กรมวิทย์ฯ กระตุ้นผู้ประกอบการโรงแรมบนเกาะสมุย ตระหนักถึงการเฝ้าระวังเชื้อโนโรไวรัสและเชื้อลีจิโอเนลลาในน้ำอุปโภคบริโภค

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
697
23 มีนาคม 2566

กรมวิทย์ฯ กระตุ้นผู้ประกอบการโรงแรมบนเกาะสมุย ตระหนักถึงการเฝ้าระวังเชื้อโนโรไวรัส
และเชื้อลีจิโอเนลลาในน้ำอุปโภคบริโภค 
สร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว ช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศ


เช้าวันนี้ (23 มีนาคม 2566) ที่ห้องประชุมลีลาวดี ราชพฤกษ์ สมุย รีสอร์ท อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี นายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดการประชุม “โครงการเฝ้าระวังการปนเปื้อนเชื้อโนโรไวรัส (Norovirus) และเชื้อลีจิโอเนลลา (Legionella spp.) ในน้ำอุปโภคบริโภคของโรงแรมในพื้นที่อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมี นายแพทย์ปิยะ ศิริลักษณ์ รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ นางเลขา ปราสาททอง ผู้อำนวยการสำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร นางสาวจิราภรณ์ เพชรรักษ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 11 สุราษฎร์ธานี ผู้บริหารจากศูนย์อนามัยที่ 11 นครศรีธรรมราช สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 11 นครศรีธรรมราช สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุราษฎร์ธานี สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย ผู้ประกอบการโรงแรม นักวิชาการและหน่วยงานเครือข่าย ในพื้นที่เข้าร่วม เพื่อเป็นการเฝ้าระวังและป้องกันสถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการให้ปลอดภัยจากเชื้อโนโรไวรัสและเชื้อลีจิโอเนลลา ส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของโรงแรมเพิ่มความมั่นใจในความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว และเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวยังเกาะสมุยเพิ่มมากขึ้น เป็นการสนับสนุนการท่องเที่ยวและช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ

 นายแพทย์ศุภกิจ กล่าวว่า ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 11 สุราษฎร์ธานี เป็นหน่วยงานในสังกัดกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ในเขตภาคภาคใต้ตอนบน มีพื้นที่รับผิดชอบ 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช ได้สนับสนุนการส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศ จัดทำโครงการเฝ้าระวังการปนเปื้อนเชื้อโนโรไวรัสและเชื้อลีจิโอเนลลาในน้ำอุปโภคบริโภคของโรงแรมในพื้นที่อำเภอเกาะสมุย ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับต้นๆ ของประเทศไทย และมีชื่อเสียงไปทั่วโลก เพราะมีธรรมชาติอันงดงาม น้ำทะเลใส ทำให้แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวจำนวนมาก
 จากข้อมูลการตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างน้ำจากแหล่งน้ำที่มีโอกาสจะเป็นแหล่งกำเนิดโรค เช่น หอผึ่งเย็น เครื่องปรับอากาศ  ถังเก็บน้ำ ฝักบัวอาบน้ำ ก๊อกน้ำ น้ำพุ และสปา เป็นต้น จากสถานประกอบการโรงแรมในพื้นที่อำเภอเกาะสมุย ในปี 2565 จำนวน 44 ตัวอย่าง พบเชื้อลีจิโอเนลลาเพียง 1 ตัวอย่าง ซึ่งได้ดำเนินการปรับปรุงไม่ให้มีเชื้อแล้ว 

ดังนั้นเพื่อเป็นการเฝ้าระวังการแพร่กระจายของเชื้อก่อโรคในน้ำอุปโภคบริโภคของโรงแรมไปสู่นักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ เชื้อโนโรไวรัส ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคทางเดินอาหารอักเสบเฉียบพลัน และเชื้อลีจิโอเนลลา ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคติดเชื้อทางเดินหายใจเฉียบพลัน ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 11 สุราษฎร์ธานี จึงได้จัดทำโครงการเฝ้าระวังการปนเปื้อนเชื้อโนโรไวรัส และเชื้อลีจิโอเนลลาในน้ำอุปโภคบริโภคในโรงแรมขึ้น โดยมีการถ่ายทอดองค์ความรู้ แนะแนวทางการบริหารจัดการการปนเปื้อน เชื้อก่อโรคในน้ำอุปโภคบริโภค ให้แก่ผู้ประกอบการโรงแรมและเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานสุขาภิบาลน้ำอุปโภคบริโภคจากโรงแรม และเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข และสำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ศูนย์อนามัยที่ 11 นครศรีธรรมราช และสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 11 นครศรีธรรมราช

