ศูนย์วิทย์ฯที่ 8 อุดรธานี พัฒนาศักยภาพห้องแล็บตรวจยีน BRCA1/BRCA2 สาเหตุโรคมะเร็งที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
890
11 สิงหาคม 2566

ศูนย์วิทย์ฯที่ 8 อุดรธานี พัฒนาศักยภาพห้องแล็บตรวจยีน BRCA1/BRCA2 สาเหตุโรคมะเร็งที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการตรวจด้วยเทคโนโลยีใหม่ ช่วยลดระยะเวลาการรอคอย ลดการส่งต่อสามารถรองรับการตรวจตัวอย่างจากโรงพยาบาลในเขตสุขภาพที่ 8 พื้นที่ใกล้เคียง และกลุ่มประเทศในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง


วันนี้ (11 สิงหาคม 2566) กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดย ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 8 อุดรธานี จัดประชุมการประชาสัมพันธ์การให้บริการตรวจยีน BRCA1/BRCA2 ด้วยเทคโนโลยี Next-Generation Sequencing (NGS) สำหรับผู้ป่วยมะเร็งเต้านมและมะเร็งรังไข่ ที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมและญาติสายตรงที่มีประวัติครอบครัว ตรวจพบยีนกลายพันธุ์ เพื่อสื่อสารแนวทางการเก็บและส่งตัวอย่าง การวินิจฉัยผู้ป่วยมะเร็งเต้านมและมะเร็งรังไข่ที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ในเขตสุขภาพที่ 8 และพื้นที่ใกล้เคียง รวมถึงการสร้างเครือข่ายในการตรวจหาสารพันธุกรรมด้วยเทคโนโลยี NGS โดยมี นายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ นายแพทย์ปราโมทย์ เสถียรรัตน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 8 นายแพทย์ปิยะ ศิริลักษณ์ รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ นายแพทย์จรัญ จันทมัตตุการ สาธารณสุขนิเทศก์ เขตสุขภาพที่ 8 เรืออากาศเอก นายแพทย์สมชาย ธนะสิทธิชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี ทันตแพทย์กวี วีระเศรษฐกุล ผู้อำนวยการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 8 นายแพทย์พูลสวัสดิ์ วงศ์วิชิต ประธานคณะทำงานพัฒนาระบบบริการสุขภาพ สาขาโรคมะเร็ง นางสาวอรทัย สุพรรณ ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 8 อุดรธานี และมีบุคลากรทางการแพทย์จากเขตสุขภาพที่ 8 โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 8 โรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี โรงพยาบาลศรีนครินทร์ ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 8 อุดรธานี เข้าร่วม ณ ห้องประชุมบ้านเชียง ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 8 อุดรธานี

  นายแพทย์ศุภกิจ กล่าวว่า โรคมะเร็งเต้านมและมะเร็งรังไข่เป็นโรคที่พบได้บ่อยในเพศหญิง ประเทศไทยมะเร็งเต้านม มีอุบัติการณ์การเกิดมากที่สุด ส่วนโรคมะเร็งรังไข่พบได้เป็นอันดับ 7 และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี สาเหตุส่วนหนึ่งเกิดจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม โดยกลุ่มผู้ที่มีการกลายพันธุ์ของยีน BRCA1/BRCA2 จะมีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมสูงถึงร้อยละ 80 และมะเร็งรังไข่ร้อยละ 15-40 ที่ผ่านมาการตรวจยีน ทั้งสองนี้มีอุปสรรคสำคัญคือมีราคาค่าตรวจแพง ทำให้การตรวจยีนดังกล่าวจำกัดอยู่เฉพาะในโครงการวิจัยเท่านั้น แต่ในปัจจุบันการตรวจดังกล่าวมีต้นทุนที่ถูกลง เนื่องจากความก้าวหน้าทางการแพทย์ของประเทศไทย ด้านพันธุศาสตร์มนุษย์และเทคโนโลยีการถอดรหัสพันธุกรรมสมรรถนะสูง เมื่อนำข้อมูลพันธุกรรมหรือข้อมูลดีเอ็นเอของผู้ป่วยมาใช้ในการวินิจฉัย ป้องกัน รักษา ทำให้การแพทย์มีความแม่นยำและจำเพาะต่อบุคคลมากขึ้น







