กรมวิทย์ฯ มอบใบรับรองความสามารถห้องปฏิบัติการตามมาตรฐานสากล ISO/IEC 17025 ในผลิตภัณฑ์ยาน้ำมันกัญชาหยอดใต้ลิ้น GPO PRO LAB ขององค์การเภสัชกรรม

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
1,454
23 มีนาคม 2566


ในวันที่ 22 มีนาคม 2566 เวลา 9.30 น. ณ โรงแรมเอเชีย กรุงเทพมหานคร องค์การเภสัชกรรมจัดให้มีการแถลงข่าวเปิดตัว GPO PRO LAB ห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์มาตรฐานสากล ISO/IEC 17025 โดยมีนายแพทย์โสภณ เมฆธน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานแถลงข่าว พร้อมจัดให้มีพิธีมอบใบรับรองความสามารถห้องปฏิบัติการมาตรฐานสากล ISO/IEC 17025 โดยนายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มอบให้นายแพทย์วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม ในโอกาสที่ห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์ GPO PRO LAB ขององค์การเภสัชกรรมผ่านการตรวจรับรอง  ความสามารถห้องปฏิบัติการมาตรฐานสากล ISO/IEC 17025 ในผลิตภัณฑ์ยาน้ำมันกัญชาหยอดใต้ลิ้น ถือเป็นห้องปฏิบัติการรายแรกของประเทศไทยที่ได้รับการรับรองนี้

  นายแพทย์โสภณ เมฆธน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข ประธานการแถลงข่าวได้กล่าวถึง งานในครั้งนี้ว่า GPO PRO LAB เป็นแนวคิดริ่เริ่มมาจากโครงการกัญชาทางการแพทย์ที่องค์การเภสัชกรรม ให้ความสำคัญตลอดห่วงโซ่อุปทานโดยการมีห้องปฏิบัติการที่มีมาตรฐาน ดำเนินงานตรวจวิคราะห์วัตถุดิบ สารสกัดและผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป เป็นขั้นตอนสำคัญในการผลิตผลิตภัณฑ์คุณภาพมาสู่ผู้บริโภค 

การที่ห้องปฏิบัติการ GPO PRO LAB ขององค์การเภสัชกรรม มีการดำเนินงานภายใต้แนวทางธุรกิจใหม่ และขยายศักยภาพในการเตรียมความพร้อมรองรับการให้บริการตรวจวิเคราะห์หาสารปนเปื้อนต่างๆในวัตถุดิบ สารสกัดและผลิตภัณฑ์ยาแผนปัจจุบัน(Elemental Impurities ) สอดคล้องตามข้อกำหนดมาตรฐานสากลด้านการวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ยาที่นานาชาติให้การยอมรับ อีกทั้งการได้รับรองความสามารถห้องปฏิบัติการมาตรฐานสากล ISO/IEC 17025 ในผลิตภัณฑ์ยาน้ำมันกัญชาหยอดใต้ลิ้น ครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะส่งเสริมให้มีการพัฒนามาตรฐานการผลิตกัญชา กัญชง ตลอดจนสมุนไพรและยาแผนปัจจุบันของประเทศ ซึ่งการได้ข้อมูลจากการวิเคราะห์ที่ถูกต้องแม่นยำและดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว ไม่เพียงทำให้ผู้บริโภคเชื่อมั่นในคุณภาพแล้ว ยังจะช่วยให้ผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดทันต่อความต้องการของผู้บริโภค ช่วยขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจประเทศเติบโตก้าวหน้าต่อไป 

  นายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า จาการที่องค์การเภสัชกรรม ได้รับใบรับรองความสามารถห้องปฏิบัติการตามมาตรฐานสากล ISO/IEC 17025 : 2017 ในด้านการทดสอบสาร Cannabidiol(CBD) และ Delta-9-tetrahydrocannabinol (THC) ในยาน้ำมันกัญชาหยอดใต้ลิ้น จากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยสำนักมาตรฐานห้องปฏิบัติการ ที่ได้รับการยอมรับร่วมจากหน่วยรับรองสากล Asia Pacific Accreditation Cooperation (APAC) และ International Laboratory Accreditation Cooperation (ILAC) ซึ่งมาตรฐานดังกล่าวเป็นข้อกำหนดทั่วไปว่าด้วยความสามารถของห้องปฏิบัติการในการดำเนินการทดสอบและหรือสอบเทียบ เป็นเกณฑ์สำหรับห้องปฏิบัติการทดสอบและห้องปฏิบัติการสอบเทียบ ที่แสดงว่าห้องปฏิบัติการมีการดำเนินงานด้านระบบคุณภาพและมีความสามารถทางวิชาการ ผลการทดสอบหรือสอบเทียบเป็นที่เชื่อถือได้ว่าถูกต้องตามหลักวิชาการ จึงสร้างความมั่นใจในผลของการทดสอบว่าถูกต้องตามขอบข่ายที่ได้รับการรับรอง เกิดประโยชน์ต่อการเจรจากับคู่ค้าในการยอมรับร่วมในผลการทดสอบจากห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองโดยไม่จำเป็นต้องทดสอบซ้ำ (Accredited Once, Accepted Everywhere) สร้างความเชื่อมั่นต่อการตัดสินใจ ตลอดจนการใช้เป็นหลักฐานอ้างอิงกรณีมีข้อขัดแย้งในเรื่องมาตรฐานคุณภาพผลิตภัณฑ์หรือการกำกับดูแลตามกฎหมาย ตอบสนองต่อการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศและการคุ้มครองผู้บริโภค เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ รวมทั้งเพิ่มรายได้เข้าประเทศจากการขายสินค้าที่มีมาตรฐานไปยังตลาดโลก 

ด้านผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม นายแพทย์วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ได้กล่าวถึงที่มาของห้องปฏิบัติการ GPO PRO LAB ขององค์การเภสัชกรรมว่า จากจุดเริ่มต้นปี 2562 ที่องค์การเภสัชกรรม ได้ส่งมอบต้นแบบผลิตภัณฑ์กัญชาทางการแพทย์ให้แก่กระทรวงสาธารณสุข เพื่อกระจายไปยังคลินิกกัญชานำร่อง 12 แห่ง และมีความต้องการใช้เพิ่มมากขึ้น ในปัจจุบันมีคลินิกกัญชาในสถานพยาบาลภาครัฐและเอกชนที่นำผลิตภัณฑ์กัญชาทางการแพทย์ขององค์การเภสัชกรรมไปใช้ตามแนวทางการรักษาที่กรมการแพทย์กำหนดแล้วกว่า 300 แห่งทั่วประเทศ  องค์การเภสัชกรรมมีกระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์กัญชาทางการแพทย์ที่เป็นมาตรฐานภายใต้หลักการสำคัญที่มุ่งให้ผลิตภัณฑ์กัญชาทางการแพทย์มีคุณภาพ โดยมีการควบคุมคุณภาพด้วยการตรวจวิเคราะห์ ทางห้องปฏิบัติการที่มีมาตรฐาน ตั้งแต่วัตถุดิบจนถึงเป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป องค์การเภสัชกรรมได้จัดตั้งหน่วยงานเพื่อดำเนินงานตรวจวิเคราะห์โดยเฉพาะในชื่อ GPO PRO LAB ขึ้นมา ซึ่งหน่วยงานนี้ตั้งอยู่ภายในองค์การเภสัชกรรม ถนนพระรามหก กรุงเทพฯ 

องค์การเภสัชกรรม ได้ลงทุนทรัพยากรต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เครื่องมือ อุปกรณ์ในการตรวจวิเคราะห์ที่ทำให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง แม่นยำ ทันสมัยและรวดเร็ว  ตลอดจนพัฒนาองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญให้แก่บุคลากรในการปฏิบัติงานตรวจวิเคราะห์ และที่สำคัญได้รับการรับรองความสามารถห้องปฏิบัติการมาตรฐานสากล ISO/IEC 17025 ทำให้เราเห็นถึงศักยภาพในการดำเนินงานภายใต้รูปแบบธุรกิจใหม่ จึงเปิดให้บริการตรวจวิเคราะห์ให้กับผู้ประกอบการภายในประเทศเพิ่มจากเดิมที่ตรวจวิเคราะห์เฉพาะผลิตภัณฑ์กัญชาทางการแพทย์และกังชงเพื่อสุขภาพ ที่ผลิตโดยองค์การเภสัชกรรมเท่านั้น 

นอกจากนี้เพื่อเป็นการเตรียมรองรับการตรวจวิเคราะห์หาสารปนเปื้อนต่างๆในวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ยาแผนปัจจุบัน (Elemental Impurities ) ซึ่งหลายประเทศเช่น สหรัฐอเมริกา ได้เพิ่มข้อกำหนดในการตรวจวิเคราะห์หาสารปนเปื้อน ได้แก่ โลหะหนัก ฯลฯ ในยาแผนปัจจุบัน   เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค ซึ่งการตรวจวิเคราะห์ดังกล่าวจำเป็นต้องใช้เครื่องมือวิทยาศาสตร์ วิธีการทดสอบตลอดจนความเชี่ยวชาญในการดำเนินงานซึ่ง GPO PRO LAB ขององค์การเภสัชกรรมมีศักยภาพและความพร้อมในการให้บริการดังกล่าวแก่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมยาในประเทศอีกด้วย

