กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์พัฒนาชุดทดสอบยีนอัลฟ่าธาลัสซีเมีย 1 ขึ้นบัญชีนวัตกรรมไทย

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
2,592
26 มิถุนายน 2561


ผลงานชุดทดสอบตรวจความผิดปกติของยีนอัลฟ่าธาลัสซีเมีย 1 ของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้รับการประกาศขึ้นบัญชีนวัตกรรมไทย ใช้ประเมินความเสี่ยงการเป็นโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงที่สุดของทารกในครรภ์ รู้ผลไว ลดขั้นตอนการตรวจ

นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมให้มีการจัดทำบัญชีนวัตกรรมไทย เพื่อสนับสนุนนวัตกรรมผลิตภัณฑ์และบริการของไทยโดยใช้ตลาดภาครัฐ และส่งเสริมผลงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรมของไทยให้สามารถผลิตสู่เชิงพาณิชย์อย่างมีมาตรฐาน ทดแทนการนำเข้าจากต่างประเทศ ล่าสุด สำนักงบประมาณได้ประกาศขึ้นบัญชีนวัตกรรมไทยเพิ่มเติม โดยผลงานชุดทดสอบตรวจความผิดปกติของยีนอัลฟ่าธาลัสซีเมีย 1 (Alpha-thalassemia 1) พัฒนาโดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข และสถาบันชีววิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้รับการประกาศให้ขึ้นบัญชีนวัตกรรมไทย ประเภทวัสดุทางการแพทย์ มีชื่อทางการค้าว่า  ชุดทดสอบ DMSc α-thal1 (DMSc α-thal1 test kit) โดยมีบริษัท ยีน เอ็กซ์เซลเลนซ์ จำกัด รับการถ่ายทอดนวัตกรรมดังกล่าว 

อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวอีกว่า ชุดทดสอบความผิดปกติของยีนอัลฟ่าธาลัสซีเมีย 1 ใช้สำหรับประเมินความเสี่ยงหญิงตั้งครรภ์และคู่สมรสว่าบุตรที่จะเกิดมามีโอกาสเป็นโรค Hb Bart’s Hydrops Fetalis หรือไม่ โรคนี้เกิดจากการได้รับยีนแอลฟ่าธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงมาจากทั้งพ่อและแม่ ซึ่งจะทำให้เด็กไม่สามารถสร้างสายโกลบินชนิดแอลฟ่าได้เลย ส่งผลให้เด็กเกิดอาการซีดและบวม (hydrops) ตั้งแต่อยู่ในท้องแม่จนครรภ์ใกล้ครบกำหนด เด็กจะเสียชีวิตในท้อง หรือหลังคลอดออกมาได้ไม่กี่นาที ถือเป็นโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงที่สุด และเป็น 1 ใน 3 โรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงตามเป้าหมายในคำประกาศนโยบายส่งเสริม ป้องกัน และควบคุมโรคธาลัสซีเมียและฮีโมโกลบินผิดปกติของประเทศไทย ชุดน้ำยาที่ใช้ในชุดทดสอบดังกล่าวเป็นชุดน้ำยาที่ใช้สำหรับตรวจวินิจฉัย อัลฟ่าธาลัสซีเมีย 1 ที่มีรายงานในประชากรไทยได้ครบ 2 ชนิดคือ ชนิด Southeast Asean (SEA) และชนิดไทย ด้วยเทคนิค Relative Quantitative PCR โดยอาศัยหลักการการเพิ่มปริมาณดีเอ็นเอ นับเป็นนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ครั้งแรกของโลกที่สามารถตรวจหาความผิดปกติของยีนอัลฟ่าธาลัสซีเมีย 1 ทั้ง 2 ชนิดได้ในคราวเดียวกัน ช่วยลดขั้นตอนและระยะเวลาการตรวจจาก 6 ชั่วโมง เหลือเพียง 3 ชั่วโมง ในหนึ่งชุดน้ำยาประกอบด้วย Primer 3 คู่ Probe 3 ชนิด และน้ำยา 2X Real-time PCR Master Mix สำหรับรหัสสินค้า Thal 001 หรือชุดน้ำยาประกอบด้วย Primer 3 คู่ Probe 3 ชนิด สำหรับรหัสสินค้า Thal 002