กระทรวงสาธารณสุข โดย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และกรมการแพทย์ ได้ร่วมกันพัฒนาเครือข่ายการแพทย์แม่นยำ ด้านโรคหายาก และโรคมะเร็งที่เกิดจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม เพื่อค้นหาการกลายพันธุ์ของยีน BRCA1/BRCA2 หากตรวจพบยีนชนิดนี้จะช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนการรักษาและออกแบบวิธีรักษาแบบกำหนดเป้าหมายเฉพาะบุคคล หรือการเลือกใช้ยาที่เหมาะสำหรับผู้ป่วยแต่ละรายได้อย่างตรงจุด ทำให้อัตราการรอดและหายจากโรคสูงขึ้น ลดค่าใช้จ่ายในการรักษาได้อีกด้วย นอกจากนี้แล้วญาติสายตรง ซึ่ง ได้แก่ พ่อ แม่ พี่ น้อง หรือบุตรของผู้ป่วย จะได้รับการติดตามให้มาตรวจคัดกรอง เพื่อลดความเสี่ยงและป้องกันการเกิดโรค ทั้งนี้ สปสช.ได้เพิ่มสิทธิประโยชน์บริการตรวจคัดกรองค้นหาการกลายพันธุ์ของยีนโรคมะเร็งเต้านม BRCA1/BRCA2 ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติหรือกองทุนบัตรทอง 30 บาทแล้ว ทำให้ประชาชนไทยสามารถเข้าถึงการตรวจโดยใช้เทคโนโลยีใหม่ และช่วยลดความเสี่ยงในการป่วยและเสียชีวิตจากโรคร้าย



นายแพทย์ศุภกิจ กล่าวต่อว่า ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 8 อุดรธานี เป็นห้องปฏิบัติการหลักที่ให้บริการตรวจด้วยเทคนิค อณูชีวโมเลกุล ถือเป็นศูนย์แรกที่ให้บริการในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 8 ได้พัฒนาศักยภาพมาตรฐานห้องปฏิบัติการ สามารถเปิดให้บริการตรวจยีน BRCA1/BRCA2 ด้วยเทคโนโลยี NGS สำหรับผู้ป่วยมะเร็งเต้านมและมะเร็งรังไข่ที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม และญาติสายตรงที่มีประวัติครอบครัว ตรวจพบยีนกลายพันธุ์ เพื่อช่วยลดระยะเวลาการรอคอย ลดการส่งต่อ โดยเป็นห้องปฏิบัติการที่มีศักยภาพ สามารถรองรับการตรวจตัวอย่างจากโรงพยาบาลในเขตสุขภาพที่ 8 จำนวน 7 จังหวัด ได้แก่ อุดรธานี หนองคาย หนองบัวลำภู เลย บึงกาฬ สกลนคร และนครพนม พื้นที่ใกล้เคียง รวมถึงสามารถรองรับชาวต่างชาติจากกลุ่มประเทศในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง โดยห้องปฏิบัติการนี้สามารถตรวจได้สูงสุดถึง 128 ตัวอย่างต่อเดือน ร่วมกับการประมวลผลขั้นสูงทางคอมพิวเตอร์ (Bioinformatics) เข้ามาช่วยวินิจฉัยโรคให้เกิดความถูกต้องและแม่นยำมากขึ้น และเชื่อมข้อมูลระบบรายงานผล ทำให้รายงานผลได้ภายใน 20 วันทำการ การดำเนินงานนี้นับเป็นส่วนหนึ่งของการใช้เทคโนโลยีถอดรหัสพันธุกรรม และองค์ความรู้ทางพันธุศาสตร์มนุษย์ เพื่อยกระดับให้บริการทางการแพทย์และการสาธารณสุขของประเทศมีมาตรฐานที่สูงขึ้น






       “ปัจจุบันกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์มีห้องปฏิบัติการเครือข่ายที่ให้บริการตรวจทางเวชศาสตร์จีโนม การตรวจยีน BRCA1/BRCA2 สำหรับโรคมะเร็งที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมทั้งภาครัฐและเอกชน ได้แก่ สถาบันชีววิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 8 อุดรธานี บริษัทแอท-ยีนส์ จำกัด บริษัท ไบโอ โมเลกุลลาร์ แลบบอราทอรี่ส์ (ประเทศไทย) จำกัด คลินิกเทคนิคการแพทย์แบงคอกจีโนมิกส์ และบริษัท  ศูนย์พันธุศาสตร์การแพทย์ จำกัด” นายแพทย์ศุภกิจ กล่าว

************** 11 สิงหาคม 2566

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-283599668.jpg
จากห้องแล็บสู่ดอยสูง! กรมวิทย์ฯ ลุย ‘น่าน’ หนุนโมเดลต้นแบบพระราชดำริ ดันสมุนไพร-กาแฟไทยสู่สากล

