กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ประกาศความสำเร็จโครงการวิจัยวัณโรคระดับนานาชาติ พร้อมให้บริการนวัตกรรมการตรวจเพื่อมุ่งสู่นโยบายยุติวัณโรค

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
1,532
21 ธันวาคม 2561

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ประกาศความสำเร็จการทำข้อตกลงความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น และมหาวิทยาลัยมหิดล ในโครงการวิจัยวัณโรคระดับนานาชาติ พัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรมใหม่ทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ สำหรับตรวจหาลักษณะทางพันธุกรรมของมนุษย์และเชื้อวัณโรค ช่วยให้วินิจฉัยวัณโรคได้แม่นยำ รวดเร็วขึ้น สามารถเลือกใช้ยาและปรับขนาดยาต้านวัณโรคให้เหมาะสม ลดอาการไม่พึงประสงค์จากยาต้านวัณโรค เพื่อมุ่งสู่นโยบายยุติวัณโรค



วันนี้ (21ธันวาคม 2561)ที่ห้องประชุมกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จ.นนทบุรี นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นประธานประชุมสรุปผลงานวิจัยร่วมกันระหว่างกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์กับมหาวิทยาลัยโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น และมหาวิทยาลัยมหิดล ในโครงการความร่วมมือไทย-ญี่ปุ่น เพื่อบูรณาการข้อมูลพันธุกรรมมนุษย์และเชื้อก่อโรค เพื่อประยุกต์ใช้ในการควบคุมวัณโรค "Integrative Application of Human and Pathogen Genomic Information for Tuberculosis Control" โดยได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจากประเทศญี่ปุ่น ภายใต้โปรแกรม Science and Technology Research Partnership for Sustainable Development (SATREPS) จาก Japan International Cooperation Agency (JICA) และ Japan Agency for Medical Research and Development (AMED) ที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2558 ถึงปัจจุบัน 

นายแพทย์โอภาส กล่าวว่า โครงการดังกล่าวฯ นักวิจัยจากประเทศไทยและญี่ปุ่นได้ร่วมกันพัฒนาให้เกิดการใช้เทคโนโลยีนวัตกรรมใหม่ทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ สำหรับตรวจหาลักษณะทางพันธุกรรมของมนุษย์และเชื้อวัณโรค เพื่อช่วยให้การวินิจฉัยวัณโรคมีความแม่นยำและรวดเร็วขึ้น สามารถเลือกใช้ยาและปรับขนาดยาต้านวัณโรคให้เหมาะสม เพื่อเกิดประสิทธิภาพสูงสุด สำหรับผู้ป่วยวัณโรค และลดอาการไม่พึงประสงค์จากยาต้านวัณโรค โดยทีมวิจัยได้ค้นพบปัจจัยเสี่ยงพันธุกรรมที่เป็นความเสี่ยง ในการป่วยวัณโรคและได้ค้นพบกลไกการป้องกันการติดเชื้อวัณโรค ซึ่งงานวิจัยทั้งสองชิ้นได้รับการตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติ รวมทั้งได้ศึกษาข้อมูลรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนมของเชื้อวัณโรค จนทราบปัจจัยพันธุกรรมของเชื้อวัณโรคที่ส่งผลต่อการดื้อยาต้านวัณโรค และการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันที่แตกต่างกันและผลต่อการรักษาไม่เหมือนกัน 

นอกจากนี้ทีมนักวิจัยยังได้ศึกษาและพัฒนาวิธีการตรวจยีนย่อยยาต้านวัณโรคที่มักเป็นสาเหตุของอาการข้างเคียงตับอักเสบ จากการทานยาต้านวัณโรค Isoniazid รวมไปถึงการพัฒนาวิธีการวัดระดับยาต้านวัณโรคในเลือดของผู้ป่วย เพื่อช่วยให้การรักษาวัณโรค มีประสิทธิภาพมากที่สุด ลดจำนวนผู้ป่วยที่ได้ผลข้างเคียงจากการใช้ยาและเพิ่มโอกาสรักษาหายของผู้ป่วยวัณโรคในประเทศไทย โดยองค์ความรู้ที่ได้จากโครงการนี้ยังนำไปสู่การปรับแนวทางการวินิจฉัยและรักษาวัณโรคของประเทศอีกด้วย

อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวต่ออีกว่า ภายใต้โครงการความร่วมมือนี้ยังก่อให้เกิดการพัฒนาบุคลากรและ ระบบห้องปฏิบัติการนวัตกรรมในการให้บริการตรวจหาลำดับเบสทั้งจีโนมของเชื้อวัณโรคด้วยเทคนิควิเคราะห์ลำดับเบสรุ่นใหม่ (Next Generation Sequencing) เป็นแห่งแรกของประเทศไทย สามารถตรวจเชื้อวัณโรคได้อย่างรวดเร็ว และการเปิดให้บริการตรวจยีนย่อยยา N-Acetyltransferase 2 (NAT2) เพื่อป้องอาการตับอักเสบจากการแพ้ยาต้านวัณโรค ซึ่งหน่วยบริการสาธารณสุขที่สนใจสามารถติดต่อกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เพื่อส่งตรวจได้แล้ววันนี้ 

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202611091789092425354666245-8225.jpg
สาธารณสุขมอบรางวัล Lab Cost Efficiency Excellence Award ภายในปี 2569 ลดค่าใช้จ่ายด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ถึง 658 ล้านบาท พร้อมชู 10 โรงพยาบาลต้นแบบ บริหารค่าแล็บคุ้มค่า

กระทรวงสาธารณสุขมอบรางวัล Lab Cost Efficiency Excellence Award เชิดชู 10 โรงพยาบาลต้นแบบที่มีผลการดำเนินงานดีเด่นระดับประเทศ ในการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายด้านการตรวจทางห้องปฏิบัติการอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่าน 3 กลไกสำคัญ ได้แก่ การตรวจอย่างสมเหตุผล ตรวจที่จำเป็นและเหมาะสม และการจัดซื้อในราคาที่เหมาะสม เพื่อให้ประชาชนได้รับการตรวจวินิจฉัยที่มีมาตรฐาน ระบบสุขภาพสามารถใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202631081788165046699687395-8219.jpg
กรมวิทย์ฯ ยกระดับมาตรฐานโรงแรม 3 จังหวัดอันดามัน มอบประกาศนียบัตร 109 แห่ง ขับเคลื่อน โรงแรมสะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน ด้วย 3 C สร้างความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จัดอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้และมอบประกาศนียบัตร ตามโครงการ “โรงแรมสะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวของประเทศไทย” ภายใต้ 3C : Clean Bed, Clean Air, Clean Food ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต กระบี่ และพังงา ประจำปี พ.ศ. 2569 พร้อมมอบประกาศนียบัตร ตราสัญลักษณ์ DMSc Certified แก่โรงแรมที่ผ่านการดำเนินงานตามโครงการ จำนวน 109 แห่ง มุ่งยกระดับความปลอดภัยด้านสุขอนามัย สร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยว และสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ควบคู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์