การตรวจยีน HLA-B*1502 เพื่อป้องกันการแพ้ยา Carbamazepine

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
14,416
20 ธันวาคม 2561

การตรวจยีน HLA-B*1502 เพื่อป้องกันการแพ้ยา Carbamazepine

ยาเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาผู้ป่วย แต่หลายๆครั้งพบว่าผู้ป่วยบางคนเกิดปัญหาแพ้ยา ส่วนใหญ่จะไม่รุนแรง แต่มีบางครั้งที่มีอาการรุนแรงจนถึงเสียชีวิตได้ เดิมแพทย์จะไม่สามารถทราบได้ว่าผู้ป่วยจะแพ้ยาเมื่อไร แต่ในปัจจุบันเรามีเทคโนโลยีและการตรวจทางพันธุกรรม ทำให้สามารถบอกล่วงหน้าว่าผู้ป่วยจะแพ้ยาอะไร ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการรักษาผู้ป่วย ประชาชนและประเทศ 

HLA-B*1502 อัลลีล  เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อการแพ้ยากันชักที่ชือ คาร์บามาซีปีน HLA-B*1502 เป็นลักษณะพันธุกรรมที่พบบ่อยในคนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมทั้งคนไต้หวัน คนจีน มาเลเซีย อินโดนีเซีย และคนไทย ในคนไทยพบลักษณะทางพันธุกรรมชนิดนี้ได้ร้อยละ 15 หรือ ประมาณ 1 รายใน 6 ราย ทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีรายงานผู้ป่วยที่เกิดผื่นแพ้ยาชนิดมีการหลุดลอกของผิวหนัง ที่ชื่อกลุ่มสตีเวนส์-จอห์นสัน-ซินโดรม (SJS) จากยาคาร์บามาซีปีน โดยพบมากในประเทศมาเลเซียและไทยมากที่สุดในโลก สอดคล้องกับข้อมูลศูนย์เฝ้าระวังความปลอดภัยจากการใช้ยาองค์การอนามัยโลก (WHO) ที่ได้รับข้อมูลการเฝ้าระวังผลไม่พึงประสงค์จากยาในประเทศไทยช่วง 10 ปี ระหว่างปี 2545-2554 โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้รับรายงาน ผู้ป่วย สตีเวนส์ จอห์นสัน ซินโดรม จากการแพ้ยาราว 5,000 ราย ยาที่ใช้มากที่สุด คือ 1) Cotrimoxazole 28 % 2) Allopurinol 17 % 3) Carbamazepine 14 %   ทั้งนี้แนวโน้มการพบผู้ป่วยแพ้ยารุนแรงที่เกิดจากการใช้ยาดังกล่าวในประเทศไทยลดลง เนื่องจากแพทย์เลี่ยงไปใช้ยาอื่นเพราะความกลัวคนไข้เกิดการแพ้ยารุนแรง  ทั้งๆที่ยานี้เป็นยาที่มีประสิทธิภาพดีและราคาถูก และผู้ป่วยหลายรายที่จำเป็นต้องได้รับยานี้ โดยไปใช้ยากลุ่มที่มีราคาแพง และประสิทธิภาพอาจจะน้อยกว่า การให้บริการเภสัชพันธุศาสตร์เป็นส่วนสำคัญหนี่งในการแพทย์แม่นยำ (Precision Medicine) ที่ใช้ข้อมูลทางพันธุกรรมของผู้ป่วยมาเลือกใช้ยาให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล โดยได้พัฒนาเทคนิคการตรวจสารพันธุกรรมเสี่ยง HLA-B*1502  เพื่อนำมาใช้ตรวจคัดกรองผู้ป่วยก่อนได้รับยา หากมีผลการตรวจเป็นบวก พบยีน HLA-B*1502 ผู้ป่วยควรเลี่ยงไปใช้ยาอื่น ประเทศได้หวัน และสิงคโปร์ เปิดให้บริการตรวจพันธุกรรมแล้ว ทำให้การแพ้ยาและการเสียชีวิตลดลงได้  

กระทรวงสาธารณสุขจึงให้ได้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เปิดให้บริการ เพื่อป้องกันภาวะแพ้ยารุนแรงทางผิวหนังในผู้ป่วยชาวไทย และถือเป็นการยกระดับมาตรฐานบริการสาธารณสุขของประเทศ จากเดิมที่ทำได้เพียงตามดูแลรักษาเมื่อเกิดภาวะผื่นแพ้ยารุนแรง เปลี่ยนแปลงไปสู่ การป้องกันการเกิดผื่นแพ้ยารุนแรงด้วยได้ด้วยวิทยาการสมัยใหม่ สปสช. ได้มอบให้โครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ(HITAP) ประเมินความคุ้มค่าทางการแพทย์ของการตรวจนี้  ผลการศึกษาพบว่าการให้บริการตรวจคัดกรองยีน HLA-B*1502 ก่อนให้ยาคาร์บามาซีปีน มีประสิทธิผลทำให้จำนวนผู้ป่วยที่เกิดผื่นแพ้ยากลุ่มสตีเวนส์ จอห์นสัน ซินโดรม ลดลงได้ถึงร้อยละ 88 ลดโอกาสความพิการและเสียชีวิต และมีความคุ้มค่าเมื่อเปรียบเทียบกับการไม่คัดกรอง ที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายจากการรักษาผู้ป่วยแพ้ยาและการสั่งจ่ายยากันชักรายการอื่นเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะสตีเวนส์ จอห์นสัน ซินโดรม

