กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์แนะวิธีกำจัดแมลงปีกแข็งเข้าบ้านช่วงหน้าฝน

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
8,632
3 กรกฎาคม 2563

 กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เตือนฤดูฝนระวัง “ด้วงกระเบื้อง” ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มแมลงปีกแข็งบุกเข้าบ้าน โดยเฉพาะบ้านที่มีกองปุ๋ยมูลสัตว์ ซึ่งด้วงกระเบื้องอาจก่อให้เกิดผื่นแดง โรคผิวหนัง หอบหืด หากถูกขีดข่วนให้รีบล้างแผลให้สะอาดด้วยสบู่ ส่วนการกำจัดด้วงกระเบื้องสามารถทำได้ โดยเตรียมน้ำละลายผงซักฟอกใส่ภาชนะ นำไปวางไว้ใต้ดวงไฟนอกบ้านเพื่อดักแมลงที่มาเล่นไฟให้จมน้ำตาย รวมทั้งสามารถฉีดพ่นสารเคมีกำจัดแมลงตามบริเวณแหล่งเกาะพัก แหล่งเพาะพันธุ์นอกบ้านได้


นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า ในช่วงฤดูฝนมักจะพบเห็นข่าวแมลง นับแสนตัวบุกเข้าไปอยู่ในบ้านเรือนของประชาชน และสร้างความเดือดร้อนให้กับเจ้าของบ้านอยู่เสมอนั่นก็คือ “ด้วงกระเบื้อง” จัดอยู่ในกลุ่มแมลงปีกแข็ง มีขนาดลำตัวยาว 6 - 8 มม. เป็นแมลงที่พบได้ทั่วโลกแต่จะพบมากในเขตร้อน รวมทั้งในประเทศไทย ด้วงชนิดนี้มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า อัลฟิโทเบียส ดิอะเพอรินัส (Alphitobius diaperinus) บินได้ไกลพอสมควร ชอบบินมาเล่นไฟในเวลากลางคืน กินอาหารได้หลากหลาย ทั้งเมล็ดพืช ผลิตภัณฑ์จากพืชที่ชื้นหรือขึ้นรา รวมทั้งวัตถุที่เน่าเปื่อย สามารถพบแมลงชนิดนี้เข้ามาอยู่ในที่อยู่อาศัยของคนได้โดยเฉพาะบริเวณบ้านหรือรอบๆ บ้านที่มีกองปุ๋ย มูลสัตว์ ปุ๋ยหมัก เศษไม้ผุพัง เป็นป่า หรือมีเล้าเป็ดเล้าไก่ แมลงชนิดนี้ไม่มีรายงานว่า เป็นพาหะนำโรคมาสู่คน อย่างไรก็ตามแมลงชนิดนี้สามารถปล่อยสารจำพวก เบนโซควิโนน (Benzoquinones) ออกมาเพื่อป้องกันตัวเองจากศัตรู และเมื่อมีเป็นจำนวนมากก็อาจจะทำให้เป็นอันตรายต่อมนุษย์ได้ โดยทำให้เกิดผื่นแดง รวมทั้งทำให้เกิดอาการแพ้ ปวดศีรษะ จมูกอักเสบ เป็นต้น นอกจากนี้ถ้าแมลงมาสัมผัสตัวมนุษย์ นอกจากทำให้เกิดความรำคาญ ตามลำตัวและขาของแมลงซึ่งมีหนามแหลมอาจขีดข่วนตามผิวหนัง ผู้ที่แพ้ ก็จะมีอาการคัน บวมแดงหรือเป็นผื่นแพ้ได้ หากถูกแมลงขีดข่วนให้รีบล้างแผลให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำ ถ้ามีอาการคัน พยายามอย่าเกา ให้ทาด้วยยาคาลาไมน์ หรือถ้ามีการอักเสบให้ทาด้วยยาปฏิชีวนะประเภทครีม 

