กรมวิทย์ฯ เพิ่มศักยภาพห้องปฏิบัติการตรวจเชื้อโควิด 19 หนุนการเปิดประเทศปลอดภัย

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
5,027
5 พฤศจิกายน 2564


 นายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า จากนโยบายของรัฐบาลในการเปิดประเทศรับผู้เดินทางและนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมทั้งผ่อนคลายให้เปิดกิจการและสามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้มากขึ้นในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนสามารถประกอบอาชีพสร้างรายได้ นำไปสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจ กระทรวงสาธารณสุขได้ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ดำเนินมาตรการให้การเปิดประเทศเป็นไปด้วยความปลอดภัย ในส่วนกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มีแผนปฏิบัติการเพื่อสนับสนุนการเปิดประเทศ ด้วยการเพิ่มจำนวนและศักยภาพห้องปฏิบัติการตรวจหาเชื้อโควิด 19 ด้วยวิธี real-time RT-PCR  โดยได้ขยายการรับรองมาตรฐานห้องปฏิบัติการตามนโยบาย 1 จังหวัด 1 แล็บ และรายงานผลใน 24 ชั่วโมง จนปัจจุบันมีห้องปฏิบัติการเครือข่าย 443 แห่ง ทั่วประเทศ ครอบคลุมทุกจังหวัด ทำให้ประเทศไทยสามารถตรวจไม่น้อยกว่า 120,000 ตัวอย่างต่อวัน

นายแพทย์ศุภกิจ กล่าวต่อว่า สำหรับการตรวจทางห้องปฏิบัติการ กำหนดให้ชาวต่างชาติที่จะเดินทางเข้าประเทศ ต้องมีผลตรวจหาเชื้อ ด้วยวิธี real-time RT-PCR ก่อนเดินทางเข้ามาไม่เกิน 72 ชั่วโมง และเมื่อเดินทางมาถึงประเทศไทยจะมีการเก็บตัวอย่างเพื่อตรวจหาเชื้อโควิด 19 ด้วยวิธี real-time RT-PCR และพักรอผลตรวจ 1 คืน หากผลเป็นลบสามารถเดินทางไปยังจุดหมายการท่องเที่ยวได้ทั่วประเทศ และขณะพำนักในประเทศไทยต้องตรวจหาเชื้อครั้งที่ 2 ด้วยชุดตรวจ ATK เมื่อมีอาการ หรือตรวจซ้ำในวันที่ 6-7 ถ้าพบว่าผลตรวจเป็นบวกจะถูกนำเข้าสู่ระบบดูแลรักษาและควบคุมโรคต่อไป


สำหรับประเด็นราคาค่าตรวจหาเชื้อโควิด 19 ด้วยวิธี real-time RT-PCR ที่มีการสอบถามเข้ามาที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ว่าราคาลดลงจริงหรือไม่นั้น นายแพทย์ศุภกิจ กล่าวว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้มีการปรับราคาค่าตรวจทางห้องปฏิบัติการจากเดิม 2,300 บาท (ค่าตรวจ 1,600 บาท ค่าดำเนินการ 700 บาท) ลดค่าตรวจลงเหลือ 1,300 บาท และลดค่าดำเนินการเหลือ 100-300 บาท แล้วแต่กรณี และในอนาคตกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะพิจารณาหาแนวทางว่าจะสามารถลดราคาค่าตรวจให้ต่ำลงกว่านี้อีกได้หรือไม่ เพื่อจะได้ช่วยแบ่งเบาภาระให้กับประชาชน

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-297293478.jpg
กรมวิทย์ฯ ผนึกเครือข่ายสาธารณสุข เขต 2 ขับเคลื่อนศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ระดับอำเภอ เสริมระบบเฝ้าระวังสุขภาพเชิงรุก สร้างความปลอดภัยผู้บริโภคอย่างยั่งยืน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เดินหน้ายกระดับระบบเฝ้าระวังและคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพในระดับพื้นที่ จับมือเครือข่ายสาธารณสุขเขตสุขภาพที่ 2 ขับเคลื่อนนโยบาย “ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชนระดับอำเภอ” เพื่อเสริมศักยภาพชุมชนให้เข้มแข็ง ผ่านองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการแพทย์ สู่การเป็นต้นแบบเฝ้าระวังความเสี่ยงด้านสุขภาพ สร้างความปลอดภัยกับผู้บริโภคในชุมชนอย่างยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202619061781836402244199274-7961.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ผุดแอป “คัดแยกเห็ดไทย” สกัดป่วย-ตายจากเห็ดพิษ หลังพบผู้ป่วยทะลุ 1.2 หมื่นราย

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่าในแต่ละปีประเทศไทยจะมีผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจากการบริโภคเห็ดพิษอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค ตั้งแต่ปี 2565 – 2569 พบผู้ป่วยจากการบริโภคเห็ดพิษ จำนวน 12,000 กว่าราย โดยพบผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นทุกปี โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สาเหตุสำคัญเกิดจากการจำแนกเห็ดผิดชนิด ดังนั้นกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จึงร่วมกับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม พัฒนาแอปพลิเคชัน คัดแยกเห็ดขึ้น ภายใต้ชื่อ “คัดแยกเห็ดไทย” ซึ่งสามารถใช้งานได้ทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android เพื่อช่วยประชาชนคัดกรองและจำแนกชนิดเห็ดพิษและเห็ดรับประทานได้ในเบื้องต้น

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202610061781088676226382230-7917.jpg
กรมวิทย์ฯ เปิดเวที GLLP Asia-Pacific 2026 เสริมศักยภาพผู้นำห้องปฏิบัติการนานาชาติ สร้างความมั่นคงสุขภาพโลก รับมือโรคอุบัติใหม่ ภายใต้แนวคิด One Health

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ กรมปศุสัตว์ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (U.S. CDC) องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) และภาคีเครือข่ายนานาชาติ จัด "โครงการพัฒนาภาวะผู้นำห้องปฏิบัติการระดับโลก (Global Laboratory Leadership Program: GLLP) ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก รุ่นที่ 2 ประจำปี 2569" มุ่งพัฒนาศักยภาพผู้นำห้องปฏิบัติการด้านสาธารณสุข ภายใต้แนวคิด “One Health” เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางสุขภาพของประเทศและภูมิภาค พร้อมรับมือโรคอุบัติใหม่และภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขในอนาคต

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์