สำหรับค่าใช้จ่ายในการตรวจยีน HLA ในผู้ป่วยโรคลมชักอยู่ที่ 1,000 บาท/ราย โดยปี 2561 คาดการณ์จำนวนผู้ป่วยโรคลมชักที่รักษาด้วยยาคาร์บามาซีปีน และต้องรับการตรวจยีน HLA เพื่อลดความเสี่ยงจากภาวะสตีเวนส์ จอห์นสัน ซินโดรม มีจำนวน 10,000 ราย รวมเป็นงบประมาณ 10 ล้านบาท  คาดว่ามูลค่าประหยัดค่าใช้จ่ายจากค่ารักษาเป็นจำนวน 256.18 ล้านบาท

สำหรับแนวทางการตรวจยีน HLA ในผู้ป่วยโรคลมชักก่อนเริ่มยาคาร์บามาซีปีน สมาคมโรคลมชักแห่งประเทศไทย ร่วมกับสถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข และสถาบันวิชาการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้ดำเนินการจัดทำแนวทางเวชปฏิบัติในการรักษาโรคลมชักสำหรับแพทย์ ปี 2559 เรียบร้อยแล้ว แนะนำให้พิจารณาส่งตรวจคัดกรองยีน HLA-B*1502 ก่อนเริ่มยาคาร์บามาซีปีน และก่อนหน้านี้ สปสช.ได้เตรียมความพร้อมดำเนินการ โดยประสานสมาคมโรคลมชักฯ เพื่อประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ข้อมูลการตรวจคัดกรองยีน HLA-B*1502 ในผู้ป่วยที่ต้องใช้ยาคาร์บามาซีปีน ผ่านทางเว็บไซต์ของสมาคม และประสานกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์โดยสถานที่ส่งตรวจเป็นสถาบันชีววิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และ ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ 14 ศูนย์ เป็นห้องปฏิบัติการการที่ส่งตรวจ

 กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะดำเนินการ 1) ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบว่า ผู้ป่วยโรคลมชักก่อนกินยาให้ปรึกษาแพทย์และตรวจเลือดก่อนทุกครั้ง 2)กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ทุกแห่งเปิดให้บริการประชาชนตามข้อบ่งชี้ที่แพทย์วินิจฉัย เพื่อให้เป็นของขวัญปีใหม่แก่คนไทยทุกคน จะบริการตรวจฟรีทุกคนในสิทธิต่างๆ 3) เตรียมพร้อมบุคลากรในโรงพยาบาล ระดับมากกว่า 1,000 แห่ง และจัดระบบส่งตรวจเลือดให้พร้อม 4) จัดระบบติดตามผลการให้บริการและการประเมินเพื่อพัฒนาการให้บริการให้ดีขึ้น



  


ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202611091789092425354666245-8225.jpg
สาธารณสุขมอบรางวัล Lab Cost Efficiency Excellence Award ภายในปี 2569 ลดค่าใช้จ่ายด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ถึง 658 ล้านบาท พร้อมชู 10 โรงพยาบาลต้นแบบ บริหารค่าแล็บคุ้มค่า

กระทรวงสาธารณสุขมอบรางวัล Lab Cost Efficiency Excellence Award เชิดชู 10 โรงพยาบาลต้นแบบที่มีผลการดำเนินงานดีเด่นระดับประเทศ ในการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายด้านการตรวจทางห้องปฏิบัติการอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่าน 3 กลไกสำคัญ ได้แก่ การตรวจอย่างสมเหตุผล ตรวจที่จำเป็นและเหมาะสม และการจัดซื้อในราคาที่เหมาะสม เพื่อให้ประชาชนได้รับการตรวจวินิจฉัยที่มีมาตรฐาน ระบบสุขภาพสามารถใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202631081788165046699687395-8219.jpg
กรมวิทย์ฯ ยกระดับมาตรฐานโรงแรม 3 จังหวัดอันดามัน มอบประกาศนียบัตร 109 แห่ง ขับเคลื่อน โรงแรมสะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน ด้วย 3 C สร้างความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จัดอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้และมอบประกาศนียบัตร ตามโครงการ “โรงแรมสะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวของประเทศไทย” ภายใต้ 3C : Clean Bed, Clean Air, Clean Food ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต กระบี่ และพังงา ประจำปี พ.ศ. 2569 พร้อมมอบประกาศนียบัตร ตราสัญลักษณ์ DMSc Certified แก่โรงแรมที่ผ่านการดำเนินงานตามโครงการ จำนวน 109 แห่ง มุ่งยกระดับความปลอดภัยด้านสุขอนามัย สร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยว และสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ควบคู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์