กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับ 4 หน่วยงานหลัก สร้างความเข้มแข็งอุตสาหกรรมการผลิตวัคซีนและชีววัตถุ

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
1,736
22 สิงหาคม 2560


        กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับองค์การเภสัชกรรม สถานเสาวภา สภากาชาดไทย บริษัทองค์การเภสัชกรรม      เมอร์ริเออร์ชีววัตถุ จำกัด และบริษัท ไบโอเนท-เอเชีย จำกัด ร่วมมือพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตวัคซีนและชีววัตถุของประเทศ ให้มีความเข้มแข็ง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์วัคซีนและชีววัตถุในระดับสากล และสร้างศักยภาพของประเทศในการพึ่งพาตนเอง

นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ชีววัตถุ เป็นเครื่องมือที่สำคัญในการควบคุมป้องกันและรักษาโรคติดต่อ ตัวอย่างเช่น วัคซีน ในการควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์วัคซีนและชีววัตถุ จำเป็นต้องมีวัคซีนหรือชีววัตถุมาตรฐานเป็นสารอ้างอิงที่สำคัญ ทดสอบควบคู่ไปกับผลิตภัณฑ์ตัวอย่าง กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยสถาบัน ชีววัตถุ จึงได้ร่วมมือกับหน่วยงานหลักอื่นๆ ร่วมกันพัฒนาการจัดเตรียมชีววัตถุมาตรฐานให้ครอบคลุมทุกผลิตภัณฑ์เพื่อจะช่วยสนับสนุนการควบคุมคุณภาพวัคซีนและชีววัตถุในประเทศให้มีคุณภาพ ลดปัญหาความแตกต่างของผลวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ ในการรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์ชีววัตถุ สร้างความเชื่อมั่นในผลการทดสอบให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล เพื่อให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ในระดับประเทศและระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยปัจจัยหนึ่งที่จะให้เกิดความมั่นใจในคุณภาพประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ชีววัตถุ คือชีววัตถุมาตรฐานที่ใช้เป็นสารอ้างอิงในการตรวจวิเคราะห์คุณภาพ ซึ่งที่ผ่านมาองค์การอนามัยโลกจะผลิต ชีววัตถุมาตรฐานสากลขึ้น เพื่อแจกจ่ายหรือขายให้กับหน่วยงานควบคุมคุณภาพภาครัฐ และผู้ผลิต แต่ปริมาณที่ได้จะถูกจำกัดในแต่ละประเทศ องค์การอนามัยโลกจึงแนะนำให้แต่ละประเทศจัดเตรียมชีววัตถุมาตรฐานขึ้นมาใช้เองในห้องปฏิบัติการ 

" สถาบันชีววัตถุ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จำเป็นต้องใช้ชีววัตถุมาตรฐานทั้งในขั้นตอนของการขึ้นทะเบียน การควบคุมรุ่นการผลิต ตลอดจนการเฝ้าระวังหลังจำหน่าย ซึ่งเกี่ยวข้องกับการประกันและควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์ชีววัตถุ ดังนั้นความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยในการร่วมกันพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตวัคซีนและชีววัตถุของประเทศให้มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ส่งผลให้ประชาชนได้รับวัคซีนและชีววัตถุที่มีคุณภาพ ความปลอดภัยและประสิทธิภาพ" นายแพทย์สุขุมกล่าว

  ด้าน นพ.นพพร ชื่นกลิ่น ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม กล่าวว่า  องค์การเภสัชกรรมได้เริ่มดำเนินการผลิตชีววัตถุตั้งแต่ปี พ.ศ.2489 ในขณะที่ยังมีฐานะเป็นโรงงานเภสัชกรรม เพื่อค้นคว้าวิจัย และผลิตวัคซีนป้องกันโรคไข้ทรพิษ(smallpox Vaccine) ซึ่งเป็นโรคติดต่อร้ายแรงระบาดไปทั่วโลกในขณะนั้น จนสามารถผลิตเพื่อสนองความต้องการของประเทศ และมีส่วนช่วยในการร่วมรณรงค์กับทุกประเทศทั่วโลกในการกวาดล้างไข้ทรพิษให้หมดไปจากโลกได้ หลังจากการก่อตั้งองค์การเภสัชกรรม จึงได้มีการยกระดับเป็นฝ่ายชีววัตถุ ดำเนินการผลิตวัคซีน เซรุ่มแก้พิษงู และเซรุ่มแก้พิษบาดทะยัก ตลอดจนจัดหาวัคซีน เพื่อใช้ในโครงการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคในคน  ตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข ที่ทำการผลิตวัคซีนตั้งแต่ในขั้นต้นจนเป็นวัคซีนสำเร็จรูป 

