ไวรัสโรทาและไวรัสโนโร 2 ไวรัสตัวร้าย ทำเกิดโรคอุจจาระร่วง เเละอาหารเป็นพิษ

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
625
5 กันยายน 2566

โรคอุจจาระร่วง และ อาหารเป็นพิษ ยังคงเป็นโรคที่ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างสม่ำเสมออีกโรคหนึ่งในประเทศไทย โรคนี้สามารถติดต่อได้จากคนสู่คน โดยการทานอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัส ซึ่งไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคอุจจาระร่วง และอาหารเป็นพิษมีหลากหลายชนิด เช่น ไวรัสโนโร ไวรัสโรทา ไวรัสเอนเทอริคอะดิโน ไวรัสซาโป และไวรัสแอสโตร เป็นต้น และจากข้อมูลของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข พบว่าในไทยไวรัสที่มีบทบาทสำคัญมากที่สุด มีอยู่ 2 ชนิด ได้แก่ ไวรัสโนโร และ ไวรัสโรทา นั่นเอง

????ไวรัสโนโร (Norovirus,NOV) ประกอบด้วย 10 จีโนกรุ๊ป คือ GI - GX แต่ละจีโนกรุ๊ปยังสามารถแบ่งได้อีกหลายจีโนทัยป์(Genotype) และจีโนกรุ๊ปที่มักก่อให้เกิดโรคในมนุษย์ คือ GI (จีโนกรุ๊ป 1) และ GII (จีโนกรุ๊ป 2) โดยเฉพาะ GII พบว่ามีอัตราการก่อโรคในคนได้สูงที่สุด อาการที่พบ ได้แก่ คลื่นไส้รุนแรง ปวดท้องและท้องร่วง ซึ่งมีอาการอาเจียนเป็นอาการเด่น และอาการร่วมอย่างอื่นที่พบ เช่น ปวดศีรษะ มีไข้ และปวดกล้ามเนื้อ ปัจจุบันไวรัสโนโรยังไม่มีวัคซีนที่ใช้ในการป้องกัน

????ไวรัสโรทา (Rotavirus) แบ่งออกเป็น 8 กรุ๊ป คือ A, B, C, D, E, F, G, H โดยกรุ๊ป A, B,  C และ Hจะก่อโรคในคน และ กรุ๊ป A เป็นไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลันสูงสุด อาการมักจะรุนแรงในเด็กเล็กที่อายุต่ำกว่า 5 ปี มีอาการไข้ ปวดท้อง อาเจียน และถ่ายเหลว แต่มักจะหายได้เองภายใน 3-8 วัน ในผู้ป่วยบางรายอาจป่วยมีอาการรุนแรงจนต้องส่งโรงพยาบาล เนื่องจากมีอาการขาดน้ำ หากรักษาไม่ทัน อาจทำให้เกิดภาวะช็อก และอาจเสียชีวิตได้ ในปัจจุบัน ไวรัสโรทามีวัคซีน ป้องกันได้แล้ว

สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ให้บริการตรวจวินิจฉัยหาเชื้อในห้องปฏิบัติการ 2 ชนิด ได้แก่ ไวรัสโรทาและไวรัสโนโร ที่เป็นตัวการทำให้เกิดโรคอุจจาระร่วง และอาหารเป็นพิษ ด้วยวิธีการดังนี้ 

  • Polyacrylamide gel electrophoresis (PAGE) วิธีนี้สามารถแยกกลุ่มไวรัสโรทาที่พบว่าเป็นกลุ่มใด จากทั้งหมด 7 กลุ่ม

  • Conventional RT-PCR และ Real-time RT-PCR เป็นวิธีตรวจที่รวดเร็ว โดยชนิดตัวอย่างส่งตรวจ คือ อุจจาระ (Fresh stool) เก็บใส่ภาชนะที่สะอาด และปิดให้มิดชิด

นอกจากนี้ทางสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข สามารถตรวจหาเชื้อ ในตัวอย่างประเภทน้ำดื่ม น้ำใช้ ที่สงสัยว่าอาจเป็นแหล่งของการระบาดได้อีกด้วย


สอบถามรายละเอียดได้ที่ศูนย์ประสานงานการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โทร. 02589 9850-7 ต่อ 99248, 99614 


ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-297293478.jpg
กรมวิทย์ฯ ผนึกเครือข่ายสาธารณสุข เขต 2 ขับเคลื่อนศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ระดับอำเภอ เสริมระบบเฝ้าระวังสุขภาพเชิงรุก สร้างความปลอดภัยผู้บริโภคอย่างยั่งยืน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เดินหน้ายกระดับระบบเฝ้าระวังและคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพในระดับพื้นที่ จับมือเครือข่ายสาธารณสุขเขตสุขภาพที่ 2 ขับเคลื่อนนโยบาย “ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชนระดับอำเภอ” เพื่อเสริมศักยภาพชุมชนให้เข้มแข็ง ผ่านองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการแพทย์ สู่การเป็นต้นแบบเฝ้าระวังความเสี่ยงด้านสุขภาพ สร้างความปลอดภัยกับผู้บริโภคในชุมชนอย่างยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202619061781836402244199274-7961.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ผุดแอป “คัดแยกเห็ดไทย” สกัดป่วย-ตายจากเห็ดพิษ หลังพบผู้ป่วยทะลุ 1.2 หมื่นราย

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่าในแต่ละปีประเทศไทยจะมีผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจากการบริโภคเห็ดพิษอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค ตั้งแต่ปี 2565 – 2569 พบผู้ป่วยจากการบริโภคเห็ดพิษ จำนวน 12,000 กว่าราย โดยพบผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นทุกปี โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สาเหตุสำคัญเกิดจากการจำแนกเห็ดผิดชนิด ดังนั้นกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จึงร่วมกับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม พัฒนาแอปพลิเคชัน คัดแยกเห็ดขึ้น ภายใต้ชื่อ “คัดแยกเห็ดไทย” ซึ่งสามารถใช้งานได้ทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android เพื่อช่วยประชาชนคัดกรองและจำแนกชนิดเห็ดพิษและเห็ดรับประทานได้ในเบื้องต้น

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202610061781088676226382230-7917.jpg
กรมวิทย์ฯ เปิดเวที GLLP Asia-Pacific 2026 เสริมศักยภาพผู้นำห้องปฏิบัติการนานาชาติ สร้างความมั่นคงสุขภาพโลก รับมือโรคอุบัติใหม่ ภายใต้แนวคิด One Health

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ กรมปศุสัตว์ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (U.S. CDC) องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) และภาคีเครือข่ายนานาชาติ จัด "โครงการพัฒนาภาวะผู้นำห้องปฏิบัติการระดับโลก (Global Laboratory Leadership Program: GLLP) ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก รุ่นที่ 2 ประจำปี 2569" มุ่งพัฒนาศักยภาพผู้นำห้องปฏิบัติการด้านสาธารณสุข ภายใต้แนวคิด “One Health” เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางสุขภาพของประเทศและภูมิภาค พร้อมรับมือโรคอุบัติใหม่และภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขในอนาคต

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์