สธ.เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ“เจาะเลือดใกล้บ้าน”ตั้งเป้าดำเนินการใน รพ.นำร่องทุกเขตสุขภาพ ภายในปี 64

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
3,271
27 พฤศจิกายน 2563


กระทรวงสาธารณสุขขับเคลื่อนโครงการลดความแออัดทางห้องปฏิบัติการ “เจาะเลือดใกล้บ้าน” เพื่อสนับสนุนนโยบายลดความแออัด โดยลดระยะเวลาการรอคอยการเจาะเลือดและบริการทางห้องปฏิบัติการ ด้วยการวางระบบการเจาะเลือด การเก็บตัวอย่างและการส่งตัวอย่างจากหน่วยบริการภายนอกโรงพยาบาล  ก่อนกำหนดวันพบแพทย์ เผยผลการดำเนินงานในพื้นที่จังหวัดนครปฐม ซึ่งจะเป็นหน่วยงานนำร่องตั้งแต่มกราคม 2563 พบว่า ผู้รับบริการมีความพึงพอใจในการรับบริการเจาะเลือดที่หน่วยบริการใกล้บ้าน สะดวกรวดเร็ว ไม่ต้องรอคิวนาน ตั้งเป้าในปี 2564 จะดำเนินการต่อเนื่องไปยังโรงพยาบาลนำร่องทุกเขตสุขภาพ

วันนี้ (27 พฤศจิกายน 2563) ที่ศูนย์การประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จ.นนทบุรี นพ.ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ประธานในพิธีเปิดการประชุมรับฟังนโยบายลดความแออัดทางห้องปฏิบัติการโดยการเจาะเลือดใกล้บ้าน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายสามหมอ เพื่อให้ประชาชนสามารถเจาะเลือดนอกโรงพยาบาล รับยาใกล้บ้าน กล่าวว่า รัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุข โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายการแก้ไขปัญหาความแออัดในโรงพยาบาล เพื่อให้ประชาชนทุกคนได้รับบริการที่ดี ลดความแออัด ลดการรอคอย ลดความเหลื่อมล้ำ ลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน และเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการปฏิบัติราชการมุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน สร้างความพึงพอใจในคุณภาพการบริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดูแลประชาชนให้ได้รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย เน้นเพิ่มศักยภาพการให้บริการของหน่วยบริการสาธารณสุขทุกระดับเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่เขตสุขภาพ โดยในปีงบประมาณ 2563 ได้ดำเนินการนำร่องที่โรงพยาบาลนครปฐมและเครือข่ายในพื้นที่ตั้งแต่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นมา พบว่าผู้รับบริการมีความพึงพอใจในการรับบริการเจาะเลือดนอกโรงพยาบาลที่หน่วยบริการใกล้บ้าน สะดวกรวดเร็ว เนื่องจากใช้เวลาน้อย เพียงสิบกว่านาที ไม่ต้องรอคิวนาน เดินทางสะดวก พร้อมกันนั้นสามารถรับยา

 นพ.ประพนธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมาได้ดำเนินการนำร่องที่โรงพยาบาลนครปฐมและเครือข่ายในพื้นที่ตั้งแต่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นมา พบว่าผู้รับบริการมีความพึงพอใจในการรับบริการเจาะเลือดนอกโรงพยาบาลที่หน่วยบริการใกล้บ้าน สะดวกรวดเร็ว เนื่องจากใช้เวลาน้อย เพียงสิบกว่านาที ไม่ต้องรอคิวนาน เดินทางสะดวก พร้อมกันนั้นสามารถรับยา และในปีงบประมาณ 2564 กระทรวงสาธารณสุขได้รับงบประมาณในการลดความแออัดทางห้องปฏิบัติการจะดำเนินการในโรงพยาบาลนำร่องทุกเขตบริการสุขภาพ และมีการกำกับดูแลมาตรฐานของการตรวจวิเคราะห์ การเก็บตัวอย่างและ การส่งตัวอย่าง โดย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับ องค์กรเทคนิคการแพทย์ เพื่อให้ประชาชนสามารถลดค่าใช้จ่าย ลดการเดินทาง ด้วยคุณภาพที่เท่าเทียม และปลอดภัยจากโรคโควิด 19

 

 นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มีภารกิจเกี่ยวกับการกำกับดูแลมาตรฐานห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ เพื่อการสร้างเสริมสุขภาพที่ดีแก่ประชาชนและสนับสนุนการแก้ไขปัญหาสาธารณสุขของประเทศได้หาแนวทางการลดความแออัดทางห้องปฏิบัติการในโรงพยาบาล พบว่า จุดหนึ่งที่สำคัญ คือ การลดระยะเวลาในการรอคอย การเจาะเลือดและบริการ ทางห้องปฏิบัติการ การเจาะเลือดใกล้บ้านที่ รพ.สต. หรือสถานบริการสุขภาพหรือคลินิกเอกชน ก่อนนัดพบแพทย์จะสามารถลดระยะเวลาการรอคอยในโรงพยาบาลมากกว่า 2 - 5 ชั่วโมง ซึ่งช่วยลดความแออัดในโรงพยาบาลได้ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จึงได้ร่วมมือกับกองบริหารการสาธารณสุข สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ในการส่งเสริมและประสานความร่วมมือด้านการจัดระบบบริการสุขภาพกับหน่วยงานที่ให้บริการหรือหน่วยบริการสุขภาพของชุมชนท้องถิ่นและภาคเอกชนให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพ พร้อมทั้งจัดทำคู่มือหน่วยบริการเจาะเลือด เก็บตัวอย่างนอกโรงพยาบาล เพื่อกำกับดูแลมาตรฐาน และความปลอดภัยของผู้ป่วย

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202626061782472570436694372-7999.jpg
กรมวิทย์ฯ ปิดการประชุมวิชาการฯ อย่างยิ่งใหญ่ ตอกย้ำการขับเคลื่อนสุขภาพคนไทย สู่การมีชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพ พร้อมมอบรางวัลผลงานวิชาการดีเด่น 36 ผลงาน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ปิดการประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์การแพทย์ ครั้งที่ 34 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมมอบรางวัลผลงานวิชาการดีเด่นจำนวน 36 ผลงาน จากผลงานที่ส่งเข้าประกวดและนำเสนอรวม 455 ผลงาน สะท้อนศักยภาพด้านการวิจัย นวัตกรรม และการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัยของบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ทั่วประเทศ พร้อมขอบคุณความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ที่ร่วมเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนระบบสุขภาพของประเทศ และส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพดี มีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-297293478.jpg
กรมวิทย์ฯ ผนึกเครือข่ายสาธารณสุข เขต 2 ขับเคลื่อนศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ระดับอำเภอ เสริมระบบเฝ้าระวังสุขภาพเชิงรุก สร้างความปลอดภัยผู้บริโภคอย่างยั่งยืน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เดินหน้ายกระดับระบบเฝ้าระวังและคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพในระดับพื้นที่ จับมือเครือข่ายสาธารณสุขเขตสุขภาพที่ 2 ขับเคลื่อนนโยบาย “ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชนระดับอำเภอ” เพื่อเสริมศักยภาพชุมชนให้เข้มแข็ง ผ่านองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการแพทย์ สู่การเป็นต้นแบบเฝ้าระวังความเสี่ยงด้านสุขภาพ สร้างความปลอดภัยกับผู้บริโภคในชุมชนอย่างยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202619061781836402244199274-7961.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ผุดแอป “คัดแยกเห็ดไทย” สกัดป่วย-ตายจากเห็ดพิษ หลังพบผู้ป่วยทะลุ 1.2 หมื่นราย

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่าในแต่ละปีประเทศไทยจะมีผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจากการบริโภคเห็ดพิษอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค ตั้งแต่ปี 2565 – 2569 พบผู้ป่วยจากการบริโภคเห็ดพิษ จำนวน 12,000 กว่าราย โดยพบผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นทุกปี โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สาเหตุสำคัญเกิดจากการจำแนกเห็ดผิดชนิด ดังนั้นกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จึงร่วมกับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม พัฒนาแอปพลิเคชัน คัดแยกเห็ดขึ้น ภายใต้ชื่อ “คัดแยกเห็ดไทย” ซึ่งสามารถใช้งานได้ทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android เพื่อช่วยประชาชนคัดกรองและจำแนกชนิดเห็ดพิษและเห็ดรับประทานได้ในเบื้องต้น

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์