สมาคมมนุษยพันธุศาสตร์ เปิดเวทีวิชาการ “ก้าวถัดไปกับจีโนมิกส์ประเทศไทย” ชูความร่วมมือทางพันธุศาสตร์มนุษย์ พัฒนาระบบบริการสุขภาพฯ

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
1,102
29 พฤษภาคม 2566

 


เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2566 ณ โรงแรมเรดิสัน บลู พลาซ่า กรุงเทพฯ นายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข และในฐานะรองประธานคณะอนุกรรมการกำกับทิศทางแผนปฏิบัติการบูรณาการจีโนมิกส์ประเทศไทย (พ.ศ. 2563-2567) สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข กล่าวในพิธีเปิดงานประชุมวิชาการประจำปี สมาคมมนุษยพันธุศาสตร์ ครั้งที่ 2 เรื่อง “ก้าวถัดไปกับจีโนมิกส์ประเทศไทย Genomics Thailand: The Progress and Momentum” ว่า ความก้าวหน้าทางด้านพันธุศาสตร์มนุษย์ และ เทคโนโลยีการถอดรหัสพันธุกรรมนำมาสู่การพัฒนาทางการแพทย์อย่างก้าวกระโดด เมื่อนำข้อมูลพันธุกรรมหรือข้อมูลดีเอ็นเอของผู้ป่วยมาใช้ในการวินิจฉัย ป้องกัน รักษา ทำให้การแพทย์มีความแม่นยำและจำเพาะต่อบุคคลมากขึ้น มีการปรับเปลี่ยนกระบวนการให้บริการทางการแพทย์ในหลายโรค เช่น การป้องกันการแพ้ยาด้วยการตรวจพันธุกรรม การป้องกันโรคมะเร็ง การคัดกรองทารกแรกเกิด ฯลฯ เพื่อคุณภาพชีวิตของคนไทยที่ดีขึ้น ปัจจุบันประเทศไทยได้ดำเนินงานมีแผนปฏิบัติการบูรณาการจีโนมิกส์ประเทศไทย พ.ศ. 2563-2567 หรือ Genomics Thailand มีเป้าหมายสนับสนุนให้เกิดฐานข้อมูลพันธุกรรมไทย 50,000 คน ศูนย์สกัดสารพันธุกรรม และพัฒนาบุคลากร จัดตั้งเครือข่ายวิจัยการแพทย์จีโนมิกส์ในประเทศไทย เป็นฐานสำคัญให้เกิดบริการการตรวจ และการวินิจฉัยที่ใช้ข้อมูลพันธุกรรม ณ ปัจจุบันสามารถถอดรหัสพันธุกรรมไปแล้วประมาณ 15,000 ราย และอยู่ระหว่างการคืนผลการถอดรหัสพันธุกรรมให้คนไข้ กระทรวงสาธารณสุขโดยกรมการแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ร่วมกันเพื่อพัฒนาเครือข่ายการแพทย์แม่นยำเพื่อพัฒนาเครือข่ายด้านโรคหายาก โรคมะเร็ง และโรคอื่นๆ ร่วมกัน  เช่น การตรวจยีนเพื่อป้องกันการแพ้ยา การติดตามการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัส SARS-CoV 2 หรือโรคโควิด-19 ในประเทศไทย เพื่อให้เราบริหารจัดการการระบาด และปรับแผนการให้วัคซีน  เมื่อต้นปี 2565 มีข่าวดีสำหรับประชาชนไทย จากที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้เพิ่มบริการการตรวจการกลายพันธุ์ในยีนเสี่ยงมะเร็งเต้านม BRCA1/2 เข้าสู่ชุดสิทธิประโยชน์ ทำให้ประชาชนไทยสามารถเข้าถึงการตรวจโดยใช้เทคโนโลยีใหม่ และช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเต้านมชนิดถ่ายทอดทางพันธุกรรม นี่เป็นเพียงแค่ตัวอย่างส่วนหนึ่งของการใช้เทคโนโลยีถอดรหัสพันธุกรรมและองค์ความรู้ทางพันธุศาสตร์มนุษย์ เพื่อยกระดับให้บริการทางการแพทย์และการสาธารณสุขของประเทศมีมาตรฐานที่สูงขึ้น