ในด้านการประกันคุณภาพชีววัตถุ องค์การเภสัชกรรมมีความจำเป็นต้องจัดหาสารมาตรฐานอ้างอิงสำหรับใช้ในการตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์ในแต่ละขั้นตอน เพื่อควบคุมกระบวนการผลิตให้มีความสม่ำเสมอ และเป็นไปตามข้อกำหนดมาตรฐาน นอกจากนี้ยังใช้ในการตรวจติดตามความคงตัวและแนวโน้มด้านคุณภาพ  เพื่อการเฝ้าระวังหลังการจำหน่ายและพัฒนาคุณภาพสำหรับการปรับปรุงกระบวนการผลิตในอนาคต 

ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม กล่าวต่อไปว่า การลงนามในครั้งนี้ จะช่วยลดข้อจำกัดด้านปริมาณสารมาตรฐานอ้างอิงที่ใช้ และสร้างความเชื่อมั่นในผลการทดสอบ สนับสนุนการควบคุมคุณภาพวัคซีนและชีววัตถุในประเทศ และสามารถพึ่งพาตนเองได้ตามที่องค์การอนามัยโลกแนะนำ 

  “ผลิตภัณฑ์ชีววัตถุขององค์การเภสัชกรรม ส่วนใหญ่เป็นผลิตภัณฑ์ที่องค์การเภสัชกรรมดำเนินการผลิตเพื่อตอบสนองความต้องการของกระทรวงสาธารณสุข ตามแผนการรณรงค์เสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคเป็นหลักโดยไม่มุ่งหวังผลกำไร” ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรมกล่าว

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202611091789092425354666245-8225.jpg
สาธารณสุขมอบรางวัล Lab Cost Efficiency Excellence Award ภายในปี 2569 ลดค่าใช้จ่ายด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ถึง 658 ล้านบาท พร้อมชู 10 โรงพยาบาลต้นแบบ บริหารค่าแล็บคุ้มค่า

กระทรวงสาธารณสุขมอบรางวัล Lab Cost Efficiency Excellence Award เชิดชู 10 โรงพยาบาลต้นแบบที่มีผลการดำเนินงานดีเด่นระดับประเทศ ในการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายด้านการตรวจทางห้องปฏิบัติการอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่าน 3 กลไกสำคัญ ได้แก่ การตรวจอย่างสมเหตุผล ตรวจที่จำเป็นและเหมาะสม และการจัดซื้อในราคาที่เหมาะสม เพื่อให้ประชาชนได้รับการตรวจวินิจฉัยที่มีมาตรฐาน ระบบสุขภาพสามารถใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202631081788165046699687395-8219.jpg
กรมวิทย์ฯ ยกระดับมาตรฐานโรงแรม 3 จังหวัดอันดามัน มอบประกาศนียบัตร 109 แห่ง ขับเคลื่อน โรงแรมสะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน ด้วย 3 C สร้างความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จัดอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้และมอบประกาศนียบัตร ตามโครงการ “โรงแรมสะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวของประเทศไทย” ภายใต้ 3C : Clean Bed, Clean Air, Clean Food ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต กระบี่ และพังงา ประจำปี พ.ศ. 2569 พร้อมมอบประกาศนียบัตร ตราสัญลักษณ์ DMSc Certified แก่โรงแรมที่ผ่านการดำเนินงานตามโครงการ จำนวน 109 แห่ง มุ่งยกระดับความปลอดภัยด้านสุขอนามัย สร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยว และสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ควบคู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์