สธ. เผยผลสำรวจภูมิคุ้มกันต่อโรคโควิด 19 ในคนไทยที่ยังไม่ได้รับวัคซีน เร่งสร้างภูมิคุ้มกันด้วยการฉีดวัคซีน เพื่อความปลอดภัยของประชาชน

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
920
4 ธันวาคม 2564

            นายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยสถาบันชีววิทยาศาสตร์ทางการแพทย์และศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ 15 แห่ง ได้สำรวจภูมิคุ้มกันต่อโรคโควิด 19 ในประชากรไทย ที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน และไม่มีประวัติเจ็บป่วยด้วยโรคโควิด 19  จำนวน 26,717 คน อายุตั้งแต่ 18 – 60 ปี เป็นเพศชายร้อยละ 48 เพศหญิง ร้อยละ 52  จาก 12 เขตสุขภาพ รวมกว่า 30 จังหวัด ยกเว้นเขตสุขภาพที่ 13 กรุงเทพมหานคร เนื่องจากมีการฉีดวัคซีนแล้ว เกินร้อยละ 100  โดยทำการสำรวจในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2564 ด้วยการเจาะเลือดเพื่อตรวจหาแอนติบอดีหรือภูมิคุ้มกัน ด้วยเครื่องมือทางห้องปฏิบัติการ เพื่อให้เกิดความแม่นยำ ผลการสำรวจแยกตามจำนวนตัวอย่างที่สุ่มเก็บจากจังหวัดใน 12 เขตสุขภาพ พบผู้ที่มีแอนติบอดีคิดเป็นร้อยละ ดังนี้

เขตสุขภาพที่ 1 ลำปาง ลำพูน พะเยา จำนวน 1,416 คน พบร้อยละ 0.4

เขตสุขภาพที่ 2 เพชรบูรณ์ พิษณุโลก จำนวน 1,431 คน พบร้อยละ 1.7

เขตสุขภาพที่ 3 นครสวรรค์ อุทัยธานี จำนวน 1,366 คน พบร้อยละ 0.4

เขตสุขภาพที่ 4 ปทุมธานี สิงห์บุรี จำนวน 1,382 คน พบร้อยละ 2.5

เขตสุขภาพที่ 5 กาญจนบุรี สมุทรสงคราม จำนวน 1,084 คน พบร้อยละ 2.7

เขตสุขภาพที่ 6 ชลบุรี ตราด ฉะเชิงเทรา จำนวน 2,517 คน พบร้อยละ 2.8

เขตสุขภาพที่ 7 ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม จำนวน 3,726 คน พบร้อยละ 1.2

เขตสุขภาพที่ 8 อุดรธานี สกลนคร บึงกาฬ จำนวน 3,137 คน พบร้อยละ 0.9

เขตสุขภาพที่ 9 ชัยภูมิ บุรีรัมย์ สุรินทร์” จำนวน 4,084 คน พบร้อยละ 1.0

เขตสุขภาพที่ 10 ศรีสะเกษ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ จำนวน 3,702 คน พบร้อยละ 0.5

เขตสุขภาพที่ 11 ชุมพร ระนอง นราธิวาส จำนวน 1,744 คน พบร้อยละ 1.1

เขตสุขภาพที่ 12 นราธิวาส สตูล จำนวน 1,128 คน พบร้อยละ 6.2


         โดยผลจากการสำรวจแอนติบอดีในภาพรวมของ 12 เขตสุขภาพพบร้อยละ 1.4 จากการติดเชื้อโดยไม่รู้ตัว ขณะที่ข้อมูลการติดเชื้อที่ตรวจพบในระบบด้วยการตรวจ RT-PCR ตั้งแต่ 1 ธันวาคม 2563 – 26 ตุลาคม 2564 มีการติดเชื้อ 1,884,802 คน จากประชากรในประเทศ 72,034,815 คน คิดเป็นอัตราการติดเชื้อร้อยละ 2.6 และมีจำนวนผู้ได้รับวัคซีนครบโดสแล้วร้อยละ 54.7

          นายแพทย์ศุภกิจ กล่าวต่ออีกว่า ภูมิคุ้มกันต่อโรคโควิด 19 จะเกิดขึ้นได้ด้วยการฉีดวัคซีน หรือเกิดจากการติดเชื้อเองโดยธรรมชาติ ขณะนี้ภาพรวมภูมิคุ้มกันทั้งประเทศจากการฉีดวัคซีนและติดเชื้อจนเกิดภูมิแล้วมีประมาณร้อยละ 58.7 ดังนั้นยังมีประชาชนอีกประมาณร้อยละ 41.3 ที่ยังไม่มีภูมิคุ้มกัน จึงมีโอกาสที่จะติดเชื้อ และเกิดอาการรุนแรงที่อาจทำให้เสียชีวิตได้  ดังนั้นพื้นที่ ที่มีจำนวนประชาชนที่มีภูมิคุ้มกันยังไม่มาก จะต้องเร่งสร้างให้เกิดภูมิคุ้มกันให้ได้มากๆ ซึ่งวิธีที่ดีที่สุดคือ ต้องไปฉีดวัคซีนให้เยอะขึ้น ดังนั้นจึงขอให้พี่น้องประชาชนมาฉีดวัคซีน เพื่อให้เกิดความปลอดภัย

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202611091789092425354666245-8225.jpg
สาธารณสุขมอบรางวัล Lab Cost Efficiency Excellence Award ภายในปี 2569 ลดค่าใช้จ่ายด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ถึง 658 ล้านบาท พร้อมชู 10 โรงพยาบาลต้นแบบ บริหารค่าแล็บคุ้มค่า

กระทรวงสาธารณสุขมอบรางวัล Lab Cost Efficiency Excellence Award เชิดชู 10 โรงพยาบาลต้นแบบที่มีผลการดำเนินงานดีเด่นระดับประเทศ ในการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายด้านการตรวจทางห้องปฏิบัติการอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่าน 3 กลไกสำคัญ ได้แก่ การตรวจอย่างสมเหตุผล ตรวจที่จำเป็นและเหมาะสม และการจัดซื้อในราคาที่เหมาะสม เพื่อให้ประชาชนได้รับการตรวจวินิจฉัยที่มีมาตรฐาน ระบบสุขภาพสามารถใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202631081788165046699687395-8219.jpg
กรมวิทย์ฯ ยกระดับมาตรฐานโรงแรม 3 จังหวัดอันดามัน มอบประกาศนียบัตร 109 แห่ง ขับเคลื่อน โรงแรมสะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน ด้วย 3 C สร้างความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จัดอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้และมอบประกาศนียบัตร ตามโครงการ “โรงแรมสะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวของประเทศไทย” ภายใต้ 3C : Clean Bed, Clean Air, Clean Food ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต กระบี่ และพังงา ประจำปี พ.ศ. 2569 พร้อมมอบประกาศนียบัตร ตราสัญลักษณ์ DMSc Certified แก่โรงแรมที่ผ่านการดำเนินงานตามโครงการ จำนวน 109 แห่ง มุ่งยกระดับความปลอดภัยด้านสุขอนามัย สร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยว และสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ควบคู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์