ด้าน ดร.ภญ.นันทกาญจน์ สุวรรณปิฎกกุล รองผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม ได้กล่าวถึงการให้บริการ ห้องปฏิบัติการ GPO PRO LAB ขององค์การเภสัชกรรมว่า  GPO PRO LAB ตั้งอยู่ชั้น 6 ในอาคารฝ่ายชีววัตถุ องค์การเภสัชกรรม ถนนพระรามหก กรุงเทพฯ โดยเปิดให้บริการดังนี้

1. ให้บริการตรวจวิเคราะห์หาปริมาณสารสำคัญของสารแคนนาบินอยด์ (Cannabinoids) ได้แก่  ทีเอชซี (THC)ซีบีดี (CBD) ซีบีดีเอ(CBDA) ทีเอชซีเอ (THCA)  ซีบีเอ็น(CBN) ในวัตถุดิบ สารสกัดและผลิตภัณฑ์กัญชา กัญชง

2.ตรวจสอบหาสารปนเปื้อนต่างๆในวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ยาแผนปัจจุบัน (Elemental Impurities) ได้แก่ แคดเมี่ยม ตะกั่ว สารหนู สารปรอท โคบอลต์ ฯลฯ

3. การทดสอบหาสารปนเปื้อน ได้แก่ สารเคมีกำจัดแมลง, โลหะหนัก และอะฟลาทอกซิน (Aflatoxins) ในวัตถุดิบกัญชาและกัญชง ซึ่งจะเปิดให้บริการในลำดับต่อไป


 GPO PRO LAB ติดตั้งเครื่องมือในการตรวจวิเคราะห์ที่ทันสมัย เช่น HPLC-MS/MS เป็นเครื่องวิเคราะห์หาปริมาณสารสำคัญต่างๆ ยาฆ่าแมลง และอะฟลาทอกซิน GC-MS/MS ใช้ตรวจวิเคราะห์ยาฆ่าแมลงและตัวทำละลายตกค้าง (Residual solvent) เครื่องมือเหล่านี้ให้ผลวิเคราะห์ที่แม่นยำ ถูกต้องและรวดเร็ว ทำให้กระบวนการยื่นขออนุญาตต่างๆตามข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น  

 ผู้ประกอบการธุรกิจกัญชา กัญชง ตลอดจนผู้ผลิตผลิตภัณฑ์สมุนไพรและยาแผนปัจุบัน ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ช่องทางออนไลน์ Line ID : GPO_CAL  หรืออีเมล์ gpoprolab@gpo.or.th โทรศัพท์หมายเลข 02 203 8686-8, 092 260 2176 หรือ Call Center : 1648 

 รองผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม ได้กล่าวในตอนท้ายว่า องค์การเภสัชกรรมจัดตั้ง GPO PRO LAB ขึ้นมามีวัตถุประสงค์สำคัญในการเป็นต้นแบบเพื่อยกระดับมาตรฐานห้องปฏิบัติการของประเทศให้มีการดำเนินงานตามมาตรฐานสากลที่นานาชาติให้การยอมรับ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันให้ผู้ประกอบการเห็นถึงความสำคัญในการผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสู่ผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศต่อไป

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-283599668.jpg
จากห้องแล็บสู่ดอยสูง! กรมวิทย์ฯ ลุย ‘น่าน’ หนุนโมเดลต้นแบบพระราชดำริ ดันสมุนไพร-กาแฟไทยสู่สากล

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้รับเชิญจากสำนักงานองคมนตรี โดยพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี ประธานคณะกรรมการโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนตามพระราชดำริ เข้าร่วมการพัฒนาบ้านน้ำรีพัฒนา ตำบลขุนน่าน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน ซึ่งเป็นพื้นที่แห่งแรกที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ดำเนินโครงการฯ เพื่อช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่เขตชนบท ส่งเสริมคุณภาพชีวิต พัฒนาอัตลักษณ์ และอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น อันจะนำไปสู่การแก้ไขและพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202624071784896248755547611-8151.JPG
กรมวิทย์ฯ ร่วมกับมูลนิธิธาลัสซีเมียฯ ปิดประชุมวิชาการครั้งที่ 27 เดินหน้าประเทศไทยสู่เป้าหมาย “ปลอดโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงในประชากรรุ่นใหม่” ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับมูลนิธิโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียแห่งประเทศไทย และภาคีเครือข่าย ปิดฉากการประชุมสัมมนาวิชาการธาลัสซีเมียแห่งชาติ ครั้งที่ 27 ประจำปี 2569 พร้อมมอบรางวัลผลงานวิจัยและผลงานวิชาการดีเด่น ตอกย้ำความร่วมมือทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมาย “ปลอดโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงในประชากรรุ่นใหม่” ด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมห้องปฏิบัติการขั้นสูง