ทางด้าน นางสาวบุณยวีร์ เอื้อศิริวรรณ ผู้จัดการงานวิจัย หน่วยงานขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการบูรณาการจีโนมิกส์ประเทศไทย สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ระบบสุขภาพมีความเป็นพลวัตรและเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลกระทบจากบริบทและสถานการณ์ รวมถึงความท้าทายในด้านต่างๆ ที่เกิดขึ้นต่อปัญหาสุขภาพของคนไทยอย่างรวดเร็วและซับซ้อนมากขึ้น  สวรส. ในฐานะหน่วยบริหารและจัดการทุน (PMU) จึงต้องสร้างองค์ความรู้ด้านสุขภาพที่สามารถนำไปใช้แก้ปัญหาด้านสุขภาพในเชิงระบบได้ครอบคลุม โดย 1 ในขอบเขตการวิจัย คือ การสนับสนุนการวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน ภายใต้แผนงานวิจัยจีโนมิกส์ประเทศไทย มุ่งเน้นการสร้างองค์ความรู้หรือผลงานวิจัยและนวัตกรรมด้านสุขภาพ ที่สอดคล้องกับนโยบายด้านการพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีทางการแพทย์ ภายใต้ “ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561–2580” ที่กำหนดให้การลงทุนเพื่อการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยี เป็นกลยุทธ์หนึ่งของการสร้างความสามารถในการแข่งขันด้านอุตสาหกรรม และบริการการแพทย์ครบวงจร โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อตอบสนองความต้องการทางการแพทย์ที่เพิ่มมากขึ้น ลดต้นทุนการรักษาพยาบาล และยกระดับการให้บริการการแพทย์ที่มีคุณภาพในระดับสากล สามารถนำประเทศไปสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมและบริการการแพทย์ และเชื่อมโยงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ รวมทั้งเพื่อสนับสนุนการสร้างสุขภาวะที่ดีและเพิ่มคุณภาพชีวิต

นอกจากนี้ สวรส. ในฐานะหน่วยงานกลางในการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการการบูรณาการจีโนมิกส์ประเทศไทย (Genomics Thailand) เพื่อให้การขับเคลื่อนแผนฯ ประสบความสำเร็จ ได้ให้ความสำคัญกับความร่วมมือกับต่างประเทศ โดยได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข ประเทศไทย และกระทรวงสาธารณสุขและการดูแลทางสังคมแห่งสหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์เหนือ ว่าด้วยความร่วมมือด้านจีโนมิกส์ ซึ่งเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2566 ที่ผ่านมา ได้มีการประชุมคณะทำงานความร่วมมือด้านจีโนมิกส์ประเทศไทยและสหราชอาณาจักรฯ ณ กรุงลอนดอน เพื่อแลกเปลี่ยนการดำเนินงานและหาแนวทางความร่วมมือสหราชอาณาจักร ที่มีประสบการณ์การพัฒนาการนำข้อมูลพันธุกรรมและข้อมูลการเจ็บป่วยมาใช้ในการพัฒนาการวินิจฉัยและรักษาผู้ป่วยมะเร็ง ผู้ป่วยวิกฤตทารกแรกเกิดและเด็ก โดยประเทศอังกฤษจะมีแหล่งข้อมูล พันธุกรรมและข้อมูลทางคลินิกที่เปิดให้นักวิจัยทั่งโลกสามารถเข้าถึงและนำไปใช้ในการวิจัยเชิงลึก เพื่อค้นหาปัจจัยเสี่ยงทางพันธุกรรม  ตลอดจนการประชุมฯ นี้ ยังได้หารือถึงแนวทางความร่วมมือ/การดำเนินงานของประเทศไทย 3 หัวข้อใหญ่ ได้แก่ 1.Data Sharing/การใช้ประโยชน์จากข้อมูลจีโนม อาทิ การส่งเสริมสนับสนุนให้นักวิจัยไทยเข้าถึงฐานข้อมูลพันธุกรรมของต่างประเทศ  2.ด้านการวิจัย และ 3.ด้านการพัฒนาบุคลากร ซึ่งทาง สวรส. จะร่วมสนับสนุนการดำเนินงานต่อไป

ดร.ศิษเฎศ ทองสิมา นายกสมาคมมนุษยพันธุศาสตร์ กล่าวว่า สมาคมมนุษยพันธุศาสตร์ ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2562 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ ส่งเสริมการศึกษา งานวิจัย และนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับงานด้านพันธุศาสตร์มนุษย์ รวมถึงสนับสนุนพัฒนานโยบายและแนวปฏิบัติ เพื่อให้เกิดความก้าวหน้าอย่างเหมาะสมในด้านการศึกษาและวิจัยทางพันธุศาสตร์มนุษย์ โดยคำนึงถึงผลกระทบทางสังคมและจริยธรรม การจัดประชุมวิชาการของสมาคมฯ ครั้งที่ 2 หัวข้อ “ก้าวถัดไปกับจีโนมิกส์ประเทศไทย” มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่าง สหสาขาวิชาชีพด้านการแพทย์ นักวิทยาศาสตร์ และนักวิจัยที่เกี่ยวข้อง จัดขึ้นระหว่าง 29-30 พฤษภาคม 2566 โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรและผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานต่างๆเข้าร่วมบรรยาย จำนวน 26 ท่าน โดยมีวิทยากรจากสมาคมพันธุศาสตร์ประเทศเกาหลีใต้ และวิทยากรจาก Genomics England ร่วมบรรยาย มีผู้สนใจเข้าร่วมประชุมแบบ On-site และ On-line กว่า 400 คน ทั้งภาครัฐและเอกชน ในงานจะมีการนำเสนอผลงานวิจัยชั้นแนวหน้าทางด้านพันธุศาสตร์การแพทย์ ประสบการณ์การดำเนินงานของโครงการจีโนมิกส์ประเทศไทยที่ผ่านมา และการเสวนาในหัวข้อ เช่น ด้านการพัฒนากำลังคน ด้านจริยธรรม กฎหมาย กฎระเบียบและผลกระทบทางสังคม ด้านการวิเคราะห์ข้อมูลพันธุกรรมระดับประชากร เป็นต้น 