 “เมื่อปีที่ผ่านมา กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ลงนามสัญญาการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตชุดทดสอบตรวจความผิดปกติของยีนอัลฟ่าธาลัสซีเมีย 1 กับบริษัท ยีน เอ็กซ์เซลเลนส์ จำกัด เพื่อให้บริษัทเอกชนนำไปผลิตและจำหน่ายเชิงพาณิชย์ในราคาที่เหมาะสม ภายใต้การดูแลองค์ความรู้และเทคโนโลยีของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งการประกาศขึ้นเป็นบัญชีนวัตกรรมนี้จะส่งผลดีในการใช้จัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานภาครัฐ ที่เปิดโอกาสให้ภาครัฐเข้าถึงและใช้ประโยชน์นวัตกรรมจากผลงานวิจัยและพัฒนาของคนไทย ที่ได้มาตรฐานและคุ้มค่าใช้จ่าย ทั้งยังเป็นการลดการซื้อและนำเข้าจากต่างประเทศด้วย”นพ.สุขุม กล่าว

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202626061782472570436694372-7999.jpg
กรมวิทย์ฯ ปิดการประชุมวิชาการฯ อย่างยิ่งใหญ่ ตอกย้ำการขับเคลื่อนสุขภาพคนไทย สู่การมีชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพ พร้อมมอบรางวัลผลงานวิชาการดีเด่น 36 ผลงาน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ปิดการประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์การแพทย์ ครั้งที่ 34 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมมอบรางวัลผลงานวิชาการดีเด่นจำนวน 36 ผลงาน จากผลงานที่ส่งเข้าประกวดและนำเสนอรวม 455 ผลงาน สะท้อนศักยภาพด้านการวิจัย นวัตกรรม และการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัยของบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ทั่วประเทศ พร้อมขอบคุณความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ที่ร่วมเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนระบบสุขภาพของประเทศ และส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพดี มีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-297293478.jpg
กรมวิทย์ฯ ผนึกเครือข่ายสาธารณสุข เขต 2 ขับเคลื่อนศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ระดับอำเภอ เสริมระบบเฝ้าระวังสุขภาพเชิงรุก สร้างความปลอดภัยผู้บริโภคอย่างยั่งยืน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เดินหน้ายกระดับระบบเฝ้าระวังและคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพในระดับพื้นที่ จับมือเครือข่ายสาธารณสุขเขตสุขภาพที่ 2 ขับเคลื่อนนโยบาย “ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชนระดับอำเภอ” เพื่อเสริมศักยภาพชุมชนให้เข้มแข็ง ผ่านองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการแพทย์ สู่การเป็นต้นแบบเฝ้าระวังความเสี่ยงด้านสุขภาพ สร้างความปลอดภัยกับผู้บริโภคในชุมชนอย่างยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202619061781836402244199274-7961.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ผุดแอป “คัดแยกเห็ดไทย” สกัดป่วย-ตายจากเห็ดพิษ หลังพบผู้ป่วยทะลุ 1.2 หมื่นราย

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่าในแต่ละปีประเทศไทยจะมีผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจากการบริโภคเห็ดพิษอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค ตั้งแต่ปี 2565 – 2569 พบผู้ป่วยจากการบริโภคเห็ดพิษ จำนวน 12,000 กว่าราย โดยพบผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นทุกปี โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สาเหตุสำคัญเกิดจากการจำแนกเห็ดผิดชนิด ดังนั้นกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จึงร่วมกับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม พัฒนาแอปพลิเคชัน คัดแยกเห็ดขึ้น ภายใต้ชื่อ “คัดแยกเห็ดไทย” ซึ่งสามารถใช้งานได้ทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android เพื่อช่วยประชาชนคัดกรองและจำแนกชนิดเห็ดพิษและเห็ดรับประทานได้ในเบื้องต้น

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์