lab Cost Efficiency Excellence Award ภายในปี 2569 ลดค่าใช้จ่ายด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ถึง 658 ล้านบาท พร้อมชู 10 โรงพยาบาลต้นแบบ บริหารค่าแล็บคุ้มค่า

กระทรวงสาธารณสุขมอบรางวัล Lab Cost Efficiency Excellence Award เชิดชู 10 โรงพยาบาลต้นแบบที่มีผลการดำเนินงานดีเด่นระดับประเทศ ในการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายด้านการตรวจทางห้องปฏิบัติการอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่าน 3 กลไกสำคัญ ได้แก่ การตรวจอย่างสมเหตุผล ตรวจที่จำเป็นและเหมาะสม และการจัดซื้อในราคาที่เหมาะสม เพื่อให้ประชาชนได้รับการตรวจวินิจฉัยที่มีมาตรฐาน ระบบสุขภาพสามารถใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202631081788165046699687395-8219.jpg
กรมวิทย์ฯ ยกระดับมาตรฐานโรงแรม 3 จังหวัดอันดามัน มอบประกาศนียบัตร 109 แห่ง ขับเคลื่อน โรงแรมสะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน ด้วย 3 C สร้างความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จัดอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้และมอบประกาศนียบัตร ตามโครงการ “โรงแรมสะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวของประเทศไทย” ภายใต้ 3C : Clean Bed, Clean Air, Clean Food ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต กระบี่ และพังงา ประจำปี พ.ศ. 2569 พร้อมมอบประกาศนียบัตร ตราสัญลักษณ์ DMSc Certified แก่โรงแรมที่ผ่านการดำเนินงานตามโครงการ จำนวน 109 แห่ง มุ่งยกระดับความปลอดภัยด้านสุขอนามัย สร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยว และสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ควบคู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์