“มะเร็งปากมดลูก ภัยร้ายใกล้ตัวหญิง” กรมวิทยาศาสตร์การเเพทย์กับการตรวจค้นหามะเร็งปากมดลูก

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
2,219
31 สิงหาคม 2566

????“มะเร็งปากมดลูก” เป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดในหญิงไทย พบผู้ป่วยเสียชีวิตเป็นจำนวนมากจากโรคนี้ จากสถิติปี 2563 พบว่าในประเทศไทยมีผู้ป่วยรายใหม่ปีละกว่า 9,000 ราย เสียชีวิตปีละ 4,700 ราย หรือเท่ากับในแต่ละวันจะมีหญิงไทยเสียชีวิตจากมะเร็งปากมดลูกถึง 13 คน

????‍♀️สาเหตุหลักของโรคมะเร็งปากมดลูกนี้เกิดจากการติดเชื้อ HPV(Human Papilloma virus) สามารถติดต่อไปยังบุคคลอื่นได้จากการมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งเชื้อไวรัสเอชพีวี มีอยู่มากกว่า 200 สายพันธุ์ โดยมีประมาณ 14 สายพันธุ์เสี่ยงสูงที่ทำให้เกิดโรค ประกอบด้วย HPV 16, 18, 31, 33, 35, 39, 45, 51, 52, 56, 58, 59, 56, 68

ในผู้หญิงบางคนอาจจะเคยได้รับเชื้อนี้ แต่ร่างกายสามารถกำจัดไปได้ และมีบางส่วนที่ไม่สามารถกำจัดเชื้อได้ รวมถึงมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อบริเวณปากมดลูกและทำให้เกิดโรคต่างๆ เช่น หูดหงอนไก่ มะเร็งปากมดลูก และอื่นๆได้


????ปัจจัยเสี่ยงทำให้เกิดการติดเชื้อ ได้แก่ 

     1. มีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อย

     2. มีคู่นอนหลายคน

     3. ภูมิคุ้มกันต่ำ เป็นโรคเรื้อรัง

     4. สูบบุหรี่

     5. ทานยาคุมกำเนิดเป็นเวลานาน

     6. ปากมดลูกอักเสบเรื้อรัง

????สังเกตอาการน่าสงสัย

     1. มีเลือดออกผิดปกติ

     2. เลือดออกหลังวัยทอง

     3. มีอาการเบื่ออาหาร

     4. ตกขาวมีกลิ่น สี ที่ผิดปกติ

     5. อ่อนเพลียง่าย

     6. น้ำหนักลด

????กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มีบริการตรวจค้นมะเร็งปากมดลูก ด้วยวิธี HPV DNA Testing ระบุทั้ง 14 สายพันธุ์เสี่ยงสูง 

  • เป็นเทคนิคทางด้านชีวโมเลกุล เพื่อตรวจหาตัวเชื้อไวรัสเอชพีวี สายพันธุ์ก่อมะเร็งบริเวณปากมดลูกและผนังช่องคลอด ช่วยค้นหาและป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้ตั้งแต่ในระยะก่อนการเป็นมะเร็ง

  • มีความไวในการตรวจพบถึง 97% ซึ่งสูงกว่าวิธีตรวจแบบดั้งเดิม (conventional cytology หรือ Pap smear) ที่มีความไวเพียง 55%

????ชนิดตัวอย่าง

  • ตัวอย่างที่เก็บด้วยตนเอง (HPV Self-sampling)

  • ตัวอย่างที่เก็บโดยบุคลากรทางการแพทย์ (HPV Professional-sampling)

????การรับตัวอย่างตรวจวิเคราะห์: จัดระบบ Logistic รับตัวอย่างทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศ

????การรายงานผลการตรวจวิเคราะห์: สามารถรายงานผลได้ภายใน 7 วันทำการ ในรูปแบบ E-report  ซึ่งผลการตรวจพบไวรัสเอชพีวี ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นมะเร็งปากมดลูก โดย

