เผยผลตรวจคุณภาพน้ำประปาในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน ใช้ได้ปลอดภัย

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
4,036
30 พฤษภาคม 2560
 
 
 
     กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ทำการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำประปาที่ใช้ในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ นนทบุรี  และสมุทรปราการ โดยเก็บตัวอย่างน้ำประปาจากบ้านเรือนที่อยู่ในพื้นที่โรงผลิตน้ำ 4 แห่งของการประปานครหลวง ได้แก่ โรงผลิตน้ำบางเขน มหาสวัสดิ์ สามเสน และธนบุรี มาตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ พบว่า มีคุณภาพและผ่านเกณฑ์มาตรฐาน ประชาชนสามารถใช้เพื่อการอุปโภคและบริโภคได้อย่างปลอดภัย

นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า ในภาวะที่มีภัยแล้งประชาชนมักจะกังวลต่อคุณภาพน้ำประปา จากข้อมูลของกรมชลประทาน พบว่า ในช่วงสถานการณ์ภัยแล้ง พ.ศ.2559 เป็นปีที่มีภาวะภัยแล้งรุนแรงที่สุด ในรอบ 20 ปี ของประเทศไทยได้ส่งผลกระทบต่อแหล่งน้ำดิบที่ใช้ผลิตน้ำประปาที่ประชาชนใช้เพื่อการอุปโภค และบริโภคมีปริมาณน้อยลง รวมทั้งได้รับอิทธิพลน้ำทะเลหนุนจากปากแม่น้ำเจ้าพระยา เพราะแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำแม่กลองเป็นแหล่งน้ำดิบสำคัญสำหรับการผลิตน้ำประปาในเขตพื้นที่ภาคกลาง โดยการประปานครหลวงมีโรงผลิตน้ำ 4 แห่ง สำหรับผลิตน้ำประปา ได้แก่ โรงผลิตน้ำบางเขน โรงผลิตน้ำมหาสวัสดิ์ โรงผลิตน้ำสามเสน และโรงผลิตน้ำธนบุรี
      สำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มีภารกิจหลักในการคุ้มครองผู้บริโภค ป้องกันปัญหาสาธารณสุข และสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชน จึงได้ดำเนินการตรวจเฝ้าระวังคุณภาพน้ำประปาและค่าความเค็มในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ สมุทรปราการ และนนทบุรี โดยเก็บตัวอย่างจากบ้านเรือนที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร รวม 16 เขตจาก 50 เขต จังหวัดนนทบุรี 4 อำเภอจาก 6 อำเภอ จังหวัดสมุทรปราการ 1 อำเภอจาก 6 อำเภอ (มีพื้นที่จ่ายน้ำ  เพียงอำเภอเดียว) เก็บ 1 ตัวอย่างต่อเขตหรืออำเภอ รวม 2 ครั้ง ในเดือนกุมภาพันธ์และพฤษภาคม พ.ศ. 2559 รวมทั้งสิ้น 44 ตัวอย่าง ดังนี้ โรงผลิตน้ำบางเขน ได้แก่ เขตบางเขน สวนหลวง ลาดพร้าว ราษฎร์บูรณะ มีนบุรี สาทร บางกะปิ บึงกุ่ม ลาดกระบัง พระโขนง ดอนเมือง จังหวัดนนทบุรี ได้แก่ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดสมุทรปราการ ได้แก่ อำเภอพระประแดง โรงผลิตน้ำธนบุรี ได้แก่ เขตบางกอกน้อย โรงผลิตน้ำสามเสน ได้แก่ เขตพญาไท พระนคร โรงผลิตน้ำมหาสวัสดิ์ ได้แก่ เขตตลิ่งชัน บางขุนเทียน จังหวัดนนทบุรี ได้แก่ อำเภอเมือง บางบัวทอง และบางใหญ่ นำตัวอย่างมาตรวจหาค่าความเค็ม ความเป็นกรด-ด่าง คลอไรด์ ปริมาณสารที่ละลายได้ทั้งหมด ปริมาณสารทั้งหมด คลอรีนตกค้าง โลหะ และจุลินทรีย์ ผลการตรวจวิเคราะห์ทั้ง 2 ช่วง พบทุกตัวอย่างผ่านมาตรฐานคุณภาพของการประปานครหลวง รวมทั้งผ่านเกณฑ์คุณภาพน้ำประปาดื่มได้ของกรมอนามัย สำหรับผลวิเคราะห์ เพื่อเฝ้าระวังระดับความเค็ม พบว่า ความเค็มมีค่าสูงสุดเท่ากับ 0.07 และ 0.21 กรัมต่อลิตร ในช่วงที่ 1 และ 2 ตามลำดับ ซึ่งน้อยกว่าเกณฑ์มาตรฐานค่าความเค็มของน้ำดิบ สำหรับผลิตน้ำประปาตามองค์การอนามัยโลกที่กำหนดไม่เกิน 0.25 กรัมต่อลิตร แม้ว่าผู้บริโภคจะรู้สึกว่าน้ำมีความเค็มในเดือนพฤษภาคม เนื่องจากเป็นช่วงที่น้ำทะเลหนุนจึงมีค่าความเค็มสูงกว่าเดือนกุมภาพันธ์ประมาณ 3 เท่า
     นายแพทย์สุขุม กล่าวเพิ่มเติมว่า ถึงแม้สถานการณ์ภัยแล้งที่เกิดขึ้นทำให้น้ำประปาในบางพื้นที่มีความเค็มสูงขึ้นในบางช่วงเวลาแต่ผลตรวจวิเคราะห์แสดงว่าน้ำประปายังมีคุณภาพตรงตามมาตรฐานน้ำประปาทั้งของการประปานครหลวง และกรมอนามัย อย่างไรก็ตามกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะทำการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำประปาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงที่เกิดปัญหาภัยแล้ง สำหรับกรณีที่น้ำประปาจากก๊อกตามบ้านเรือนอาจมีกลิ่นคลอรีนหลงเหลืออยู่ ประชาชนสามารถลดกลิ่นคลอรีน โดยการรองน้ำประปาใส่ภาชนะเปิดฝาและตั้งทิ้งไว้ ประมาณ 30 นาที หรืออาจนำไปต้มหรือกรองก่อนดื่มก็จะช่วยเพิ่มความมั่นใจในการบริโภคได้ และควรหมั่นตรวจสอบท่อน้ำประปาในบ้านเรือนอยู่เสมอว่ามีปัญหาการรั่วซึมหรือไม่ เพราะอาจทำให้ปนเปื้อนจากสิ่งสกปรกหรือเชื้อโรคปะปนมากับน้ำประปาและทำให้ไม่ปลอดภัยต่อสุขภาพของผู้บริโภคได้

