กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ สามารถตรวจวิเคราะห์ วินิจฉัยโรคไข้เลือดออกได้ใน 8 ชั่วโมง

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
1,866
22 มิถุนายน 2561


      กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พร้อมให้บริการตรวจวินิจฉัยโรคไข้เลือดออก จากการติดเชื้อไวรัสเดงกี่ โดยการตรวจวินิจฉัยที่รวดเร็วทางห้องปฏิบัติการ เป็นการตรวจสารพันธุกรรม ด้วยวิธีเรียลไทม์ อาร์ที พีซีอาร์ (Real – time  RT – PCR)  ทราบผลรวดเร็วภายใน 8 ชั่วโมง ช่วยให้แพทย์สามารถรักษาโรคไข้เลือดออกได้ และแยกโรคอื่นๆ ได้อย่างรวดเร็ว

นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า เชื้อไวรัสเดงกี่ เป็นไวรัสที่อยู่ในกลุ่มเดียวกับไวรัสซิกา และไวรัสไข้สมองอักเสบเจอี สามารถแบ่งเชื้อไวรัสเดงกี่ได้เป็น 4 ชนิด คือ ไวรัสเดงกี่ชนิดที่ 1 ไวรัสเดงกี่ชนิดที่ 2 ไวรัสเดงกี่ชนิดที่ 3 ไวรัสเดงกี่ชนิดที่ 4 การติดเชื้อไวรัสเดงกี่ในคน มียุงลายเป็นพาหะนำโรคที่สำคัญ นอกจากนี้ยุงยังสามารถถ่ายทอดเชื้อไวรัสนี้จากรุ่นสู่รุ่นได้  ประเทศไทยมีรายงานผู้ติดเชื้อไวรัสเดงกี่ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา คือตั้งแต่ปี 2549 – 2560 คาดว่าในปี 2561 จะมีผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกประมาณ 74,000- 75,000 ราย และคาดว่าจะมีอัตราผู้ป่วยตายสูงกว่าปกติ ทั้งนี้ชนิดของไวรัสที่ระบาดในแต่ละปีแตกต่างกัน ซึ่งในปี 2560 เป็นไวรัสเดงกี่ชนิดที่ 1 และ ไวรัสเดงกี่ชนิดที่ 2  สำหรับในปี 2561 (ถึงเดือน พฤษภาคม 2561) เป็นไวรัสเดงกี่ชนิดที่ 1 ไวรัสเดงกี่ชนิดที่ 2 และไวรัสเดงกี่ชนิดที่ 4  

      หลังได้รับเชื้อจากยุงประมาณ 5–8 วัน ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการของโรค เช่น มีไข้ เบื่ออาหาร อาเจียน บางรายอาจมีอาการปวดท้องร่วมด้วย อาการเลือดออกที่พบในระยะนี้ คือ จุดเลือดออกเล็กๆ กระจายอยู่ตามแขน ขา ลำตัว รักแร้ อาจมีเลือดกำเดาออก หรือเลือดออกตามไรฟันได้ ซึ่งส่วนใหญ่จะหายเป็นปกติ ยกเว้นแต่บางรายที่มีอาการรุนแรงอาจทำให้เกิดอาการช็อก และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ดังนั้น หากผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยอย่างรวดเร็วและการตรวจยืนยัน ก็จะสามารถดูแลรักษาผู้ป่วยได้ดียิ่งขึ้น


        อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวต่ออีกว่า สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มีระบบการตรวจวินิจฉัยโรคติดเชื้อ ด้วยการตรวจวินิจฉัยที่รวดเร็วทางห้องปฏิบัติการ โดยการตรวจสารพันธุกรรม ด้วยวิธีเรียลไทม์ อาร์ที พีซีอาร์ (Real – time RT- PCR) ที่ให้ทั้งความไว และความจำเพาะสูง สามารถแยกชนิดของเชื้อไวรัสเดงกี่ ได้ด้วยตัวอย่างตรวจที่เหมาะสมคือ ซีรัมหรือพลาสมาชนิด EDTA ที่เจาะจากผู้ป่วยภายใน 0–7 วันหลังจากเริ่มป่วย สามารถตรวจและรู้ผลรวดเร็วภายใน 8 ชั่วโมง หลังจากที่ได้รับตัวอย่าง นอกจากนี้ยังมีการตรวจแอนติบอดี้ชนิดไอจีเอ็ม (IgM) และ ไอจีจี(IgG) ที่จำเพาะต่อไวรัสเดงกี่ด้วยวิธีอิไลซ่า (ELISA) ซึ่งจะสามารถยืนยันการติดเชื้อได้เช่นกัน  