“การสร้างสุขลักษณะที่ดีและปราศจากการปนเปื้อนเชื้อโรคในโรงแรมของประเทศไทย ช่วยสร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวไทย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมภาพลักษณ์และเศรษฐกิจของประเทศ โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ได้มีส่วนร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ และร่วมกันกำหนดมาตรการต่างๆ เพื่อเฝ้าระวังการเชื้อก่อโรคในน้ำอุปโภคบริโภคของโรงแรมไปสู่นักท่องเที่ยว อย่างไรก็ดีผู้ประกอบการ มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรค โดยบำรุงรักษาอุปกรณ์ที่น่าจะเป็นแหล่งรังโรค ทำความสะอาด ฆ่าเชื้อ และใส่สารชีวฆาต (biocides) เพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อ เก็บตัวอย่างน้ำส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง ตลอดจนรักษาอุณหภูมิของน้ำ ซึ่งองค์การอนามัยโลกแนะนำให้รักษาความสะอาดระบบน้ำร้อน น้ำเย็น และรักษาระดับอุณหภูมิน้ำร้อนที่ 60 °C และน้ำเย็นต่ำกว่า 20 °C” นายแพทย์ศุภกิจ กล่าวทิ้งท้าย

************* 23 มีนาคม 2566

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-297293478.jpg
กรมวิทย์ฯ ผนึกเครือข่ายสาธารณสุข เขต 2 ขับเคลื่อนศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ระดับอำเภอ เสริมระบบเฝ้าระวังสุขภาพเชิงรุก สร้างความปลอดภัยผู้บริโภคอย่างยั่งยืน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เดินหน้ายกระดับระบบเฝ้าระวังและคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพในระดับพื้นที่ จับมือเครือข่ายสาธารณสุขเขตสุขภาพที่ 2 ขับเคลื่อนนโยบาย “ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชนระดับอำเภอ” เพื่อเสริมศักยภาพชุมชนให้เข้มแข็ง ผ่านองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการแพทย์ สู่การเป็นต้นแบบเฝ้าระวังความเสี่ยงด้านสุขภาพ สร้างความปลอดภัยกับผู้บริโภคในชุมชนอย่างยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202619061781836402244199274-7961.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ผุดแอป “คัดแยกเห็ดไทย” สกัดป่วย-ตายจากเห็ดพิษ หลังพบผู้ป่วยทะลุ 1.2 หมื่นราย

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่าในแต่ละปีประเทศไทยจะมีผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจากการบริโภคเห็ดพิษอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค ตั้งแต่ปี 2565 – 2569 พบผู้ป่วยจากการบริโภคเห็ดพิษ จำนวน 12,000 กว่าราย โดยพบผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นทุกปี โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สาเหตุสำคัญเกิดจากการจำแนกเห็ดผิดชนิด ดังนั้นกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จึงร่วมกับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม พัฒนาแอปพลิเคชัน คัดแยกเห็ดขึ้น ภายใต้ชื่อ “คัดแยกเห็ดไทย” ซึ่งสามารถใช้งานได้ทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android เพื่อช่วยประชาชนคัดกรองและจำแนกชนิดเห็ดพิษและเห็ดรับประทานได้ในเบื้องต้น

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202610061781088676226382230-7917.jpg
กรมวิทย์ฯ เปิดเวที GLLP Asia-Pacific 2026 เสริมศักยภาพผู้นำห้องปฏิบัติการนานาชาติ สร้างความมั่นคงสุขภาพโลก รับมือโรคอุบัติใหม่ ภายใต้แนวคิด One Health

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ กรมปศุสัตว์ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (U.S. CDC) องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) และภาคีเครือข่ายนานาชาติ จัด "โครงการพัฒนาภาวะผู้นำห้องปฏิบัติการระดับโลก (Global Laboratory Leadership Program: GLLP) ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก รุ่นที่ 2 ประจำปี 2569" มุ่งพัฒนาศักยภาพผู้นำห้องปฏิบัติการด้านสาธารณสุข ภายใต้แนวคิด “One Health” เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางสุขภาพของประเทศและภูมิภาค พร้อมรับมือโรคอุบัติใหม่และภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขในอนาคต

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์