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202626061782472570436694372-7999.jpg
กรมวิทย์ฯ ปิดการประชุมวิชาการฯ อย่างยิ่งใหญ่ ตอกย้ำการขับเคลื่อนสุขภาพคนไทย สู่การมีชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพ พร้อมมอบรางวัลผลงานวิชาการดีเด่น 36 ผลงาน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ปิดการประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์การแพทย์ ครั้งที่ 34 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมมอบรางวัลผลงานวิชาการดีเด่นจำนวน 36 ผลงาน จากผลงานที่ส่งเข้าประกวดและนำเสนอรวม 455 ผลงาน สะท้อนศักยภาพด้านการวิจัย นวัตกรรม และการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัยของบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ทั่วประเทศ พร้อมขอบคุณความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ที่ร่วมเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนระบบสุขภาพของประเทศ และส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพดี มีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-297293478.jpg
กรมวิทย์ฯ ผนึกเครือข่ายสาธารณสุข เขต 2 ขับเคลื่อนศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ระดับอำเภอ เสริมระบบเฝ้าระวังสุขภาพเชิงรุก สร้างความปลอดภัยผู้บริโภคอย่างยั่งยืน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เดินหน้ายกระดับระบบเฝ้าระวังและคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพในระดับพื้นที่ จับมือเครือข่ายสาธารณสุขเขตสุขภาพที่ 2 ขับเคลื่อนนโยบาย “ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชนระดับอำเภอ” เพื่อเสริมศักยภาพชุมชนให้เข้มแข็ง ผ่านองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการแพทย์ สู่การเป็นต้นแบบเฝ้าระวังความเสี่ยงด้านสุขภาพ สร้างความปลอดภัยกับผู้บริโภคในชุมชนอย่างยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202619061781836402244199274-7961.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ผุดแอป “คัดแยกเห็ดไทย” สกัดป่วย-ตายจากเห็ดพิษ หลังพบผู้ป่วยทะลุ 1.2 หมื่นราย

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่าในแต่ละปีประเทศไทยจะมีผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจากการบริโภคเห็ดพิษอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค ตั้งแต่ปี 2565 – 2569 พบผู้ป่วยจากการบริโภคเห็ดพิษ จำนวน 12,000 กว่าราย โดยพบผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นทุกปี โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สาเหตุสำคัญเกิดจากการจำแนกเห็ดผิดชนิด ดังนั้นกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จึงร่วมกับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม พัฒนาแอปพลิเคชัน คัดแยกเห็ดขึ้น ภายใต้ชื่อ “คัดแยกเห็ดไทย” ซึ่งสามารถใช้งานได้ทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android เพื่อช่วยประชาชนคัดกรองและจำแนกชนิดเห็ดพิษและเห็ดรับประทานได้ในเบื้องต้น

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์