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้รับเชิญจากสำนักงานองคมนตรี โดยพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี ประธานคณะกรรมการโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนตามพระราชดำริ เข้าร่วมการพัฒนาบ้านน้ำรีพัฒนา ตำบลขุนน่าน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน ซึ่งเป็นพื้นที่แห่งแรกที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ดำเนินโครงการฯ เพื่อช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่เขตชนบท ส่งเสริมคุณภาพชีวิต พัฒนาอัตลักษณ์ และอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น อันจะนำไปสู่การแก้ไขและพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202624071784896248755547611-8151.JPG
กรมวิทย์ฯ ร่วมกับมูลนิธิธาลัสซีเมียฯ ปิดประชุมวิชาการครั้งที่ 27 เดินหน้าประเทศไทยสู่เป้าหมาย “ปลอดโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงในประชากรรุ่นใหม่” ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับมูลนิธิโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียแห่งประเทศไทย และภาคีเครือข่าย ปิดฉากการประชุมสัมมนาวิชาการธาลัสซีเมียแห่งชาติ ครั้งที่ 27 ประจำปี 2569 พร้อมมอบรางวัลผลงานวิจัยและผลงานวิชาการดีเด่น ตอกย้ำความร่วมมือทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมาย “ปลอดโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงในประชากรรุ่นใหม่” ด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมห้องปฏิบัติการขั้นสูง

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-356276721.jpg
เด็กไทยเกิดใหม่ทุกคน รู้ผลธาลัสซีเมีย ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง รู้เร็ว รักษาเร็ว ลดความรุนแรง มุ่งสู่คนไทยรุ่นใหม่ปลอดโรคธาลัสซีเมีย

กระทรวงสาธารณสุข โดย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มูลนิธิโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียแห่งประเทศไทย และ ภาคีเครือข่าย ร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ “ประชากรรุ่นใหม่ปลอดโรคธาลัสซีเมีย” โดยมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีห้องปฏิบัติการขั้นสูง ตรวจวินิจฉัยโรคให้มีความแม่นยำสูงสุด สามารถระบุพาหะและตัวแปรพันธุกรรมที่ซับซ้อนเพื่อการรักษาได้อย่างตรงจุดแม่นยำนำเข้าสู่ระบบบริการและผลักดันให้เป็นสิทธิประโยชน์เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงได้ พร้อมเร่งยกระดับห้องปฏิบัติการเครือข่ายทั่วประเทศให้มีคุณภาพมาตรฐานและจัดทำฐานข้อมูลระดับประเทศ เพื่อใช้สนับสนุนการวางนโยบายเพื่อการป้องกันและควบคุมโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-361965682.jpg
กรมวิทย์ฯ จับมือ กทม. ยกระดับอสส.เมืองกรุง ใช้ชุดทดสอบเบื้องต้น เสริมเกราะคุ้มครองผู้บริโภคนชุมชน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร ติวเข้มอาสาสมัครสาธารณสุขวิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชน (อสส.) และพี่เลี้ยงกว่า 200 ชีวิต ด้วยแนวคิด “บันได 3 ขั้น” ตั้งแต่การเรียนรู้ผ่านระบบดิจิทัล การฝึกใช้ชุดทดสอบเบื้องต้น ไปจนถึงการลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริง โดยมีพยาบาลวิชาชีพและเภสัชกรคอยเป็นพี่เลี้ยงดูแลอย่างใกล้ชิด มุ่งสร้างอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อร่วมกันเป็นพลังสำคัญของเครือข่ายเฝ้าระวัง แจ้งเตือนภัย และส่งต่อความรู้ด้านสุขภาพในชุมชน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-594091221.jpg
กรมวิทย์ฯ ผนึก สกร. ปั้น “ครูนักวิทย์” 77 จังหวัด ส่งเสริมความรอบรู้วิทยาศาสตร์การแพทย์ สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังความปลอดภัยอาหารและสุขภาพในชุมชน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จับมือ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) กระทรวงศึกษาธิการ เดินหน้าพัฒนา “ครูนักวิทย์” รุ่นแรก 154 คน จาก 77 จังหวัด เสริมทักษะด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และการใช้ชุดทดสอบเบื้องต้น เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เยาวชนและประชาชน สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านอาหาร ผลิตภัณฑ์สุขภาพ สิ่งแวดล้อม และน้ำบริโภคในระดับชุมชน มุ่งยกระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพ ลดความเสี่ยง และสร้างสังคมที่ปลอดภัยด้วยหลักฐานเชิงวิทยาศาสตร์

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202609071783584009677387105-8075.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมมือ JICA ชูเทคโนโลยีถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม (WGS) ยกระดับระบบเฝ้าระวังวัณโรคเชิงรุก มุ่งยุติวัณโรคของไทย

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายยุติวัณโรคของประเทศไทย ด้วยการนำเทคโนโลยีจีโนมิกส์และการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม (Whole Genome Sequencing: WGS) เสริมศักยภาพระบบเฝ้าระวังและสอบสวนโรค เปลี่ยนจากการรอรับผู้ป่วยในโรงพยาบาลสู่การค้นหาเชิงรุก พร้อมยกระดับสู่ "ระบบข่าวกรองสาธารณสุขเชิงรุกที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลจีโนม" เพื่อหยุดการแพร่ระบาดของวัณโรคและวัณโรคดื้อยาอย่างมีประสิทธิภาพ

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์