????“มะเร็งปากมดลูก” เป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดในหญิงไทย พบผู้ป่วยเสียชีวิตเป็นจำนวนมากจากโรคนี้ จากสถิติปี 2563 พบว่าในประเทศไทยมีผู้ป่วยรายใหม่ปีละกว่า 9,000 ราย เสียชีวิตปีละ 4,700 ราย หรือเท่ากับในแต่ละวันจะมีหญิงไทยเสียชีวิตจากมะเร็งปากมดลูกถึง 13 คน
????♀️สาเหตุหลักของโรคมะเร็งปากมดลูกนี้เกิดจากการติดเชื้อ HPV(Human Papilloma virus) สามารถติดต่อไปยังบุคคลอื่นได้จากการมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งเชื้อไวรัสเอชพีวี มีอยู่มากกว่า 200 สายพันธุ์ โดยมีประมาณ 14 สายพันธุ์เสี่ยงสูงที่ทำให้เกิดโรค ประกอบด้วย HPV 16, 18, 31, 33, 35, 39, 45, 51, 52, 56, 58, 59, 56, 68
ในผู้หญิงบางคนอาจจะเคยได้รับเชื้อนี้ แต่ร่างกายสามารถกำจัดไปได้ และมีบางส่วนที่ไม่สามารถกำจัดเชื้อได้ รวมถึงมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อบริเวณปากมดลูกและทำให้เกิดโรคต่างๆ เช่น หูดหงอนไก่ มะเร็งปากมดลูก และอื่นๆได้
????ปัจจัยเสี่ยงทำให้เกิดการติดเชื้อ ได้แก่
1. มีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อย
2. มีคู่นอนหลายคน
3. ภูมิคุ้มกันต่ำ เป็นโรคเรื้อรัง
4. สูบบุหรี่
5. ทานยาคุมกำเนิดเป็นเวลานาน
6. ปากมดลูกอักเสบเรื้อรัง
????สังเกตอาการน่าสงสัย
1. มีเลือดออกผิดปกติ
2. เลือดออกหลังวัยทอง
3. มีอาการเบื่ออาหาร
4. ตกขาวมีกลิ่น สี ที่ผิดปกติ
5. อ่อนเพลียง่าย
6. น้ำหนักลด
????กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มีบริการตรวจค้นมะเร็งปากมดลูก ด้วยวิธี HPV DNA Testing ระบุทั้ง 14 สายพันธุ์เสี่ยงสูง
เป็นเทคนิคทางด้านชีวโมเลกุล เพื่อตรวจหาตัวเชื้อไวรัสเอชพีวี สายพันธุ์ก่อมะเร็งบริเวณปากมดลูกและผนังช่องคลอด ช่วยค้นหาและป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้ตั้งแต่ในระยะก่อนการเป็นมะเร็ง
มีความไวในการตรวจพบถึง 97% ซึ่งสูงกว่าวิธีตรวจแบบดั้งเดิม (conventional cytology หรือ Pap smear) ที่มีความไวเพียง 55%
????ชนิดตัวอย่าง
ตัวอย่างที่เก็บด้วยตนเอง (HPV Self-sampling)
ตัวอย่างที่เก็บโดยบุคลากรทางการแพทย์ (HPV Professional-sampling)
????การรับตัวอย่างตรวจวิเคราะห์: จัดระบบ Logistic รับตัวอย่างทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศ
????การรายงานผลการตรวจวิเคราะห์: สามารถรายงานผลได้ภายใน 7 วันทำการ ในรูปแบบ E-report ซึ่งผลการตรวจพบไวรัสเอชพีวี ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นมะเร็งปากมดลูก โดย
กรณีตรวจพบสายพันธุ์เสี่ยงสูง 16,18 หญิงรายนั้นจะต้องได้รับการตรวจโดยสูตินรีแพทย์ ด้วยการส่องกล้องขยาย (Colposcopy)
กรณีตรวจพบสายพันธุ์เสี่ยงสูง 31, 33, 35, 39, 45, 51, 52, 56, 58, 59, 56, 68 จะส่งต่อตัวอย่างตรวจทางเซลล์วิทยา
ณ สถาบันพยาธิวิทยา กรมการแพทย์ ซึ่งจะรายงานผลภายใน 14 วัน หากพบเซลล์ผิดปกติจะได้รับการตรวจโดยสูตินรีแพทย์ ด้วยการส่องกล้องขยาย (Colposcopy) เช่นกัน
ซึ่งข้อมูลที่ได้ทั้งหมดจะเป็นประโยชน์ต่อการวินิจฉัย เพื่อให้คำแนะนำเพิ่มเติมหรือวางแผนการรักษาของแพทย์ต่อไป
????ติดต่อสอบถามหรือส่งผลตัวอย่างตรวจวิเคราะห์ ได้ที่
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โทร. 0 2589 9850-7 ต่อ 98033
ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการตรวจวินิจฉัยสุขภาพแม่และเด็ก ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 3 นครสวรรค์ โทร. 081-5669770, 063-6295662, 0-5624-5618-20