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-356276721.jpg
เด็กไทยเกิดใหม่ทุกคน รู้ผลธาลัสซีเมีย ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง รู้เร็ว รักษาเร็ว ลดความรุนแรง มุ่งสู่คนไทยรุ่นใหม่ปลอดโรคธาลัสซีเมีย

กระทรวงสาธารณสุข โดย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มูลนิธิโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียแห่งประเทศไทย และ ภาคีเครือข่าย ร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ “ประชากรรุ่นใหม่ปลอดโรคธาลัสซีเมีย” โดยมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีห้องปฏิบัติการขั้นสูง ตรวจวินิจฉัยโรคให้มีความแม่นยำสูงสุด สามารถระบุพาหะและตัวแปรพันธุกรรมที่ซับซ้อนเพื่อการรักษาได้อย่างตรงจุดแม่นยำนำเข้าสู่ระบบบริการและผลักดันให้เป็นสิทธิประโยชน์เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงได้ พร้อมเร่งยกระดับห้องปฏิบัติการเครือข่ายทั่วประเทศให้มีคุณภาพมาตรฐานและจัดทำฐานข้อมูลระดับประเทศ เพื่อใช้สนับสนุนการวางนโยบายเพื่อการป้องกันและควบคุมโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-361965682.jpg
กรมวิทย์ฯ จับมือ กทม. ยกระดับอสส.เมืองกรุง ใช้ชุดทดสอบเบื้องต้น เสริมเกราะคุ้มครองผู้บริโภคนชุมชน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร ติวเข้มอาสาสมัครสาธารณสุขวิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชน (อสส.) และพี่เลี้ยงกว่า 200 ชีวิต ด้วยแนวคิด “บันได 3 ขั้น” ตั้งแต่การเรียนรู้ผ่านระบบดิจิทัล การฝึกใช้ชุดทดสอบเบื้องต้น ไปจนถึงการลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริง โดยมีพยาบาลวิชาชีพและเภสัชกรคอยเป็นพี่เลี้ยงดูแลอย่างใกล้ชิด มุ่งสร้างอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อร่วมกันเป็นพลังสำคัญของเครือข่ายเฝ้าระวัง แจ้งเตือนภัย และส่งต่อความรู้ด้านสุขภาพในชุมชน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-594091221.jpg
กรมวิทย์ฯ ผนึก สกร. ปั้น “ครูนักวิทย์” 77 จังหวัด ส่งเสริมความรอบรู้วิทยาศาสตร์การแพทย์ สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังความปลอดภัยอาหารและสุขภาพในชุมชน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จับมือ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) กระทรวงศึกษาธิการ เดินหน้าพัฒนา “ครูนักวิทย์” รุ่นแรก 154 คน จาก 77 จังหวัด เสริมทักษะด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และการใช้ชุดทดสอบเบื้องต้น เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เยาวชนและประชาชน สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านอาหาร ผลิตภัณฑ์สุขภาพ สิ่งแวดล้อม และน้ำบริโภคในระดับชุมชน มุ่งยกระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพ ลดความเสี่ยง และสร้างสังคมที่ปลอดภัยด้วยหลักฐานเชิงวิทยาศาสตร์

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202609071783584009677387105-8075.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมมือ JICA ชูเทคโนโลยีถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม (WGS) ยกระดับระบบเฝ้าระวังวัณโรคเชิงรุก มุ่งยุติวัณโรคของไทย

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายยุติวัณโรคของประเทศไทย ด้วยการนำเทคโนโลยีจีโนมิกส์และการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม (Whole Genome Sequencing: WGS) เสริมศักยภาพระบบเฝ้าระวังและสอบสวนโรค เปลี่ยนจากการรอรับผู้ป่วยในโรงพยาบาลสู่การค้นหาเชิงรุก พร้อมยกระดับสู่ "ระบบข่าวกรองสาธารณสุขเชิงรุกที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลจีโนม" เพื่อหยุดการแพร่ระบาดของวัณโรคและวัณโรคดื้อยาอย่างมีประสิทธิภาพ

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์