กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เผยผลทดสอบวิธีล้างสารเคมีตกค้างในองุ่น พบการล้างน้ำสะอาดผสมผงฟู สามารถลดสารเคมีตกค้างได้ 36% - 75% รองลงมาคือ ล้างด้วยน้ำสะอาดผสมเกลือ และล้างด้วยน้ำสะอาดเพียงอย่างเดียว แนะควรล้างทำความสะอาดองุ่นก่อนบริโภคเพื่อความปลอดภัย

โดย : ฝ่ายประชาสัมพันธ์
6,830
21 พฤศจิกายน 2567


 

นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า จากกรณีสื่อสังคมออนไลน์เผยแพร่การตรวจพบสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชตกค้างในองุ่นไชน์มัสแคทเกินเกณฑ์มาตรฐานนั้น กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ศึกษาวิธีการลดสารเคมีตกค้างในองุ่น โดยการล้างองุ่น 3 วิธี ที่ทำได้ง่าย สะดวกในการนำไปใช้ในครัวเรือน
 

 
โดยสุ่มเก็บตัวอย่างองุ่น จำนวน 6 ตัวอย่าง จากตลาดและแผงร้านค้าผลไม้ แบ่งเป็น องุ่นไชน์มัสแคทและองุ่นแดงไร้เมล็ดอย่างละ 3 ตัวอย่าง นำมาตรวจสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช 250 ชนิด โดยวิธี QuEChERS ด้วยเทคนิค GC-MS/MS และ LC-MS/MS ที่ได้รับการรับรองความสามารถตามมาตรฐาน ISO/IEC : 17025 : 2017 พบว่า กลุ่มตัวอย่างองุ่นที่ไม่ได้ล้างน้ำพบสารเคมีตกค้างทั้งสิ้น 28 ชนิด เป็นสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่มีสมบัติการละลายน้ำได้ดี จำนวน 23 ชนิด ได้แก่ acetamiprid, azoxystrobin, boscalid, bupirimate, carbendazim, clothianidin, dimethomorph, ethirimol, etoxazole, fenbuconazole, fludioxonil, fluopyram, imazalil, indoxacarb, lufenuron, metrafenone, penconazole, pyraclostrobin, pyrimethanil, tebuconazole, tetraconazole, thiamethoxam และ trifloxystrobin  ในช่วงปริมาณ น้อยกว่า 0.01-0.460 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม และพบสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่มีสมบัติการละลายน้ำได้น้อยถึงปานกลาง จำนวน 5 ชนิด ได้แก่ bifenthrin chlorfenapyr, chlorpyrifos, lambda-cyhalothrin และ metalaxyl ในช่วงปริมาณ น้อยกว่า 0.01-0.057 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม
 
 
 

 
นายแพทย์ยงยศ กล่าวอีกว่า ผลการศึกษาวิธีล้างองุ่น 3 วิธี พบว่า วิธีที่ 1. ล้างน้ำสะอาด สามารถลดสารตกค้างได้ 8% - 66% วิธีที่ 2. ล้างน้ำสะอาดผสมผงฟู (น้ำ 4 ลิตร ผสมผงฟู 1 ช้อนชา) ลดได้ 36% - 75% และวิธีที่ 3. ล้างน้ำสะอาดผสมเกลือแกง (น้ำ 4 ลิตร ผสมเกลือแกง 1 ช้อนโต๊ะ) ลดได้ 14% - 72% 
โดยประสิทธิภาพการลดสารตกค้างขึ้นอยู่กับคุณสมบัติทางเคมีและปริมาณที่ตกค้างของสารแต่ละชนิด 
 
 
ดังนั้น วิธีการล้างองุ่นที่ง่าย และสามารถลดสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชได้มาก ทั้งสารเคมีตกค้างชนิดดูดซึมและไม่ดูดซึม  แนะนำให้ล้างโดยแช่น้ำที่ผสมผงฟู 30 นาที แล้วล้างด้วยน้ำไหล 1 นาที รวมทั้งขัดถูบริเวณผิวนอก เพื่อให้สารตกค้างหลุดออกได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตามผู้บริโภคควรหลีกเลี่ยงการบริโภคองุ่นต่อวันในปริมาณมากต่อเนื่องเป็นประจำ ทั้งนี้เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงของการได้รับสารตกค้าง และได้รับปริมาณน้ำตาลต่อวันมากเกินไปจนอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-283599668.jpg
จากห้องแล็บสู่ดอยสูง! กรมวิทย์ฯ ลุย ‘น่าน’ หนุนโมเดลต้นแบบพระราชดำริ ดันสมุนไพร-กาแฟไทยสู่สากล

