กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์คิดค้นนวัตกรรมป้องกันกำจัดยุงลายจากสารกลุ่มที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
6,193
22 ตุลาคม 2563


กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข คิดค้นนวัตกรรมมาใช้กำจัดยุงพาหะนำโรคร้ายแรง ไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ ไม่ทำให้ยุงเกิดการดื้อต่อสารเคมี และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

 นายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า ยุงเป็นพาหะนำโรคร้ายแรงก่อให้เกิดปัญหาทางสาธารณสุข โดยเฉพาะยุงลายเป็นพาหะของโรคไข้เลือดออกที่มีรายงานผู้ป่วยและเสียชีวิตทุกปี รวมทั้งไข้ซิกา ซึ่งเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ ทำให้เสี่ยงต่อภาวะศีรษะเล็กผิดปกติทางสมอง และไข้ปวดข้อยุงลายหรือชิคุนกุนยา ในขณะที่ยุงก้นปล่องเป็นพาหะนำโรคมาลาเรีย ยุงเสือนำโรคเท้าช้าง และยังมียุงรำคาญบางชนิดที่เป็นพาหะ นำโรคไข้สมองอักเสบ ทั้งนี้จากข้อมูลสถานการณ์โรคไข้เลือดออก กรมควบคุมโรค ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-14 ต.ค.63 พบผู้ป่วยสะสม 63,220 ราย อัตราป่วย 95.35 ต่อประชากรแสนคน เสียชีวิต 43 ราย ดังนั้นการควบคุมยุงพาหะ จึงเป็นกลยุทธ์หนึ่งที่สำคัญซึ่งสามารถนำมาใช้ควบคุมโรคได้ โดยสามารถดำเนินการควบคุมได้ทั้งในระยะตัวอ่อนที่ยุง ยังเป็นลูกน้ำและในระยะที่เป็นตัวยุงการควบคุมยุงเพื่อควบคุมโรคทำได้หลายวิธี เบื้องต้นคือการจัดการกับแหล่งเพาะพันธุ์ที่จะเอื้อให้ยุงชนิดต่างๆ มาวางไข่

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข และ สำนักวิชาการวิทยาศาสตร์การแพทย์  จึงได้คิดค้นนวัตกรรมและองค์ความรู้ในการกำจัดยุงพาหะนำโรค เช่น นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ป้องกันกำจัดลูกน้ำยุงชนิดเม็ด มอสด๊อบ ทีบี เป็นผลิตภัณฑ์ป้องกันกำจัดลูกน้ำยุงชนิดเม็ดจากสารไดฟลูเบนซูรอน (diflubenzuron) ซึ่งเป็นสารที่องค์การอนามัยโลกแนะนำให้ใช้ในการกำจัดลูกน้ำยุง โดยออกฤทธิ์ในการยับยั้งการสังเคราะห์สารไคติน (chitin) ที่เป็นส่วนประกอบสำคัญในโครงสร้างผนังลำตัวแมลง ทำให้ลูกน้ำยุงไม่สามารถเจริญเป็นยุงตัวเต็มวัยได้และตายในที่สุด ทั้งนี้ได้ผ่านการทดสอบประสิทธิภาพในการกำจัดลูกน้ำยุงลาย และสามารถใช้ในการป้องกันและควบคุมลูกน้ำยุงลายได้ผลดี โดยการใช้ผลิตภัณฑ์มอสด๊อบ ทีบี 1 เม็ด ต่อ น้ำ 200 ลิตร สารออกฤทธิ์ไดฟลูเบนซูรอนจะค่อยๆ ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างช้าๆ ทำให้ป้องกันและกำจัดลูกน้ำยุงลายได้นาน 3 เดือน นอกจากนี้ การใช้น้ำมันหอมระเหยจากพืชสมุนไพร เช่น ขมิ้นชัน ยูคาลิปตัส ซึ่งพบว่าสามารถป้องกันการกัดของยุงได้  หรือ การใช้วัสดุหาง่ายที่มีอยู่ในครัวเรือนในการกำจัดยุง อาทิ การใช้ผงซักฟอกโรยลงไปในภาชนะน้ำใช้ที่มีขนาดเล็ก เช่น จานรองขาตู้ แจกันศาลพระภูมิหรือภาชนะขังน้ำต่างๆ ที่ไม่สามารถคว่ำได้ ด้วยอัตราส่วน 1 ช้อนโต๊ะต่อน้ำขัง 2 ลิตร วิธีนี้ผงซักฟอกจะแพร่กระจายปกคลุมทั่วผิวน้ำ ทำให้ลูกน้ำและตัวโม่งตาย จากการดูดซับสารเข้าสู่ระบบหายใจ ซึ่งวิธีนี้ยังสามารใช้กำจัดยุงตัวเต็มวัยได้ด้วย โดยการใช้ผงซักฟอกหรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด เช่น แชมพู สบู่เหลว น้ำยาล้างจาน ในอัตราส่วน 250 มิลลิลิตรต่อน้ำ 1 ลิตร ใส่รวมกันในภาชนะแล้วค่อยๆ คนอย่าให้เกิดฟอง จากนั้นนำไปใส่ในกระบอกฉีดน้ำพรมผ้า โดยให้ฉีดบริเวณที่เห็นยุงเกาะอยู่ตามซอกมุมบ้าน บริเวณกองผ้าหรือผ้าห้อยแขวนที่เก็บหมอนมุ้งใกล้ที่นอน ห้องนั่งเล่น ยุงจะตายภายใน 10–20 วินาที เป็นการกำจัดยุงที่ง่าย ประหยัด มีประสิทธิภาพสูง ไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์หรือสัตว์เลี้ยง ไม่ทำให้ยุงดื้อต่อสารเคมี และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมอีกด้วย



