กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ศึกษาวิจัยและพัฒนาการตรวจวินิจฉัย เพื่อยุติปัญหาการติดเชื้อเอชไอวีในประเทศไทย

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
1,223
30 พฤศจิกายน 2561


 กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข นับตั้งแต่มีการระบาดของเชื้อเอชไอวีครั้งแรกของประเทศ จวบจนปัจจุบัน กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มีบทบาทสำคัญต่อคุณภาพและมาตรฐานการตรวจวินิจฉัยการติดเชื้อเอชไอวี รวมทั้งการศึกษาวิจัยด้านต่างๆ อาทิ ระบาดวิทยา พันธุกรรมของเชื้อเอชไอวีดื้อยา พันธุกรรมของประชากรไทยที่ส่งผลต่อการดำเนินโรค และการวิจัยพัฒนาวัคซีน เพื่อให้เกิดการพัฒนานวัตกรรม และส่งเสริมการบริการที่มีคุณภาพต่อประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประชากรกลุ่มเสี่ยง และร่วมผลักดันนโยบายการยุติปัญหาการติดเชื้อเอชไอวีให้บรรลุเป้าหมายองค์การอนามัยโลก

 นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า วันที่ 1 ธันวาคม ของทุกปี เป็น "วันเอดส์โลก (World AIDS Day)" กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นองค์กรหลักที่กำหนดมาตรฐาน และควบคุมคุณภาพการตรวจเพื่อการวินิจฉัยและการติดตามการรักษาการติดเชื้อเอชไอวีของห้องปฏิบัติการต่างๆ ในประเทศ อีกทั้งยังเป็นห้องปฏิบัติการอ้างอิงเพื่อตรวจยืนยันการติดเชื้อและการตรวจหาเชื้อดื้อยาของประเทศ และประเทศเพื่อนบ้าน กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้กำหนดมาตรฐาน และแนวทางการตรวจการติดเชื้อเอชไอวีที่ครอบคลุมประชากรกลุ่มเสี่ยงทุกกลุ่มอายุ โดยจัดทำเป็นคู่มือสำหรับห้องปฏิบัติการขึ้นเป็นเล่มแรก เมื่อปี พ.ศ. 2539 ซึ่งได้ปรับปรุงให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีการตรวจอย่างต่อเนื่อง และเป็นปัจจุบันร่วมกับภาคีเครือข่ายต่างๆ

   นายแพทย์โอภาส กล่าวต่ออีกว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นหน่วยงานประเมินคุณภาพชุดทดสอบเอชไอวีก่อนการขึ้นทะเบียนเพื่อจำหน่ายในประเทศ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2552 ทำให้ชุดทดสอบที่ผ่านการขึ้นทะเบียนมีคุณภาพเป็นที่มั่นใจต่อการนำไปใช้ตรวจบริการประชาชน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการประกันคุณภาพการให้บริการของห้องปฏิบัติการ และเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนห้องปฏิบัติการที่ให้บริการการตรวจวินิจฉัยและการตรวจเพื่อติดตามการรักษา มีระบบคุณภาพห้องปฏิบัติการตามมาตรฐานของประเทศและมาตรฐานสากล รวมถึงการสนับสนุนให้ได้รับการรับรองตามมาตรฐานดังกล่าว โดยได้จัดทำแผนทดสอบความชำนาญ (External Quality Assessment Scheme) ระดับชาติของการตรวจวิเคราะห์ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ การตรวจเอชไอวีซีโรโลยี การตรวจหาปริมาณเชื้อเอชไอวีในกระแสเลือด การตรวจเชื้อเอชไอวีดื้อยาต้านไวรัส และการตรวจการติดเชื้อเอชไอวี -1 โดยวิธี DNA-PCR ซึ่งแผนการทดสอบความชำนาญทั้งหมดดำเนินการตามมาตรฐานสากล ISO/IEC 17043: 2010 


  “นอกจากนี้ยังมีงานด้านการศึกษาและวิจัยที่เกี่ยวข้องกับเชื้อเอชไอวี และโรคเอดส์เป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นด้านระบาดวิทยา ด้านพันธุกรรมของไวรัส ด้านเชื้อดื้อยา และพันธุกรรมของคนไทยต่อการสร้างภูมิคุ้มกันที่ตอบสนองต่อเชื้อเอชไอวี ซึ่งส่งผลให้เกิดการพัฒนาทั้งในด้านนวัตกรรม และส่งเสริมการบริการที่มีคุณภาพสำหรับประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มประชากรที่มีความเสี่ยงสูง และเข้าถึงยาก รวมทั้งร่วมผลักดันนโยบายการยุติปัญหาการติดเชื้อเอชไอวีในประเทศไทยให้ประสบความสำเร็จในอนาคต รวมทั้งการผลักดันจนประเทศไทยได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก ในการยุติการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูก” นายแพทย์โอภาส กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202611091789092425354666245-8225.jpg
สาธารณสุขมอบรางวัล Lab Cost Efficiency Excellence Award ภายในปี 2569 ลดค่าใช้จ่ายด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ถึง 658 ล้านบาท พร้อมชู 10 โรงพยาบาลต้นแบบ บริหารค่าแล็บคุ้มค่า

กระทรวงสาธารณสุขมอบรางวัล Lab Cost Efficiency Excellence Award เชิดชู 10 โรงพยาบาลต้นแบบที่มีผลการดำเนินงานดีเด่นระดับประเทศ ในการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายด้านการตรวจทางห้องปฏิบัติการอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่าน 3 กลไกสำคัญ ได้แก่ การตรวจอย่างสมเหตุผล ตรวจที่จำเป็นและเหมาะสม และการจัดซื้อในราคาที่เหมาะสม เพื่อให้ประชาชนได้รับการตรวจวินิจฉัยที่มีมาตรฐาน ระบบสุขภาพสามารถใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202631081788165046699687395-8219.jpg
กรมวิทย์ฯ ยกระดับมาตรฐานโรงแรม 3 จังหวัดอันดามัน มอบประกาศนียบัตร 109 แห่ง ขับเคลื่อน โรงแรมสะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน ด้วย 3 C สร้างความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จัดอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้และมอบประกาศนียบัตร ตามโครงการ “โรงแรมสะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวของประเทศไทย” ภายใต้ 3C : Clean Bed, Clean Air, Clean Food ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต กระบี่ และพังงา ประจำปี พ.ศ. 2569 พร้อมมอบประกาศนียบัตร ตราสัญลักษณ์ DMSc Certified แก่โรงแรมที่ผ่านการดำเนินงานตามโครงการ จำนวน 109 แห่ง มุ่งยกระดับความปลอดภัยด้านสุขอนามัย สร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยว และสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ควบคู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์