กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เฝ้าระวังอาหารปลอดภัยช่วงเทศกาลกินเจ

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
1,016
26 กันยายน 2565

 นายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า เทศกาลกินเจ หรือประเพณีถือศีลกินผัก เป็นเทศกาลที่คนจีนหรือคนไทยเชื้อสายจีนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยจะงดรับประทานเนื้อสัตว์และเครื่องเทศหรือผักที่มีกลิ่นฉุน แล้วหันมารับประทานอาหารที่ทำจากแป้ง ธัญพืช ผักและผลไม้สด ผักแปรรูป และปีนี้เทศกาลกินเจตรงกับวันที่ 26 กันยายน ถึง 4 ตุลาคม 2565 ฉะนั้นการตรวจเพื่อเฝ้าระวังความปลอดภัยอาหาร จึงเป็นสิ่งสำคัญมุ่งหมายให้ผู้บริโภคเกิดมั่นใจว่าได้ถือศีลกินเจ อย่างปลอดภัย ซึ่งกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง  



          นายแพทย์ศุภกิจ กล่าวต่อว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดย สำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหารร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ตรวจเฝ้าระวังความปลอดภัยอาหารที่นิยมรับประทานในช่วงเทศกาลกินเจ โดยเก็บข้อมูลตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 ถึง กันยายน 2565 จากการ สุ่มเก็บตัวอย่างผักสดจากตลาดสด 5 ภาคทั่วประเทศ เป็นผักที่นิยมรับประทานช่วงเทศกาลกินเจ 10 ชนิด ได้แก่ แครอท หัวไชเท้า กะหล่ำปลี กวางตุ้ง คะน้า ผักกาดขาว มะระ เห็ด ผักบุ้งและถั่วงอก จำนวนทั้งหมด 218 ตัวอย่าง ตรวจพบสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชตกค้างในคะน้า กวางตุ้ง มะระ เห็ด ผักบุ้งและถั่วงอก จำนวน 35 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 16.1 อาหารเลียนแบบเนื้อสัตว์ จำนวน 75 ตัวอย่าง ตรวจไม่พบการปลอมปนของ DNA เนื้อสัตว์ทุกตัวอย่าง และตรวจวัตถุกันเสีย (กรดเบนโซอิคและกรดซอร์บิค) ในอาหารประเภทเส้น ได้แก่ เส้นก๋วยเตี๋ยว วุ้นเส้น บะหมี่ไม่ใส่ไข่ เส้นบุก จำนวน 14 ตัวอย่าง ตรวจไม่พบกรดเบนโซอิคทุกตัวอย่าง ส่วนกรดซอร์บิกพบเพียง 1 ตัวอย่าง 


  “การรับประทานอาหารเจที่เลียนแบบเนื้อสัตว์นั้น ผู้บริโภคหรือผู้ปรุงอาหารควรเลือกซื้อวัตถุดิบจากร้านที่มั่นใจและอาหารต้องมีฉลากระบุ สถานที่ผลิต วันเดือนปี เลขสารบบอาหารที่ชัดเจน เพราะถ้าแหล่งผลิตไม่ได้มาตรฐานบางครั้งอาจมีส่วนประกอบ เช่น ไข่ นมหรือเนื้อสัตว์ปนเปื้อน และควรหลีกเลี่ยงรับประทานหรือซื้ออาหารที่มีรูปร่างและรสชาติที่เหมือนเนื้อสัตว์มากจนเกินไป สำหรับผักสดและผลไม้สดควรล้างน้ำให้สะอาดก่อนรับประทาน ผักใบ เช่น คะน้า กวางตุ้ง เปิดน้ำไหลผ่านแล้วค่อยๆ คลี่ใบออก หากเป็นกะหล่ำปลีหรือผักกาดขาวให้หั่นหรือฉีกออกมาเป็นใบๆ เพื่อให้น้ำเข้าไป ถึงซอกใบ ถูใบผักให้ทั่ว แล้วทำซ้ำๆ เพื่อล้างทั้งสารพิษ ดิน และทราย ผักหัว เช่น แครอท หัวไชเท้า เปิดน้ำไหลผ่าน และถูหัวผักให้ทั่วอย่างน้อย 2 นาที หรือถูจนกว่าสิ่งสกปรก เศษดิน เศษทรายจะออกจนหมด ในส่วนเห็ดจะค่อนข้างดูดซับน้ำได้ดี ไม่แนะนำให้ล้างด้วยวิธีการแช่ในน้ำ ควรเปิดน้ำให้ไหลผ่านแบบเร็วๆ หากเจอสิ่งสกปรกให้ใช้มือหยิบออก นอกจากนี้ถ้าเป็นอาหารพร้อมบริโภค ควรเลือกร้านอาหารที่สะอาด อาหารปรุงสุกใหม่  เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพของผู้บริโภคและได้รับความสุขทั้งกายและใจตลอดช่วงเทศกาลบุญกินเจปีนี้” นายแพทย์ศุภกิจ กล่าว