  • กรณีตรวจพบสายพันธุ์เสี่ยงสูง 16,18 หญิงรายนั้นจะต้องได้รับการตรวจโดยสูตินรีแพทย์ ด้วยการส่องกล้องขยาย (Colposcopy)

  • กรณีตรวจพบสายพันธุ์เสี่ยงสูง 31, 33, 35, 39, 45, 51, 52, 56, 58, 59, 56, 68 จะส่งต่อตัวอย่างตรวจทางเซลล์วิทยา
    ณ สถาบันพยาธิวิทยา กรมการแพทย์ ซึ่งจะรายงานผลภายใน 14 วัน หากพบเซลล์ผิดปกติจะได้รับการตรวจโดยสูตินรีแพทย์ ด้วยการส่องกล้องขยาย (Colposcopy) เช่นกัน

ซึ่งข้อมูลที่ได้ทั้งหมดจะเป็นประโยชน์ต่อการวินิจฉัย เพื่อให้คำแนะนำเพิ่มเติมหรือวางแผนการรักษาของแพทย์ต่อไป 

????ติดต่อสอบถามหรือส่งผลตัวอย่างตรวจวิเคราะห์ ได้ที่

สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โทร. 0 2589 9850-7 ต่อ 98033

ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการตรวจวินิจฉัยสุขภาพแม่และเด็ก ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 3 นครสวรรค์ โทร. 081-5669770, 063-6295662, 0-5624-5618-20




ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202604111793775785162321256-8341.jpg
INFOGRAPHIC : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อ Listeria monocytogenes ในอาหาร

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-732911597.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อลิสเทอเรียในอาหาร เตือนเชื้อนี้เจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น แนะเก็บแยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค ลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-415055800.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงอย่างถูกต้อง ห้ามนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงเกินจริง ย้ำใบรายงานผลทดสอบไม่ใช่ใบรับรองผลิตภัณฑ์

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงและประชาสัมพันธ์อย่างถูกต้อง หลังพบการนำผลทดสอบไปเผยแพร่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ย้ำใบรายงานผลการทดสอบแต่ละฉบับรับรองผลเฉพาะตัวอย่างที่ได้รับเท่านั้น ไม่ใช่การรับรองผลิตภัณฑ์ ต้องไม่กล่าวอ้างเกินขอบเขตการทดสอบ หรือทำให้ประชาชนเข้าใจผิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคุ้มครองผู้บริโภค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-789496760.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ชู 5 นโยบายปี 2570 ยกระดับสุขภาพประชาชน ลดค่าใช้จ่ายระบบสาธารณสุข

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มุ่งใช้ศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนระบบสาธารณสุขของประเทศ ผ่าน 5 นโยบายสำคัญในปีงบประมาณ 2570 ยกระดับการป้องกันโรคและคุณภาพบริการสุขภาพ ตั้งแต่การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ตรวจคัดกรองโรคแม่และเด็ก ไปจนถึงการจัดทำแนวทางการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ทั้งการตรวจห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และรังสีวินิจฉัยอย่างสมเหตุผล ตลอดจนสนับสนุนการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรด้านสุขภาพอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-163174526.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมตรวจ “กาฬโรค” รู้ผลใน 24 ชั่วโมง ย้ำยึดหลักตามมาตรฐานความปลอดภัยชีวนิรภัยระดับ 3

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะห้องปฏิบัติการอ้างอิงของประเทศ มีความพร้อมและศักยภาพด้านความปลอดภัยทางชีวภาพระดับ 3 (Biosafety Level 3: BSL-3) รองรับการตรวจวินิจฉัยเชื้อก่อโรคกาฬโรคได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และปลอดภัย เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคของประเทศ ย้ำกาฬโรคเป็นโรคติดเชื้อที่มีความรุนแรง การเก็บและนำส่งตัวอย่าง รวมถึงการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ จึงต้องดำเนินการอย่างถูกต้องและปลอดภัย

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์