กรมวิทย์ฯ เปิดตรวจยีนสำหรับผู้ป่วยมะเร็งเต้านมและมะเร็งรังไข่ ที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม ????

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
3,022
15 กันยายน 2566



????โรคภัยไข้เจ็บสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย ในแต่ละคนจะมีอาการรุนแรงแตกต่างกันไป ส่วนโรคภัยใกล้ตัวของผู้หญิงที่ชะล่าใจไม่ได้ อย่างมะเร็งเต้านมและมะเร็งรังไข่ นับเป็นภัยเงียบที่ผู้หญิงอาจไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้น ถึงแม้ว่าในบางคนจะดูแลสุขภาพ ดูแลเรื่องอาหารมาเป็นอย่างดีแล้ว แต่ก็อาจเกิดขึ้นได้ ????


????โรคมะเร็งเต้านมและมะเร็งรังไข่เป็นโรคที่พบบ่อยในเพศหญิง โดยพบว่าหญิงไทยเป็นโรคมะเร็งเต้านมมากที่สุด ส่วนโรคมะเร็งรังไข่พบได้เป็นอันดับที่ 7 และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งเกิดจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม โดยกลุ่มผู้ที่มีการกลายพันธุ์ของยีน BRCA1/BRCA2 จะมีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมสูงถึงร้อยละ 80 และมีโอกาสเป็นมะเร็งรังไข่ร้อยละ 60-70


????กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และกรมการแพทย์ ได้ร่วมกันพัฒนาเครือข่ายการแพทย์แม่นยำ ด้านโรคหายากและโรคมะเร็งที่เกิดจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม เพื่อค้นหาการกลายพันธุ์ของยีน BRCA1/BRCA2 ???? ซึ่งหากตรวจพบยีนชนิดนี้จะช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนการรักษา และออกแบบวิธีรักษาแบบกำหนดเป้าหมายเฉพาะบุคคล หรือการเลือกใช้ยาที่เหมาะสำหรับผู้ป่วยแต่ละรายได้อย่างตรงจุด ???? สามารถลดอัตราการป่วย ลดค่าใช้จ่ายในการรักษาได้ นอกจากนี้ญาติสายตรงของผู้ป่วย จะได้รับการติดตามให้มาตรวจคัดกรองเพื่อลดความเสี่ยงและป้องกันการเกิดโรคได้


ทั้งนี้ สปสช.ได้เพิ่มสิทธิประโยชน์บริการตรวจคัดกรองค้นหาการกลายพันธุ์ของยีนโรคมะเร็งเต้านม BRCA1/BRCA2 ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติหรือกองทุนบัตรทอง 30 บาทแล้ว ทำให้ประชาชนไทย สามารถเข้าถึงการตรวจโดยใช้เทคโนโลยีใหม่


???? เมื่อไม่นานมานี้ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้พัฒนาห้องปฏิบัติการตรวจยีน BRCA1/BRCA2 ด้วยเทคโนโลยี Next-Generation Sequencing (NGS) ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 8 อุดรธานี สำหรับผู้ป่วยมะเร็งเต้านมและมะเร็งรังไข่ ที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมและญาติสายตรงที่มีประวัติครอบครัว ตรวจพบยีนกลายพันธุ์ สามารถรองรับการตรวจตัวอย่างจากโรงพยาบาลในเขตสุขภาพที่ 8 จำนวน 7 จังหวัด ได้แก่ อุดรธานี หนองคาย หนองบัวลำภู เลย บึงกาฬ สกลนคร และนครพนม รวมถึงสามารถรองรับชาวต่างชาติจากกลุ่มประเทศในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง โดยห้องปฏิบัติการนี้สามารถตรวจได้สูงสุดถึง 128 ตัวอย่าง/เดือน ร่วมกับการประมวลผลขั้นสูงทางคอมพิวเตอร์ (Bioinformatics) เข้ามาในการช่วยวินิจฉัยโรคได้อย่างถูกต้องและแม่นยำมากขึ้น และสามารถรายงานผลได้ใน 20 วันทำการ ✅


???? เกณฑ์ความเสี่ยงของผู้ป่วยที่ควรได้รับการตรวจ ได้แก่

1.ผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยโรคมะเร็งเต้านมก่อนอายุ 45 ปี

2.ผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยโรคมะเร็งเต้านมที่อายุ 46-50 ปี ร่วมกับ มีประวัติเคยเป็นโรคมะเร็งซ้ำหลายครั้ง หรือ มีญาติสายตรง (พ่อ แม่ พี่ น้อง หรือ บุตร/ธิดา) อย่างน้อย 1 คน ที่มีประวัติโรคมะเร็งเต้านม มะเร็งรังไข่ มะเร็งตับอ่อน หรือมะเร็งต่อมลูกหมาก

3.ผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยโรคมะเร็งเต้านมเมื่ออายุมากกว่าหรือเท่ากับ 50 ปี ร่วมกับข้อใดข้อหนึ่ง ดังนี้

3.1 มีประวัติญาติสายตรงอย่างน้อย 1 คน ที่เป็นโรคมะเร็งเต้านมที่ได้รับการวินิจฉัยเมื่ออายุไม่เกิน 50 ปี หรือ มะเร็งเต้านมในผู้ชาย หรือ มะเร็งรังไข่ หรือ มะเร็งตับอ่อน หรือมะเร็งต่อมลูกหมาก

