กรมวิทย์ มอบประกาศนียบัตร 15 โรงแรมบนเกาะสมุย การันตีปลอดภัยจากเชื้อโนโรไวรัส และลีจิโอเนลลา สร้างความมั่นใจ ความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยว

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
270
8 พฤศจิกายน 2566



กรมวิทย์ มอบประกาศนียบัตร 15 โรงแรมบนเกาะสมุย การันตีปลอดภัยจากเชื้อโนโรไวรัส และลีจิโอเนลลา ชี้เป็นแบบอย่างของการดูแลน้ำกินน้ำใช้ในโรงแรมอย่างเป็นระบบ ได้มาตรฐาน สร้างความมั่นใจ และความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ

 นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข รักษาราชการแทนอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า ปี 2566 กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ดำเนินการเฝ้าระวังการปนเปื้อนเชื้อโนโรไวรัส (Norovirus) สาเหตุของโรคทางเดินอาหารอักเสบเฉียบพลันและเชื้อลีจิโอเนลลา (Legionella spp.) สาเหตุของโรคติดเชื้อทางเดินหายใจเฉียบพลันในน้ำอุปโภคบริโภคของโรงแรมในแหล่งท่องเที่ยวทุกภูมิภาค


 

สำหรับศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 11 สุราษฎร์ธานี เป็นหน่วยงานในส่วนภูมิภาคของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มีเขตพื้นที่รับผิดชอบ 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดระนอง ชุมพร นครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี ได้สนับสนุนการส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศโดยดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานสาธารณสุข องค์กรปกครองท้องถิ่น สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย ผู้ประกอบการโรงแรม จัดทำโครงการเฝ้าระวังการปนเปื้อนเชื้อโนโรไวรัสและเชื้อลีจิโอเนลลาในน้ำอุปโภคบริโภคของโรงแรมในพื้นที่อำเภอเกาะสมุย ซึ่งเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของทะเลไทยตอนใต้ จากข้อมูลของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเกาะสมุย ในช่วง 5 เดือนแรกของปี ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงพฤษภาคม 2566 มีนักท่องเที่ยวเดินทางมายังอำเภอเกาะสมุย จำนวน 1,220,551 คน เพิ่มขึ้นจากปี 2565 ถึงร้อยละ 74.98 โดยมีรายได้รวมกว่า 33,396.53 ล้านบาท

   นายแพทย์ยงยศ กล่าวต่อว่า ในปี 2567 ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพททย์ที่ 11 สุราษฎร์ธานี ได้ขยายการให้บริการตรวจเฝ้าระวังเชื้อดังกล่าวในโรงแรมเพิ่มอีก 20 แห่ง และจะมีการตรวจติดตามเฝ้าระวังในโรงแรมที่ผ่านการตรวจประเมินในปี 2566 ทั้ง 15 แห่งด้วย รวม 35 แห่ง ดังนั้นจึงขอเชิญชวนผู้ประกอบการโรงแรมเข้าร่วมโครงการเพื่อเฝ้าระวังเชื้อโนโรไวรัสและเชื้อลีจิโอเนลลาในน้ำอุปโภคบริโภคของโรงแรม นอกจากนี้ผู้ประกอบการสามารถลดความเสี่ยงของการเกิดโรคได้ โดยใช้มาตรการบำรุงรักษาความสะอาดของแหล่งที่น่าจะเป็นรังโรค รวมทั้งการทำความสะอาด ฆ่าเชื้อ รักษาอุณหภูมิของน้ำและใส่สารชีวฆาต (biocides) เพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อ ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำให้รักษาความสะอาดระบบน้ำร้อน น้ำเย็น และรักษาระดับอุณหภูมิน้ำร้อนที่ 60 องศาเซลเซียส และน้ำเย็นต่ำกว่า 20 องศาเซลเซียส หรือเก็บตัวอย่างน้ำส่งตรวจวิเคราะห์ที่ห้องปฏิบัติการของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ หรือศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยว พร้อมทั้งเป็นการยกระดับมาตรฐานสถานประกอบการโรงแรม ซึ่งจะเป็นผลดีต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เศรษฐกิจของประเทศ ทั้งนี้ผู้ประกอบการโรงแรมในเขตสุขภาพที่ 11 สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 11 สุราษฎร์ธานี โทร. 077-355301-6



 ด้านนายแพทย์บัลลังก์ อุปพงษ์ รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวเสริมว่า ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 11 สุราษฎร์ธานี ได้มีการจัดประชุมถ่ายทอดองค์ความรู้ การเฝ้าระวังการปนเปื้อนเชื้อโนโรไวรัสและเชื้อลีจิโอเนลลาในน้ำอุปโภคบริโภคของโรงแรมในพื้นที่อำเภอเกาะสมุยอย่างต่อเนื่อง พร้อมมอบประกาศนียบัตรให้แก่โรงแรมที่ผ่านการตรวจประเมิน โดยมีผู้ประกอบการ และเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานสุขาภิบาลน้ำอุปโภคบริโภคจากโรงแรมในพื้นที่อำเภอเกาะสมุย สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย ผู้บริหาร นักวิชาการจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 11 สุราษฎร์ธานี สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 11 นครศรีธรรมราช สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุราษฎร์ธานี สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเกาะสมุย เทศบาลนครเกาะสมุย เจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขจากหน่วยงานเครือข่ายในพื้นที่เข้าร่วมประชุม




