กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เตือนผู้ปฏิบัติงานด้านรังสี ระวังอันตรายจากรังสีต้องปฏิบัติตามหลักป้องกัน

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
2,291
10 กรกฎาคม 2561


           กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ประเมินความเสี่ยงบุคลากรที่มีโอกาสได้รับอันตรายจากรังสีขณะปฏิบัติงาน แม้จะพบว่ามีความเสี่ยงเกิดโรคมะเร็งจากการปฏิบัติงานน้อยมาก แต่ควรปฏิบัติตามหลักการป้องกันอันตรายจากรังสี เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการได้รับรังสีในระดับสูงโดยไม่จำเป็น

นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า ปัจจุบันมีการใช้ประโยชน์จากรังสีแพร่หลายมากขึ้น เช่น ด้านการแพทย์ที่ใช้รังสีเอกซ์ในการตรวจวินิจฉัย การใช้เครื่องเร่งอนุภาคต่าง ๆ ในการรักษาโรคมะเร็ง ขณะที่รังสีไม่ได้มีประโยชน์แต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่มีอันตรายต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมด้วย ซึ่งขึ้นอยู่กับปริมาณรังสีที่ได้รับ บุคลากรที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสี จึงมีโอกาสที่จะได้รับอันตรายจากรังสีในขณะปฏิบัติงาน กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยสำนักรังสีและเครื่องมือแพทย์ จึงได้ทำโครงการประเมินความเสี่ยงสุขภาพของบุคลากรด้านรังสีจากการปฏิบัติงาน โดยวิเคราะห์จากค่าปริมาณรังสีเฉลี่ยในกลุ่มบุคลากร แล้วนำมาประเมินหาอัตราการเกิดโรคมะเร็ง จากข้อมูลปริมาณรังสีบุคคลของปี 2559 ถึง 2560 พบว่าผู้ปฏิบัติงานด้านรังสี  มีความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งจากการได้รับรังสีขณะปฏิบัติงานมีค่าน้อยมาก โดยในช่วง 2 ปีนี้ สำนักรังสีและเครื่องมือแพทย์ ได้ประเมินค่าปริมาณรังสีบุคคล จำนวน 35,428 ราย โดยจำแนกบุคลากรจากที่ใช้บริการแผ่นรังสีบุคคลตามลักษณะการใช้งานออกเป็น 7 กลุ่ม โดยมีตัวแทนของแต่ละกลุ่ม ได้แก่ กลุ่มรังสีวินิจฉัย  รังสีร่วมรักษา  ทันตกรรม  อุตสาหกรรม   เวชศาสตร์นิวเคลียร์ วิจัย และรังสีรักษา การวิเคราะห์ความเสี่ยงสุขภาพจากข้อมูลปริมาณรังสีที่บุคลากรได้รับ ประเมินเป็นค่าอัตราเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็ง พบว่าอัตราเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งสูงสุดในกลุ่มอุตสาหกรรม ซึ่งได้รับปริมาณรังสีเฉลี่ย 0.596 มิลลิซีเวิร์ตต่อปี มีโอกาสเกิดมะเร็งจากการปฏิบัติงานที่ 3 คนต่อบุคลากร 1 แสนคน รองลงมาคือกลุ่มรังสีร่วมรักษาและเวชศาสตร์นิวเคลียร์ซึ่งมีอัตราเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งที่ 2 คนต่อบุคลากร 1 แสนคน และน้อยที่สุดคือกลุ่มรังสีวินิจฉัย รังสีรักษาและวิจัยที่มีอัตราเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งที่ 1 คนต่อบุคลากร 1 แสนคน สามารถสรุปได้ว่าทุกกลุ่มมีความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งจากการปฏิบัติงานต่อจำนวนบุคลากรในแต่ละกลุ่มน้อยมาก 

               อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวอีกว่า บุคลากรผู้ปฏิบัติงานทางด้านรังสี ควรมีความรู้ ความเข้าใจในการป้องกันอันตรายจากรังสี ต้องปฏิบัติตามหลักการป้องกันอันตรายจากรังสี และต้องมีการเฝ้าระวังการได้รับรังสีอย่างสม่ำเสมอ การได้รับรังสีสูงในขณะปฏิบัติงาน อาจเกิดอาการผิวหนังอักเสบเฉียบพลัน และเรื้อรัง เกิดการทำลายเซลล์อ่อนที่แบ่งตัวเร็วภายในร่างกาย เช่น ไขกระดูก หรือเกิดอันตรายต่ออวัยวะภายในร่างกาย จนถึงระดับมีการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม หากเกิดความเสียหายต่อโครโมโซม ดังนั้น การติดอุปกรณ์วัดระดับรังสีบุคคล เพื่อให้ทราบปริมาณรังสีที่ได้รับ การใช้เครื่องกำบังรังสี เพื่อกันรังสีที่จะได้รับให้มีระดับลดลง การตรวจวัดปริมาณรังสีบริเวณที่ปฏิบัติงานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเฝ้าระวังปริมาณรังสีในพื้นที่การทำงาน เหล่านี้เป็นมาตรการเบื้องต้นที่สามารถลดความเสี่ยงในการได้รับรังสีในระดับสูงโดยไม่จำเป็น

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202626061782472570436694372-7999.jpg
กรมวิทย์ฯ ปิดการประชุมวิชาการฯ อย่างยิ่งใหญ่ ตอกย้ำการขับเคลื่อนสุขภาพคนไทย สู่การมีชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพ พร้อมมอบรางวัลผลงานวิชาการดีเด่น 36 ผลงาน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ปิดการประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์การแพทย์ ครั้งที่ 34 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมมอบรางวัลผลงานวิชาการดีเด่นจำนวน 36 ผลงาน จากผลงานที่ส่งเข้าประกวดและนำเสนอรวม 455 ผลงาน สะท้อนศักยภาพด้านการวิจัย นวัตกรรม และการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัยของบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ทั่วประเทศ พร้อมขอบคุณความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ที่ร่วมเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนระบบสุขภาพของประเทศ และส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพดี มีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-297293478.jpg
กรมวิทย์ฯ ผนึกเครือข่ายสาธารณสุข เขต 2 ขับเคลื่อนศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ระดับอำเภอ เสริมระบบเฝ้าระวังสุขภาพเชิงรุก สร้างความปลอดภัยผู้บริโภคอย่างยั่งยืน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เดินหน้ายกระดับระบบเฝ้าระวังและคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพในระดับพื้นที่ จับมือเครือข่ายสาธารณสุขเขตสุขภาพที่ 2 ขับเคลื่อนนโยบาย “ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชนระดับอำเภอ” เพื่อเสริมศักยภาพชุมชนให้เข้มแข็ง ผ่านองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการแพทย์ สู่การเป็นต้นแบบเฝ้าระวังความเสี่ยงด้านสุขภาพ สร้างความปลอดภัยกับผู้บริโภคในชุมชนอย่างยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202619061781836402244199274-7961.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ผุดแอป “คัดแยกเห็ดไทย” สกัดป่วย-ตายจากเห็ดพิษ หลังพบผู้ป่วยทะลุ 1.2 หมื่นราย

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่าในแต่ละปีประเทศไทยจะมีผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจากการบริโภคเห็ดพิษอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค ตั้งแต่ปี 2565 – 2569 พบผู้ป่วยจากการบริโภคเห็ดพิษ จำนวน 12,000 กว่าราย โดยพบผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นทุกปี โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สาเหตุสำคัญเกิดจากการจำแนกเห็ดผิดชนิด ดังนั้นกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จึงร่วมกับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม พัฒนาแอปพลิเคชัน คัดแยกเห็ดขึ้น ภายใต้ชื่อ “คัดแยกเห็ดไทย” ซึ่งสามารถใช้งานได้ทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android เพื่อช่วยประชาชนคัดกรองและจำแนกชนิดเห็ดพิษและเห็ดรับประทานได้ในเบื้องต้น

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์