      “โรคติดเชื้อไวรัสเดงกี่ ยังไม่มียารักษาและการพัฒนาวัคซีนยังอยู่ระหว่างการดำเนินการ แต่ประชาชนสามารถป้องกันการติดเชื้อโดยหลีกเลี่ยงการถูกยุงกัด ใช้สารเคมีฉีดพ่นไล่ยุง ทายากันยุง นอนในมุ้ง ใช้ฝาปิดภาชนะเก็บน้ำใช้ และกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงในบ้านและรอบบ้านพักอาศัย”  นายแพทย์สุขุมกล่าว

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202626061782472570436694372-7999.jpg
กรมวิทย์ฯ ปิดการประชุมวิชาการฯ อย่างยิ่งใหญ่ ตอกย้ำการขับเคลื่อนสุขภาพคนไทย สู่การมีชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพ พร้อมมอบรางวัลผลงานวิชาการดีเด่น 36 ผลงาน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ปิดการประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์การแพทย์ ครั้งที่ 34 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมมอบรางวัลผลงานวิชาการดีเด่นจำนวน 36 ผลงาน จากผลงานที่ส่งเข้าประกวดและนำเสนอรวม 455 ผลงาน สะท้อนศักยภาพด้านการวิจัย นวัตกรรม และการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัยของบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ทั่วประเทศ พร้อมขอบคุณความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ที่ร่วมเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนระบบสุขภาพของประเทศ และส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพดี มีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-297293478.jpg
กรมวิทย์ฯ ผนึกเครือข่ายสาธารณสุข เขต 2 ขับเคลื่อนศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ระดับอำเภอ เสริมระบบเฝ้าระวังสุขภาพเชิงรุก สร้างความปลอดภัยผู้บริโภคอย่างยั่งยืน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เดินหน้ายกระดับระบบเฝ้าระวังและคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพในระดับพื้นที่ จับมือเครือข่ายสาธารณสุขเขตสุขภาพที่ 2 ขับเคลื่อนนโยบาย “ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชนระดับอำเภอ” เพื่อเสริมศักยภาพชุมชนให้เข้มแข็ง ผ่านองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการแพทย์ สู่การเป็นต้นแบบเฝ้าระวังความเสี่ยงด้านสุขภาพ สร้างความปลอดภัยกับผู้บริโภคในชุมชนอย่างยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202619061781836402244199274-7961.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ผุดแอป “คัดแยกเห็ดไทย” สกัดป่วย-ตายจากเห็ดพิษ หลังพบผู้ป่วยทะลุ 1.2 หมื่นราย

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่าในแต่ละปีประเทศไทยจะมีผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจากการบริโภคเห็ดพิษอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค ตั้งแต่ปี 2565 – 2569 พบผู้ป่วยจากการบริโภคเห็ดพิษ จำนวน 12,000 กว่าราย โดยพบผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นทุกปี โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สาเหตุสำคัญเกิดจากการจำแนกเห็ดผิดชนิด ดังนั้นกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จึงร่วมกับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม พัฒนาแอปพลิเคชัน คัดแยกเห็ดขึ้น ภายใต้ชื่อ “คัดแยกเห็ดไทย” ซึ่งสามารถใช้งานได้ทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android เพื่อช่วยประชาชนคัดกรองและจำแนกชนิดเห็ดพิษและเห็ดรับประทานได้ในเบื้องต้น

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์