   สำหรับโรงแรมที่ผ่านการประเมินตามข้อกำหนด และได้รับประกาศนียบัตรรับรองความปลอดภัยจากเชื้อโนโรไวรัสและลีจิโอเนลลา พร้อมเครื่องหมายรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จำนวน 15 แห่ง ได้แก่ โรงแรม Sheraton Samui โรงแรมมันตรา สมุย รีสอร์ท โรงแรม Six Senses Samui โรงแรมสันติบุรี เกาะสมุย โรงแรม COSI Samui Chaweng  โรงแรม Centara Reserve Samui โรงแรมโนราบุรี รีสอร์ท แอนด์ สปา โรงแรมเดอะละไมสมุย โรงแรม New star Beach Resort Koh Samui โรงแรมบ่อผุด รีสอร์ท แอนด์ สปา โรงแรมเอาท์ทริกเกอร์ เกาะสมุย บีช รีสอร์ท โรงแรมวีรันดา คอลเล็กชั่น สมุย ร็อคกี้ รีสอร์ท โรงแรมเดอะไฮวฟ์ โรงแรมบ้านเฉวงบีช รีสอร์ทแอนด์สปา และโรงแรม Holiday Inn Resort Samui Bophut Beach

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202619051779180717921553458-7805.jpg
ความร่วมมือวิจัย "ตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักระยะเริ่มต้นด้วยเทคโนโลยี DNA Methylation"

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความร่วมมือทางวิชาการ “โครงการวิจัยร่วมไทยด้านการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักระยะเริ่มต้นด้วยเทคโนโลยี DNA Methylation และนิเวศจุลชีพในลำไส้” (Thailand Joint Research Programme for DNA Methylation-Based Colorectal Cancer Early Screening and Intestinal Microecology) ณ ห้องประชุมชัยนาทนเรนทร สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี เพื่อส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีด้านจีโนมิกส์ ตลอดจนแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักระยะเริ่มต้น

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202614051778758837564688370-7763.jpg
กรมวิทย์ฯ จับมือพันธมิตรไทย-จีน วิจัยตรวจมะเร็งลำไส้ใหญ่ ด้วยเทคโนโลยี DNA ตรวจง่าย แม่นยำสูง

วันที่ 14 พฤษภาคม 2569 - นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความร่วมมือทางวิชาการ “โครงการวิจัยร่วมไทยด้านการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักระยะเริ่มต้นด้วยเทคโนโลยี DNA Methylation และนิเวศจุลชีพในลำไส้” (Thailand Joint Research Programme for DNA Methylation-Based Colorectal Cancer Early Screening and Intestinal Microecology) ระหว่างกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ บริษัท บีจีไอ เฮลท์ (ฮ่องกง) จำกัด และบริษัท แบงคอกจีโนมิกส์อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) ณ ห้องประชุมชัยนาทนเรนทร สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี โดยมี ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ นายโหว หย่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทบีจีไอ จีโนมิกส์ และนายกรพจน์ อัศวินวิจิตร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แบงคอกจีโนมิกส์อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือทางวิชาการ เพื่อส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีด้านจีโนมิกส์ ตลอดจนแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักระยะเริ่มต้น

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202608051778239015158605105-7721.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เผยพบเชื้อแบคทีเรียดื้อยาคาร์บาพีเนม สูงเกินร้อยละ 70 เสี่ยงไม่มียารักษาในอนาคต ชูระบบสุขภาพ One Health เฝ้าระวังภาวะดื้อยาทั้งระบบ และเตือนประชาชนใช้ยาปฏิชีวนะตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยสถานการณ์เชื้อดื้อยาต้านจุลชีพของประเทศไทยจากข้อมูลเฝ้าระวังย้อนหลัง 10 ปี พบแนวโน้มการดื้อยาของเชื้อแบคทีเรียสำคัญเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเชื้อ Acinetobacter calcoaceticus-baumannii complex (อะซินีโตแบคเตอร์ แคลโคอะซีติคัส-เบามันนีไอ คอมเพล็กซ์) ซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรียก่อโรคติดเชื้อในโรงพยาบาลที่รุนแรง มีอัตราการดื้อยาปฏิชีวนะกลุ่ม carbapenem (คาร์บาพีเนม) ซึ่งเป็นยาต้านจุลชีพทางเลือกสุดท้าย สูงกว่าร้อยละ 70 สะท้อนความรุนแรงของปัญหาเชื้อดื้อยาที่ส่งผลกระทบต่อระบบสาธารณสุขและทางเลือกในการรักษาผู้ป่วย เตือนประชาชนใช้ยาปฏิชีวนะตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อชะลอการดื้อยาในอนาคต

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์