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-297293478.jpg
กรมวิทย์ฯ ผนึกเครือข่ายสาธารณสุข เขต 2 ขับเคลื่อนศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ระดับอำเภอ เสริมระบบเฝ้าระวังสุขภาพเชิงรุก สร้างความปลอดภัยผู้บริโภคอย่างยั่งยืน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เดินหน้ายกระดับระบบเฝ้าระวังและคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพในระดับพื้นที่ จับมือเครือข่ายสาธารณสุขเขตสุขภาพที่ 2 ขับเคลื่อนนโยบาย “ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชนระดับอำเภอ” เพื่อเสริมศักยภาพชุมชนให้เข้มแข็ง ผ่านองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการแพทย์ สู่การเป็นต้นแบบเฝ้าระวังความเสี่ยงด้านสุขภาพ สร้างความปลอดภัยกับผู้บริโภคในชุมชนอย่างยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202619061781836402244199274-7961.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ผุดแอป “คัดแยกเห็ดไทย” สกัดป่วย-ตายจากเห็ดพิษ หลังพบผู้ป่วยทะลุ 1.2 หมื่นราย

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่าในแต่ละปีประเทศไทยจะมีผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจากการบริโภคเห็ดพิษอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค ตั้งแต่ปี 2565 – 2569 พบผู้ป่วยจากการบริโภคเห็ดพิษ จำนวน 12,000 กว่าราย โดยพบผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นทุกปี โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สาเหตุสำคัญเกิดจากการจำแนกเห็ดผิดชนิด ดังนั้นกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จึงร่วมกับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม พัฒนาแอปพลิเคชัน คัดแยกเห็ดขึ้น ภายใต้ชื่อ “คัดแยกเห็ดไทย” ซึ่งสามารถใช้งานได้ทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android เพื่อช่วยประชาชนคัดกรองและจำแนกชนิดเห็ดพิษและเห็ดรับประทานได้ในเบื้องต้น

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202610061781088676226382230-7917.jpg
กรมวิทย์ฯ เปิดเวที GLLP Asia-Pacific 2026 เสริมศักยภาพผู้นำห้องปฏิบัติการนานาชาติ สร้างความมั่นคงสุขภาพโลก รับมือโรคอุบัติใหม่ ภายใต้แนวคิด One Health

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ กรมปศุสัตว์ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (U.S. CDC) องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) และภาคีเครือข่ายนานาชาติ จัด "โครงการพัฒนาภาวะผู้นำห้องปฏิบัติการระดับโลก (Global Laboratory Leadership Program: GLLP) ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก รุ่นที่ 2 ประจำปี 2569" มุ่งพัฒนาศักยภาพผู้นำห้องปฏิบัติการด้านสาธารณสุข ภายใต้แนวคิด “One Health” เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางสุขภาพของประเทศและภูมิภาค พร้อมรับมือโรคอุบัติใหม่และภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขในอนาคต

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์