เชื้อดื้อยา...ปัญหาระดับชาติ
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ชี้สถานการณ์เชื้อดื้อยาในปัจจุบันมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
เหตุเกิดจากการใช้ยาไม่ถูกต้อง จึงเตรียมพร้อมประสานโรงพยาบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมหาแนวทางป้องกัน
แก้ปัญหาเชื้อดื้อยา เพื่อกำหนดมาตรการควบคุมการใช้ยา
นายแพทย์ไพจิตร วราชิต อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า ศูนย์เฝ้าระวัง
เชื้อดื้อยาต้านจุลชีพแห่งชาติ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ทำการศึกษาวิจัยและเฝ้าระวังปัญหาเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพ
เนื่องจากเชื้อดื้อยามักเป็นสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมาอีกมาก
เช่น ทำให้ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลและอัตราการเสียชีวิตสูงขึ้น ใช้ยาราคาแพงขึ้น
รวมไปถึงผู้ป่วยต้องพักรักษาในโรงพยาบาลนานขึ้นอีกด้วย อีกทั้งยังมีแบคทีเรียหลายชนิดที่ดื้อต่อยาต้านจุลชีพ
ซึ่งก่อให้เกิดความยากลำบากแก่แพทย์ในการรักษาผู้ป่วย เนื่องจากยาส่วนใหญ่ที่ราคาถูกกำลังใช้รักษาโรคติดเชื้อจากแบคทีเรียไม่ได้ผล
เช่นพบเชื้อ Acinetobacter ที่มักเป็นสาเหตุของโรคติดเชื้อภายใน โรงพยาบาลมีแนวโน้มดื้อยา
Imipenem มากขึ้น และพบการอุบัติของเชื้อ Enterococcus ดื้อยา Vancomycin มากขึ้นเช่นกัน
จากผลการศึกษาและเฝ้าระวังเชื้อดื้อยาของศูนย์เฝ้าระวัง
เชื้อดื้อยาต้านจุลชีพแห่งชาติ พบว่าเชื้อ Methicillin Resistant Staphylococcus
Aureus (MRSA) ที่พบการดื้อยาเพียง 24% ในปี 2541 ได้เพิ่มสูงถึง 32% ในปี 2546
นอกจากนี้ยังพบเชื้อ Streptococcus Pneumoniae ที่แยกได้ในเด็กอายุไม่เกิน 5
ขวบ ดื้อยา Penicillin 46% ในปี 2546 ได้เพิ่มขึ้นเป็น 63% ในปี 2546 และ Acinetobacter'spp
ดื้อยา Imipenem 2% ในปี 2541 ได้เพิ่มขึ้นเป็น 32% ในปี 2546 และมีแนวโน้มการดื้อยาของเชื้อแบคทีเรียเพิ่มขึ้นทุกปี
ทำให้น่าเป็นห่วงว่ายาราคาถูกที่ใช้รักษาเชื้อแบคทีเรียเหล่านี้จะมีจำนวนน้อย
และจะต้องใช้ยาปฏิชีวนะราคาแพงและหายาก ทั้งนี้สาเหตุสำคัญของการดื้อยาส่วนหนึ่งเกิดจากการใช้ยาไม่เหมาะสม
อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์กล่าวต่อไปว่า สำหรับสถานการณ์เชื้อดื้อยาในปัจจุบันนับวันจะเป็นปัญหามากขึ้น
ดังนั้นกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยศูนย์เฝ้าระวังเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพ จึงได้มีการร่วมมือเชิงบูรณาการระหว่างที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เพื่อร่วมกันแก้ปัญหาเชื้อดื้อยาของประเทศ โดยมีโรงพยาบาลจากทุกภาคของประเทศร่วมเป็นสมาชิกเครือข่ายเฝ้าระวังเชื้อดื้อยา
ซึ่งแต่ละโรงพยาบาลได้รวบรวมข้อมูลการทดสอบความไวของเชื้อต่อยาต้านจุลชีพจากผลงานประจำวันของห้องปฏิบัติการ
แล้วส่งมาที่ศูนย์เฝ้าระวังเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อรวบรวม
วิเคราะห์ และเผยแพร่สถานการณ์แนวโน้มการดื้อยาของประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลที่ได้จะทำให้ทราบถึงสถานการณ์การดื้อยาต้านจุลชีพที่ใช้ในการรักษาผู้ป่วย
และทำให้ผู้บริหารสามารถใช้ประกอบการพิจารณากำหนดบัญชียาหลักแห่งชาติ ตลอดจนเป็นแนวทางให้แพทย์เลือกยาเพื่อส่งเสริมให้มีการใช้ยาปฏิชีวนะที่เหมาะสมและถูกต้องต่อไป
