กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ทดสอบคุณภาพของเครื่องวัดความดันโลหิต

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
3,364
25 พฤษภาคม 2560
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ทดสอบคุณภาพและเผยแพร่ข้อมูลของเครื่องวัดความดันโลหิต แก่ผู้บริโภคและหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง พร้อมแนะวิธีดูแลรักษาเครื่องเพื่อประสิทธิภาพในการใช้งานเครื่อง
 
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ทดสอบคุณภาพของเครื่องวัดความดันโลหิต
 
สุขุม กาญจนพิมายนายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า โรคความดันโลหิตสูง นับเป็นหนึ่งในปัญหาสาธารณสุขสำคัญที่กำลังคุกคามสุขภาพของคนไทยและคนทั่วโลก และเป็นสาเหตุที่ทำให้เสียชีวิต ก่อนวัยอันควร โรคนี้มักมีสาเหตุมาจากกรรมพันธุ์และพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะการบริโภคอาหาร รสหวาน มัน เค็ม ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ ไม่รับประทานผักและผลไม้ ขาดการออกกำลังกาย ความอ้วนและ อายุที่เพิ่มขึ้น ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงและมีอายุเกิน 40 ปีขึ้นไป ควรได้รับการตรวจวัดความดันโลหิตเป็นระยะ เพื่อทราบว่าตนเอง เสี่ยงต่อการเป็นโรคความดันโลหิตสูงหรือไม่ แต่ในปัจจุบันประชาชนสามารถตรวจวัดความดันโลหิตด้วยตัวเองแบบง่ายๆ ได้ที่บ้านด้วยเครื่องวัดความดันโลหิต ซึ่งเป็นเครื่องมือแพทย์ที่ใช้ในการตรวจวินิจฉัยโรค และใช้อย่างแพร่หลาย 2 ชนิด คือ เครื่องวัดความดันโลหิตแบบปรอทที่ใช้หูฟังและแบบอัตโนมัติ สำนักรังสีและเครื่องมือแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ทดสอบคุณภาพเครื่องวัดความดันโลหิตทั้ง 2 ชนิดที่ใช้งานในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) และใช้งาน โดยอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) จำนวน 586 เครื่อง พบว่า มีเครื่องที่ตกมาตรฐานทั้งสิ้น 112 เครื่อง คิดเป็นประมาณร้อยละ 19 โดยส่วนใหญ่เป็นเครื่องที่ตกมาตรฐานด้านอัตราการรั่วของความดันในระบบ ซึ่งมีสาเหตุ มาจากอุปกรณ์ประกอบชำรุด เช่น คัฟ สาย ลูกยาง เป็นต้น 
 
 
นายแพทย์สุขุม กล่าวเพิ่มเติมว่า ดังนั้นแม้ว่าเครื่องวัดความดันโลหิตเหล่านี้จะใช้อย่างแพร่หลาย แต่ยังพบว่า มีเครื่องที่ไม่ผ่านมาตรฐาน ทำให้มีผลกระทบในการวินิจฉัยโรค ผู้ใช้จึงคำนึงถึงข้อควรระมัดระวังในการดูแล รักษาเครื่อง โดยหลีกเลี่ยงการเก็บเครื่องในที่มีความชื้นสูง ฝุ่นละออง ถูกแสงแดดโดยตรงและของมีคม อย่าวางวัตถุที่มีน้ำหนักมากทับลงบนเครื่องและไม่ปั๊มลมเข้าหากไม่ได้สวมปลอกเข้ากับตัวผู้ป่วย ไม่ดึง ยึดหรือบิดปลอกพัน ไม่แกะ ถอด แยกส่วนประกอบซ่อมหรือปรับแต่งเครื่องเอง และสำหรับเครื่องวัดความดันโลหิตแบบอัตโนมัติ ควรถอดแบตเตอรี่ออกเมื่อไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานาน นอกจากนี้ในการวัดความดันที่ถูกต้อง ผู้ตรวจควรพักผ่อนให้เพียงพอ งดสูบบุหรี่ งดดื่มกาแฟ และก่อนวัดควรนั่งพักให้หายเหนื่อยอย่างน้อย 5-10 นาที งดวัดความดันหลังรับประทานอาหารอิ่มใหม่ๆ และควรปัสสาวะให้เรียบร้อยก่อนวัด เพื่อให้ได้ค่าความดันที่ไม่คลาดเคลื่อน ซึ่งอาจส่งผลให้ค่าที่อ่านได้ไม่ถูกต้อง ดังนั้นผู้ใช้เครื่องวัดความดันโลหิตควรหมั่นใส่ใจดูแลรักษาเครื่องวัดความดันอย่างต่อเนื่อง และสอบเทียบเครื่องมือเป็นระยะ เพื่อให้ได้มาตรฐาน หากมีข้อสงสัยหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ กลุ่มเครื่องมือแพทย์ สำนักรังสีและเครื่องมือแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข โทรศัพท์ 0-2951-0000 ต่อ 99956 
 

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202611091789092425354666245-8225.jpg
สาธารณสุขมอบรางวัล “Lab Cost Efficiency Excellence Award” ภายในปี 2569 ลดค่าใช้จ่ายด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ถึง 658 ล้านบาท พร้อมชู 10 โรงพยาบาลต้นแบบ บริหารค่าแล็บคุ้มค่า

กระทรวงสาธารณสุขมอบรางวัล Lab Cost Efficiency Excellence Award เชิดชู 10 โรงพยาบาลต้นแบบที่มีผลการดำเนินงานดีเด่นระดับประเทศ ในการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายด้านการตรวจทางห้องปฏิบัติการอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่าน 3 กลไกสำคัญ ได้แก่ การตรวจอย่างสมเหตุผล ตรวจที่จำเป็นและเหมาะสม และการจัดซื้อในราคาที่เหมาะสม เพื่อให้ประชาชนได้รับการตรวจวินิจฉัยที่มีมาตรฐาน ระบบสุขภาพสามารถใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202631081788165046699687395-8219.jpg
กรมวิทย์ฯ ยกระดับมาตรฐานโรงแรม 3 จังหวัดอันดามัน มอบประกาศนียบัตร 109 แห่ง ขับเคลื่อน “โรงแรมสะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน ด้วย 3 C” สร้างความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จัดอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้และมอบประกาศนียบัตร ตามโครงการ “โรงแรมสะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวของประเทศไทย” ภายใต้ 3C : Clean Bed, Clean Air, Clean Food ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต กระบี่ และพังงา ประจำปี พ.ศ. 2569 พร้อมมอบประกาศนียบัตร ตราสัญลักษณ์ DMSc Certified แก่โรงแรมที่ผ่านการดำเนินงานตามโครงการ จำนวน 109 แห่ง มุ่งยกระดับความปลอดภัยด้านสุขอนามัย สร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยว และสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ควบคู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์