กรมวิทย์ฯ ตรวจเฝ้าระวังปริมาณไนเตรทและไนไตรท์ในผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเนื้อสัตว์

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
3,110
11 กุมภาพันธ์ 2565

นายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดย สำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร ได้ตรวจสอบคุณภาพของผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเนื้อสัตว์ ได้แก่ ไส้กรอกไก่ ไส้กรอกหมู
(มินิคอลเทล โบโลน่า) ไส้กรอกอีสาน แหนมหมู หมูยอ กุนเชียง แฮม เบคอน หมูแผ่น หมูแดดเดียว เนื้อแดดเดียว ลูกชิ้นหมู ลูกชิ้นปลา ลูกชิ้นเนื้อ และลูกชิ้นไก่ที่จำหน่ายในประเทศมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการใช้ไนเตรทและไนไตรท์ ในผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเนื้อสัตว์ ใส่เป็นวัตถุกันเสียและทำให้อาหารมีสีสันไม่จืดซีด สำหรับข้อมูลการตรวจตัวอย่างผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเนื้อสัตว์ 15 ชนิดข้างต้น ในช่วงปี 2558-2561 ซึ่งเก็บจากแหล่งจำหน่ายทั่วประเทศ รวม 1,231 ตัวอย่าง ตรวจพบจำนวน 669 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 54.3 ในจำนวนนี้ตรวจพบไนไตรท์ร่วมกับไนเตรท จำนวน 652 ตัวอย่าง  คิดเป็นร้อยละ 52.9 พบเฉพาะไนไตรท์เพียง 1 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 0.1 และพบเฉพาะไนเตรท จำนวน 16 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 1.3

จากนั้นในปี 2562-2564 มีการเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์ที่เด็กนิยมบริโภค ได้แก่ ไส้กรอก ลูกชิ้น และหมูยอ จำนวน 159 ตัวอย่าง ตรวจพบไนไตรท์ จำนวน 36 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 22.6 ทุกตัวอย่างไม่เกินปริมาณที่กำหนด ส่วนไนเตรท พบจำนวน 30 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 18.9


นายแพทย์ศุภกิจ กล่าวต่อว่า ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเนื้อสัตว์ที่ไม่มียี่ห้อหรือไม่ได้มาตรฐานอาจมีการใช้ไนเตรท ซึ่งเป็นสารที่ไม่อนุญาตให้ใช้ รวมถึงอาจมีการใช้ไนไตรท์มากเกินกำหนด ซึ่งกฎหมายอนุญาตให้ใช้ไนไตรท์ได้ในผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ไม่เกิน 80 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมอาหาร แต่ถ้าหากมีปริมาณเกินที่กำหนดจะทำให้ผู้รับประทานได้รับไนไตรท์มากเกินไป อาจทำให้เกิด "ภาวะเมทฮีโมโกลบิน" (Methemoglobin) ซึ่งจะไปทำให้เม็ดเลือดแดงจับออกซิเจนได้น้อยลง จนเกิดภาวะขาดอากาศจนหายใจไม่ออกหรือเกิดอาการตัวเขียว อ่อนเพลีย หายใจหอบถี่ ปวดศีรษะ หัวใจเต้นเร็ว โดยเฉพาะเด็กเล็กมีความเป็นพิษรุนแรงกว่าผู้ใหญ่และหากรุนแรงมีโอกาสเสียชีวิตได้ อย่างไรก็ตามเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายกับสุขภาพไม่ควรรับประทานอาหารประเภทนี้ในปริมาณมากและรับประทานติดต่อกันต่อเนื่องเป็นเวลานาน โดยเฉพาะเด็กหรือผู้ที่มีปฏิกิริยาตอบสนองไวต่อสารนี้เป็นพิเศษ ผู้ผลิตควรศึกษาข้อกำหนดของปริมาณไนเตรท ไนไตรท์ที่อนุญาตให้ใช้ในแต่ละประเภทผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ที่ผลิต นอกจากนั้นการเลือกซื้อสินค้าก็เป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก ต้องซื้อจากทราบแหล่งที่เชื่อถือได้ มีฉลากระบุแหล่งผลิตที่ชัดเจน มีเลขสารบบอาหาร อย. สำหรับศูนย์อาหารในโรงเรียนหรือโรงพยาบาลหรือผู้จำหน่ายอาหารควรคัดเลือกผลิตภัณฑ์ที่นำมาเป็นวัตถุดิบในการประกอบอาหาร ทั้งนี้เพื่อผู้บริโภคได้รับอาหารที่มีความปลอดภัย