นายแพทย์โอภาส กล่าวเพิ่มเติมว่า การกำจัดด้วงกระเบื้องทำได้โดยเตรียมน้ำละลายผงซักฟอกใส่ภาชนะนำไปวางไว้ใต้ดวงไฟนอกบ้าน เพื่อดักแมลงที่มาเล่นไฟให้จมน้ำตาย รวมทั้งสามารถฉีดพ่นสารเคมีกำจัดแมลงตามบริเวณแหล่งเกาะพัก แหล่งเพาะพันธุ์นอกบ้าน เช่น บริเวณโพรงไม้ผุใต้กองไม้ชื้น หรือกองซากพืชทับถม รวมทั้งบริเวณกองมูลสัตว์หรือปุ๋ย โดยสารเคมีที่ใช้เป็นสารในกลุ่มไพรีทรอยด์ เช่น ไซฟลูทริน, เดลตามิทริน, ไซเพอร์เมทริน เป็นต้น เมื่อสารถูกตัวด้วงกระเบื้อง จะทำให้แมลงตายได้ รวมทั้งจะมีฤทธิ์ตกค้างบริเวณที่ฉีดพ่น ประมาณ 3 - 6 เดือน ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก ซึ่งจะทำให้ด้วงจะไม่มาเกาะอีก อย่างไรก็ตามการใช้สารเคมีควรใช้ด้วยความระมัดระวัง เมื่อพ่นสารใหม่ๆ ไม่ควรให้คนหรือสัตว์เข้าในพื้นที่จนกว่าสารจะแห้งดี และสามารถพ่นซ้ำได้อีก ทั้งนี้ หากต้องการพ่นตามผนังอาคารบ้านเรือนเพื่อป้องกันไม่ให้แมลงมาเกาะ ควรเลือกใช้สารไซฟลูทริน แบบสูตรผงละลายน้ำหรือสูตรดับเบิลยูพี (WP) สารเคมีจะเกาะที่ฝาผนังได้ดี มีผลป้องกันได้ 6 เดือน 


ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202611091789092425354666245-8225.jpg
สาธารณสุขมอบรางวัล Lab Cost Efficiency Excellence Award ภายในปี 2569 ลดค่าใช้จ่ายด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ถึง 658 ล้านบาท พร้อมชู 10 โรงพยาบาลต้นแบบ บริหารค่าแล็บคุ้มค่า

กระทรวงสาธารณสุขมอบรางวัล Lab Cost Efficiency Excellence Award เชิดชู 10 โรงพยาบาลต้นแบบที่มีผลการดำเนินงานดีเด่นระดับประเทศ ในการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายด้านการตรวจทางห้องปฏิบัติการอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่าน 3 กลไกสำคัญ ได้แก่ การตรวจอย่างสมเหตุผล ตรวจที่จำเป็นและเหมาะสม และการจัดซื้อในราคาที่เหมาะสม เพื่อให้ประชาชนได้รับการตรวจวินิจฉัยที่มีมาตรฐาน ระบบสุขภาพสามารถใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202631081788165046699687395-8219.jpg
กรมวิทย์ฯ ยกระดับมาตรฐานโรงแรม 3 จังหวัดอันดามัน มอบประกาศนียบัตร 109 แห่ง ขับเคลื่อน โรงแรมสะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน ด้วย 3 C สร้างความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จัดอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้และมอบประกาศนียบัตร ตามโครงการ “โรงแรมสะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวของประเทศไทย” ภายใต้ 3C : Clean Bed, Clean Air, Clean Food ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต กระบี่ และพังงา ประจำปี พ.ศ. 2569 พร้อมมอบประกาศนียบัตร ตราสัญลักษณ์ DMSc Certified แก่โรงแรมที่ผ่านการดำเนินงานตามโครงการ จำนวน 109 แห่ง มุ่งยกระดับความปลอดภัยด้านสุขอนามัย สร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยว และสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ควบคู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์