“เวทีประชุมครั้งนี้ เป็นอีกกิจกรรมสำคัญที่จะช่วยกำหนดทิศทางการดำเนินการด้านมนุษยพันธุศาสตร์ ให้เกิดความร่วมมือจากทุกภาคส่วน มุ่งสู่เป้าหมายเดียวกันคือให้ประเทศไทยเป็นผู้นำด้านการแพทย์จีโนมิกส์ เกิดความร่วมมือและความไว้เนื้อเชื่อใจกัน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่จะทำให้สมาคมมนุษยพันธุศาสตร์สามารถยืนหยัดเป็นสมาคมที่เชื่อมโยงทุกภาคส่วนในด้านมนุษยพันธุศาสตร์เข้าไว้ด้วยกัน เนื่องจากเรื่องมนุษยพันธุศาสตร์ เป็นเรื่องใหม่สำหรับประชาชน และเป็นศาสตร์ใหม่ที่ควรนำมาเสริมใช้ในอนาคต” ดร.ศิษเฎศ กล่าว

///////////////////////////


ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม

สมาคมมนุษยพันธุศาสตร์ : อีเมล์ [email protected]

หน่วยงานขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการบูรณาการจีโนมิกส์ประเทศไทย สวรส. : ศุภฑิต สนธินุช โทรศัพท์ 08 9050 1165

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202604111793775785162321256-8341.jpg
INFOGRAPHIC : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อ Listeria monocytogenes ในอาหาร

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-732911597.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อลิสเทอเรียในอาหาร เตือนเชื้อนี้เจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น แนะเก็บแยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค ลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-415055800.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงอย่างถูกต้อง ห้ามนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงเกินจริง ย้ำใบรายงานผลทดสอบไม่ใช่ใบรับรองผลิตภัณฑ์

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงและประชาสัมพันธ์อย่างถูกต้อง หลังพบการนำผลทดสอบไปเผยแพร่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ย้ำใบรายงานผลการทดสอบแต่ละฉบับรับรองผลเฉพาะตัวอย่างที่ได้รับเท่านั้น ไม่ใช่การรับรองผลิตภัณฑ์ ต้องไม่กล่าวอ้างเกินขอบเขตการทดสอบ หรือทำให้ประชาชนเข้าใจผิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคุ้มครองผู้บริโภค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-789496760.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ชู 5 นโยบายปี 2570 ยกระดับสุขภาพประชาชน ลดค่าใช้จ่ายระบบสาธารณสุข

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มุ่งใช้ศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนระบบสาธารณสุขของประเทศ ผ่าน 5 นโยบายสำคัญในปีงบประมาณ 2570 ยกระดับการป้องกันโรคและคุณภาพบริการสุขภาพ ตั้งแต่การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ตรวจคัดกรองโรคแม่และเด็ก ไปจนถึงการจัดทำแนวทางการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ทั้งการตรวจห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และรังสีวินิจฉัยอย่างสมเหตุผล ตลอดจนสนับสนุนการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรด้านสุขภาพอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-163174526.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมตรวจ “กาฬโรค” รู้ผลใน 24 ชั่วโมง ย้ำยึดหลักตามมาตรฐานความปลอดภัยชีวนิรภัยระดับ 3

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะห้องปฏิบัติการอ้างอิงของประเทศ มีความพร้อมและศักยภาพด้านความปลอดภัยทางชีวภาพระดับ 3 (Biosafety Level 3: BSL-3) รองรับการตรวจวินิจฉัยเชื้อก่อโรคกาฬโรคได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และปลอดภัย เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคของประเทศ ย้ำกาฬโรคเป็นโรคติดเชื้อที่มีความรุนแรง การเก็บและนำส่งตัวอย่าง รวมถึงการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ จึงต้องดำเนินการอย่างถูกต้องและปลอดภัย

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์