3.2 มีประวัติผู้ป่วยในครอบครัวอย่างน้อย 3 คนที่เป็นมะเร็งเต้านม

3.3 มีประวัติในครอบครัวสายตรงอย่างน้อย 2 คนที่เป็นมะเร็งเต้านมหรือมะเร็งต่อมลูกหมาก

4.ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมทุกช่วงอายุ ที่เป็นมะเร็งเต้านมแบบ triple negative หรือเป็นมะเร็งเต้านมในผู้ชาย


????แนวทางปฏิบัติ

1.ผู้ป่วยสามารถขอรับคำปรึกษาก่อนตรวจจากผู้ให้คำปรึกษาแนะนำทางพันธุศาสตร์ (Genetics counseling)

2.เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลลงทะเบียนในระบบ E-Claim ของ สปสช. กรอกข้อมูลลงในใบนำส่งตัวอย่างเพื่อส่งตัวอย่าง และใบยินยอมในการตรวจยีน BRCA1/BRCA2

3.เมื่อได้รับผลตรวจแล้ว ผู้ป่วยจะได้รับคำปรึกษาแนะนำทางพันธุศาสตร์ซึ่งเป็นบุคลากรวิชาชีพด้านสุขภาพ ได้แก่ แพทย์ เภสัชกร และพยาบาล (สามารถนัดหมายเข้ารับการปรึกษา ณ ศูนย์วิจัยทางคลินิก สถาบันชีววิทยาศาสตร์ทางการแพทย์กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ หรือนัดหมายเข้ารับการให้คำปรึกษาผ่านทางระบบออนไลน์ )


การส่งตัวอย่างตรวจ

1.ตัวอย่างเลือด เก็บในหลอดเก็บเลือดที่มีสารกันเลือดแข็งชนิด EDTA อย่างน้อย 1 มิลลิลิตร

2.กรอกข้อมูลในใบนำส่งตัวอย่างให้ครบถ้วน


ส่งตัวอย่างและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

1.ศูนย์การแพทย์จีโนมิกส์ สถาบันชีววิทยาศาสตร์การแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข โทรศัพท์ 0-2951-0000 ต่อ 98095-6

2.ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 8 อุดรธานี โทรศัพท์ : 042-207364 - 6

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-297293478.jpg
กรมวิทย์ฯ ผนึกเครือข่ายสาธารณสุข เขต 2 ขับเคลื่อนศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ระดับอำเภอ เสริมระบบเฝ้าระวังสุขภาพเชิงรุก สร้างความปลอดภัยผู้บริโภคอย่างยั่งยืน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เดินหน้ายกระดับระบบเฝ้าระวังและคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพในระดับพื้นที่ จับมือเครือข่ายสาธารณสุขเขตสุขภาพที่ 2 ขับเคลื่อนนโยบาย “ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชนระดับอำเภอ” เพื่อเสริมศักยภาพชุมชนให้เข้มแข็ง ผ่านองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการแพทย์ สู่การเป็นต้นแบบเฝ้าระวังความเสี่ยงด้านสุขภาพ สร้างความปลอดภัยกับผู้บริโภคในชุมชนอย่างยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202619061781836402244199274-7961.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ผุดแอป “คัดแยกเห็ดไทย” สกัดป่วย-ตายจากเห็ดพิษ หลังพบผู้ป่วยทะลุ 1.2 หมื่นราย

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่าในแต่ละปีประเทศไทยจะมีผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจากการบริโภคเห็ดพิษอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค ตั้งแต่ปี 2565 – 2569 พบผู้ป่วยจากการบริโภคเห็ดพิษ จำนวน 12,000 กว่าราย โดยพบผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นทุกปี โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สาเหตุสำคัญเกิดจากการจำแนกเห็ดผิดชนิด ดังนั้นกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จึงร่วมกับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม พัฒนาแอปพลิเคชัน คัดแยกเห็ดขึ้น ภายใต้ชื่อ “คัดแยกเห็ดไทย” ซึ่งสามารถใช้งานได้ทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android เพื่อช่วยประชาชนคัดกรองและจำแนกชนิดเห็ดพิษและเห็ดรับประทานได้ในเบื้องต้น

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202610061781088676226382230-7917.jpg
กรมวิทย์ฯ เปิดเวที GLLP Asia-Pacific 2026 เสริมศักยภาพผู้นำห้องปฏิบัติการนานาชาติ สร้างความมั่นคงสุขภาพโลก รับมือโรคอุบัติใหม่ ภายใต้แนวคิด One Health

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ กรมปศุสัตว์ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (U.S. CDC) องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) และภาคีเครือข่ายนานาชาติ จัด "โครงการพัฒนาภาวะผู้นำห้องปฏิบัติการระดับโลก (Global Laboratory Leadership Program: GLLP) ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก รุ่นที่ 2 ประจำปี 2569" มุ่งพัฒนาศักยภาพผู้นำห้องปฏิบัติการด้านสาธารณสุข ภายใต้แนวคิด “One Health” เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางสุขภาพของประเทศและภูมิภาค พร้อมรับมือโรคอุบัติใหม่และภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขในอนาคต

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์