นายแพทย์ศุภกิจ กล่าวต่ออีกว่า อย่างไรก็ตาม การควบคุมยุงเพื่อควบคุมโรคนั้น ถ้าจะให้ได้ผลสูงสุด ความร่วมมือของประชาชน เป็นสิ่งที่มีความสำคัญ เพราะการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมการระบาดของโรคนั้น จะสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อประชาชนเห็นความสำคัญของการกำจัดลูกน้ำยุงลาย ช่วยกันกำจัดเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงอย่างสม่ำเสมอ หรือกำจัดยุง โดยการใช้นวัตกรรมและองค์ความรู้ที่กล่าวมาอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายวิธีร่วมกันตามความเหมาะสม การดูแลป้องกันตัวเองและคนในครอบครัวไม่ให้ถูกยุงกัด ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถ้าได้ปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ ก็จะสามารถลดจำนวนยุง และลดการระบาดของโรคที่นำโดยยุงได้เป็นอย่างดี

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202611091789092425354666245-8225.jpg
สาธารณสุขมอบรางวัล Lab Cost Efficiency Excellence Award ภายในปี 2569 ลดค่าใช้จ่ายด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ถึง 658 ล้านบาท พร้อมชู 10 โรงพยาบาลต้นแบบ บริหารค่าแล็บคุ้มค่า

กระทรวงสาธารณสุขมอบรางวัล Lab Cost Efficiency Excellence Award เชิดชู 10 โรงพยาบาลต้นแบบที่มีผลการดำเนินงานดีเด่นระดับประเทศ ในการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายด้านการตรวจทางห้องปฏิบัติการอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่าน 3 กลไกสำคัญ ได้แก่ การตรวจอย่างสมเหตุผล ตรวจที่จำเป็นและเหมาะสม และการจัดซื้อในราคาที่เหมาะสม เพื่อให้ประชาชนได้รับการตรวจวินิจฉัยที่มีมาตรฐาน ระบบสุขภาพสามารถใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202631081788165046699687395-8219.jpg
กรมวิทย์ฯ ยกระดับมาตรฐานโรงแรม 3 จังหวัดอันดามัน มอบประกาศนียบัตร 109 แห่ง ขับเคลื่อน โรงแรมสะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน ด้วย 3 C สร้างความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จัดอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้และมอบประกาศนียบัตร ตามโครงการ “โรงแรมสะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวของประเทศไทย” ภายใต้ 3C : Clean Bed, Clean Air, Clean Food ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต กระบี่ และพังงา ประจำปี พ.ศ. 2569 พร้อมมอบประกาศนียบัตร ตราสัญลักษณ์ DMSc Certified แก่โรงแรมที่ผ่านการดำเนินงานตามโครงการ จำนวน 109 แห่ง มุ่งยกระดับความปลอดภัยด้านสุขอนามัย สร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยว และสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ควบคู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์