สธ.พัฒนาห้องแลป รพ.สมเด็จพระยุพราชมีมาตรฐานสากลพร้อมดูแลประชาชนในถิ่นทุรกันดาร

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
1,616
13 กรกฎาคม 2561


        กระทรวงสาธารณสุขสนองพระราชปณิธานของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลและทุรกันดารได้รับการรักษาอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกัน โดยมอบให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ส่งเสริมศักยภาพห้องปฏิบัติการทางการแพทย์โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชให้มีมาตรฐานสากล ทั้ง 21 แห่งทั่วประเทศ

        ศาสตราจารย์คลินิก เกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช กำเนิดขึ้นจากความรักและศรัทธาของปวงประชาถวายแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เมื่อครั้งดำรงพระราชอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมาร เพื่อเป็นโรงพยาบาล สำหรับให้บริการแก่ทหาร ตำรวจ พลเรือน อาสาสมัครและประชาชนในท้องถิ่นห่างไกลทุรกันดารได้รับการรักษาพยาบาลอย่างทั่วถึง และเท่าเทียมกัน และในปี 2554 มูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชได้ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขและธนาคารออมสิน จัดทำโครงการพัฒนาโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชทั้ง 21 แห่งทั่วประเทศ โดยเน้นงานห้องปฏิบัติการพยาธิวิทยาคลินิก และงานเวชกรรมฟื้นฟู เพื่อเฉลิมพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศลแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ในโอกาสพระราชพิธีมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ ธันวาคม 2554 จัดทำเป็นโครงการ 4 ปี ตั้งแต่ปี 2554-2557 และได้รับการสนับสนุนจากธนาคารออมสินจำนวน 84 ล้านบาท เพื่อให้ประชาชนในถิ่นทุรกันดารในพื้นที่ของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชทั้ง 21 แห่งได้รับบริการ ตรวจวินิจฉัยครบถ้วน ทันเวลาเช่นเดียวกับประชาชนในเขตเมือง โดยกระทรวงสาธารณสุขได้มีการส่งเสริมและพัฒนาโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปี พ.ศ.2557 ได้มอบหมายให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ทำบันทึกปฏิญญาความร่วมมือในการสนับสนุนการพัฒนาระบบบริหารคุณภาพตามมาตรฐานสากลของเครือข่ายห้องปฏิบัติการโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชทั้ง 21 แห่งทั่วประเทศ เพื่อพัฒนาขีดความสามารถของห้องปฏิบัติการของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ให้มีมาตรฐานสากล เป็นที่พึ่งของประชาชนในพื้นที่ห่างไกลและทุรกันดารให้ได้รับการรักษาอย่างทั่วถึง โดยในปีต่อมาโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชทั่วประเทศ ประสบความสำเร็จในการพัฒนาระบบคุณภาพห้องปฏิบัติการและได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากล ISO 15189 : 2012 และISO 15190 : 2003 ครบทั้ง 21 แห่ง ซึ่งความสำเร็จของการพัฒนาระบบคุณภาพห้องปฎิบัติการของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชทุกแห่ง เพื่อสนองพระราชปณิธานของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร

        นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปี 2561 กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มีเจตจำนงที่จะขับเคลื่อนนโยบายการธำรงรักษาระบบคุณภาพห้องปฏิบัติการตามมาตรฐาน ISO 15189 : 2012 และ ISO 15190 : 2003 และส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชอย่างต่อเนื่อง โดยได้จัดทำบันทึกข้อตกลงร่วมกับมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช เพื่อพัฒนาศักยภาพห้องปฏิบัติการของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช (รพร.) ทั้ง 21 แห่ง ให้ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 15189 : 2012 ครอบคลุมทุกรายการตรวจวิเคราะห์ที่เปิดให้บริการ และได้พัฒนาเพิ่มเติมในรายการตรวจวิเคราะห์เพื่อการบริการโลหิต ซึ่งขณะนี้มีห้องปฏิบัติการของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชที่ได้รับการรับรองครบทุกรายการตรวจวิเคราะห์แล้ว จำนวน 9 แห่ง ได้แก่ รพร.ปัว จ.น่าน รพร.นครไทย จ.พิษณุโลก รพร.บ้านดุง จ.อุดรธานี รพร.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร รพร.สระแก้ว จ.สระแก้ว รพร.กระนวน จ.ขอนแก่น รพร.เลิงนกทา จ.ยโสธร รพร.ยะหา จ.ยะลา และรพร.สายบุรี จ.ปัตตานี โดย รพร.สายบุรี ยังมีคะแนนห้องปฏิบัติการรังสีวินิจฉัยมากที่สุดอีกด้วย ทั้งนี้ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชจะได้รับรองครบทุกรายการ ตรวจวิเคราะห์ทั้ง 21 แห่ง ภายในปีงบประมาณ 2562 เพื่อเป็นหลักประกันผลการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการให้แก่ผู้มารับบริการและตอบสนองนโยบายรัฐบาลในการพัฒนาระบบบริการสุขภาพให้ผู้รับบริการสามารถเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพอย่างเสมอภาคเท่าเทียมและทั่วถึง