“จากการตรวจพบไนเตรทและไนไตรท์ในผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเนื้อสัตว์นั้น กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้สื่อสารข้อมูลการตรวจพบนี้ให้กับหน่วยงานที่รับผิดชอบ เพื่อติดตามสถานการณ์และประกอบการดำเนินงานด้านคุ้มครองผู้บริโภคแจ้งเตือนภัยให้กับผู้บริโภคได้ทราบต่อไป” นายแพทย์ศุภกิจ กล่าว

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-297293478.jpg
กรมวิทย์ฯ ผนึกเครือข่ายสาธารณสุข เขต 2 ขับเคลื่อนศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ระดับอำเภอ เสริมระบบเฝ้าระวังสุขภาพเชิงรุก สร้างความปลอดภัยผู้บริโภคอย่างยั่งยืน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เดินหน้ายกระดับระบบเฝ้าระวังและคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพในระดับพื้นที่ จับมือเครือข่ายสาธารณสุขเขตสุขภาพที่ 2 ขับเคลื่อนนโยบาย “ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชนระดับอำเภอ” เพื่อเสริมศักยภาพชุมชนให้เข้มแข็ง ผ่านองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการแพทย์ สู่การเป็นต้นแบบเฝ้าระวังความเสี่ยงด้านสุขภาพ สร้างความปลอดภัยกับผู้บริโภคในชุมชนอย่างยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202619061781836402244199274-7961.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ผุดแอป “คัดแยกเห็ดไทย” สกัดป่วย-ตายจากเห็ดพิษ หลังพบผู้ป่วยทะลุ 1.2 หมื่นราย

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่าในแต่ละปีประเทศไทยจะมีผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจากการบริโภคเห็ดพิษอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค ตั้งแต่ปี 2565 – 2569 พบผู้ป่วยจากการบริโภคเห็ดพิษ จำนวน 12,000 กว่าราย โดยพบผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นทุกปี โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สาเหตุสำคัญเกิดจากการจำแนกเห็ดผิดชนิด ดังนั้นกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จึงร่วมกับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม พัฒนาแอปพลิเคชัน คัดแยกเห็ดขึ้น ภายใต้ชื่อ “คัดแยกเห็ดไทย” ซึ่งสามารถใช้งานได้ทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android เพื่อช่วยประชาชนคัดกรองและจำแนกชนิดเห็ดพิษและเห็ดรับประทานได้ในเบื้องต้น

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202610061781088676226382230-7917.jpg
กรมวิทย์ฯ เปิดเวที GLLP Asia-Pacific 2026 เสริมศักยภาพผู้นำห้องปฏิบัติการนานาชาติ สร้างความมั่นคงสุขภาพโลก รับมือโรคอุบัติใหม่ ภายใต้แนวคิด One Health

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ กรมปศุสัตว์ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (U.S. CDC) องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) และภาคีเครือข่ายนานาชาติ จัด "โครงการพัฒนาภาวะผู้นำห้องปฏิบัติการระดับโลก (Global Laboratory Leadership Program: GLLP) ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก รุ่นที่ 2 ประจำปี 2569" มุ่งพัฒนาศักยภาพผู้นำห้องปฏิบัติการด้านสาธารณสุข ภายใต้แนวคิด “One Health” เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางสุขภาพของประเทศและภูมิภาค พร้อมรับมือโรคอุบัติใหม่และภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขในอนาคต

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์