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้รับเชิญจากสำนักงานองคมนตรี โดยพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี ประธานคณะกรรมการโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนตามพระราชดำริ เข้าร่วมการพัฒนาบ้านน้ำรีพัฒนา ตำบลขุนน่าน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน ซึ่งเป็นพื้นที่แห่งแรกที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ดำเนินโครงการฯ เพื่อช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่เขตชนบท ส่งเสริมคุณภาพชีวิต พัฒนาอัตลักษณ์ และอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น อันจะนำไปสู่การแก้ไขและพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202624071784896248755547611-8151.JPG
กรมวิทย์ฯ ร่วมกับมูลนิธิธาลัสซีเมียฯ ปิดประชุมวิชาการครั้งที่ 27 เดินหน้าประเทศไทยสู่เป้าหมาย “ปลอดโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงในประชากรรุ่นใหม่” ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับมูลนิธิโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียแห่งประเทศไทย และภาคีเครือข่าย ปิดฉากการประชุมสัมมนาวิชาการธาลัสซีเมียแห่งชาติ ครั้งที่ 27 ประจำปี 2569 พร้อมมอบรางวัลผลงานวิจัยและผลงานวิชาการดีเด่น ตอกย้ำความร่วมมือทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมาย “ปลอดโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงในประชากรรุ่นใหม่” ด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมห้องปฏิบัติการขั้นสูง

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-356276721.jpg
เด็กไทยเกิดใหม่ทุกคน รู้ผลธาลัสซีเมีย ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง รู้เร็ว รักษาเร็ว ลดความรุนแรง มุ่งสู่คนไทยรุ่นใหม่ปลอดโรคธาลัสซีเมีย

กระทรวงสาธารณสุข โดย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มูลนิธิโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียแห่งประเทศไทย และ ภาคีเครือข่าย ร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ “ประชากรรุ่นใหม่ปลอดโรคธาลัสซีเมีย” โดยมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีห้องปฏิบัติการขั้นสูง ตรวจวินิจฉัยโรคให้มีความแม่นยำสูงสุด สามารถระบุพาหะและตัวแปรพันธุกรรมที่ซับซ้อนเพื่อการรักษาได้อย่างตรงจุดแม่นยำนำเข้าสู่ระบบบริการและผลักดันให้เป็นสิทธิประโยชน์เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงได้ พร้อมเร่งยกระดับห้องปฏิบัติการเครือข่ายทั่วประเทศให้มีคุณภาพมาตรฐานและจัดทำฐานข้อมูลระดับประเทศ เพื่อใช้สนับสนุนการวางนโยบายเพื่อการป้องกันและควบคุมโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-361965682.jpg
กรมวิทย์ฯ จับมือ กทม. ยกระดับอสส.เมืองกรุง ใช้ชุดทดสอบเบื้องต้น เสริมเกราะคุ้มครองผู้บริโภคนชุมชน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร ติวเข้มอาสาสมัครสาธารณสุขวิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชน (อสส.) และพี่เลี้ยงกว่า 200 ชีวิต ด้วยแนวคิด “บันได 3 ขั้น” ตั้งแต่การเรียนรู้ผ่านระบบดิจิทัล การฝึกใช้ชุดทดสอบเบื้องต้น ไปจนถึงการลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริง โดยมีพยาบาลวิชาชีพและเภสัชกรคอยเป็นพี่เลี้ยงดูแลอย่างใกล้ชิด มุ่งสร้างอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อร่วมกันเป็นพลังสำคัญของเครือข่ายเฝ้าระวัง แจ้งเตือนภัย และส่งต่อความรู้ด้านสุขภาพในชุมชน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-594091221.jpg
กรมวิทย์ฯ ผนึก สกร. ปั้น “ครูนักวิทย์” 77 จังหวัด ส่งเสริมความรอบรู้วิทยาศาสตร์การแพทย์ สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังความปลอดภัยอาหารและสุขภาพในชุมชน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จับมือ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) กระทรวงศึกษาธิการ เดินหน้าพัฒนา “ครูนักวิทย์” รุ่นแรก 154 คน จาก 77 จังหวัด เสริมทักษะด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และการใช้ชุดทดสอบเบื้องต้น เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เยาวชนและประชาชน สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านอาหาร ผลิตภัณฑ์สุขภาพ สิ่งแวดล้อม และน้ำบริโภคในระดับชุมชน มุ่งยกระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพ ลดความเสี่ยง และสร้างสังคมที่ปลอดภัยด้วยหลักฐานเชิงวิทยาศาสตร์

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202609071783584009677387105-8075.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมมือ JICA ชูเทคโนโลยีถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม (WGS) ยกระดับระบบเฝ้าระวังวัณโรคเชิงรุก มุ่งยุติวัณโรคของไทย

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายยุติวัณโรคของประเทศไทย ด้วยการนำเทคโนโลยีจีโนมิกส์และการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม (Whole Genome Sequencing: WGS) เสริมศักยภาพระบบเฝ้าระวังและสอบสวนโรค เปลี่ยนจากการรอรับผู้ป่วยในโรงพยาบาลสู่การค้นหาเชิงรุก พร้อมยกระดับสู่ "ระบบข่าวกรองสาธารณสุขเชิงรุกที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลจีโนม" เพื่อหยุดการแพร่ระบาดของวัณโรคและวัณโรคดื้อยาอย่างมีประสิทธิภาพ

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์