                     

    "การรับรองมาตรฐาน ISO 15189 : 2012 และ ISO 15190 : 2003 จะมีอายุ 2 ปี และจะมีการตรวจติดตามภายในทุกปี ซึ่งปัจจุบันโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชมีความก้าวหน้าด้านการพัฒนาและมีการธำรงรักษาระบบคุณภาพห้องปฏิบัติการ ตามมาตรฐานสากล ISO 15189 : 2012 ครบทุกแห่ง เป็นความร่วมมือระหว่างผู้บริหารและบุคลากรด้านการพัฒนาระบบคุณภาพห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชทั่วประเทศ ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและเพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 66 พรรษา 28 กรกฎาคม 2561" นายแพทย์สุขุมกล่าว

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202626061782472570436694372-7999.jpg
กรมวิทย์ฯ ปิดการประชุมวิชาการฯ อย่างยิ่งใหญ่ ตอกย้ำการขับเคลื่อนสุขภาพคนไทย สู่การมีชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพ พร้อมมอบรางวัลผลงานวิชาการดีเด่น 36 ผลงาน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ปิดการประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์การแพทย์ ครั้งที่ 34 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมมอบรางวัลผลงานวิชาการดีเด่นจำนวน 36 ผลงาน จากผลงานที่ส่งเข้าประกวดและนำเสนอรวม 455 ผลงาน สะท้อนศักยภาพด้านการวิจัย นวัตกรรม และการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัยของบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ทั่วประเทศ พร้อมขอบคุณความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ที่ร่วมเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนระบบสุขภาพของประเทศ และส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพดี มีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-297293478.jpg
กรมวิทย์ฯ ผนึกเครือข่ายสาธารณสุข เขต 2 ขับเคลื่อนศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ระดับอำเภอ เสริมระบบเฝ้าระวังสุขภาพเชิงรุก สร้างความปลอดภัยผู้บริโภคอย่างยั่งยืน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เดินหน้ายกระดับระบบเฝ้าระวังและคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพในระดับพื้นที่ จับมือเครือข่ายสาธารณสุขเขตสุขภาพที่ 2 ขับเคลื่อนนโยบาย “ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชนระดับอำเภอ” เพื่อเสริมศักยภาพชุมชนให้เข้มแข็ง ผ่านองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการแพทย์ สู่การเป็นต้นแบบเฝ้าระวังความเสี่ยงด้านสุขภาพ สร้างความปลอดภัยกับผู้บริโภคในชุมชนอย่างยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202619061781836402244199274-7961.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ผุดแอป “คัดแยกเห็ดไทย” สกัดป่วย-ตายจากเห็ดพิษ หลังพบผู้ป่วยทะลุ 1.2 หมื่นราย

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่าในแต่ละปีประเทศไทยจะมีผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจากการบริโภคเห็ดพิษอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค ตั้งแต่ปี 2565 – 2569 พบผู้ป่วยจากการบริโภคเห็ดพิษ จำนวน 12,000 กว่าราย โดยพบผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นทุกปี โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สาเหตุสำคัญเกิดจากการจำแนกเห็ดผิดชนิด ดังนั้นกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จึงร่วมกับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม พัฒนาแอปพลิเคชัน คัดแยกเห็ดขึ้น ภายใต้ชื่อ “คัดแยกเห็ดไทย” ซึ่งสามารถใช้งานได้ทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android เพื่อช่วยประชาชนคัดกรองและจำแนกชนิดเห็ดพิษและเห็ดรับประทานได้ในเบื้องต้น

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์