• ส่วนกลาง
  • ส่วนภูมิภาค

<< พฤศจิกายน - 2561 >>
อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัส ศุกร์ เสาร์
     1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  
download
Link
  • home»
  • ข่าวประชาสัมพันธ์»
  • Press Release»

Press Release

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เผยผลตรวจยังไม่พบผู้แสวงบุญพิธีฮัจญ์ติดเชื้อโคโรน่าไวรัส 2012

            

 

            กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข รายงานผลการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ จากผู้ที่กลับจากการแสวงบุญในพิธีฮัจน์ ประเทศซาอุดิอาระเบีย เผยยังไม่พบผู้ติดเชื้อโคโรน่าไวรัส 2012  พบแต่ผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่เท่านั้น พร้อมกับเฝ้าระวังติดตามสุขภาพผู้แสวงบุญเป็นระยะเวลา 30 วันนับจากเดินทางกลับจากประเทศซาอุดิอาระเบีย

             นายแพทย์อภิชัย  มงคล  อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า จากรายงานของกรมควบคุมโรคว่ามีผู้ที่ไปร่วมแสวงบุญในพีฮัจน์ ณ กรุงเมกกะ ประเทศซาอุดิอาระเบีย ได้ทยอยเดินทางกลับเข้ามาประเทศไทยครบถ้วนแล้วตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2556 ที่ผ่านมาตามกำหนดการ 106 เที่ยวบิน จำนวน 10,389 คน ซึ่งกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ดำเนินการตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างจากผู้ป่วยที่เข้าข่ายเฝ้าระวังโรคโคโรน่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2012 ด้วยวิธี real time RT-PCR ระหว่างวันที่ 22 ตุลาคม – 20 พฤศจิกายน 2556 จำนวน 246 ตัวอย่าง ไม่พบว่ามีผู้ติดเชื้อโรคโคโรน่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2012   พบส่วนใหญ่มีสาเหตุจากเชื้อไข้หวัดใหญ่ถึงร้อยละ 25 โดยแยกเป็นเชื้อไข้หวัดใหญ่ชนิด A(H1N1) ร้อยละ 55.55 ไข้หวัดใหญ่ชนิด A (H1N3) ร้อยละ 35.55 และไข้หวัดใหญ่ชนิด B ร้อยละ 8.90  อย่างไรก็ตามกระทรวงสาธารณสุขได้มีมาตรการในการเฝ้าระวังติดตามสุขภาพผู้แสวงบุญเป็นระยะเวลา 30 วัน นับจากเดินทางกลับจากประเทศซาอุดิอาระเบีย

              อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เชื้อไวรัสโคโรน่าโดยทั่วไป เป็นกลุ่มของเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจหรือระบบอื่นๆ ในคนและสัตว์ โดยอาจมีความรุนแรงของอาการที่แตกต่างกันไป แต่ส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรง เช่น เป็นไข้หวัดธรรมดา หูชั้นกลางอักเสบ เป็นต้น ส่วนเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2012 ที่เพิ่งค้นพบและระบาดอยู่แถบประเทศทางคาบสมุทรอาระเบีย ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่เสียชีวิตมีอาการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรงร่วมกับไตวาย  ดังนั้นผู้ที่เดินทางกลับจากพิธีฮัจย์ควรสังเกตอาการผิดปกติต่ออีก 30 วัน  หากมีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูกควรพักผ่อนอยู่กับบ้านและปฏิบัติตามมาตรการลดการแพร่เชื้อสู่คนรอบข้างโดยการใส่หน้ากากอนามัยและล้างมือบ่อยๆ หากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 2 วันหรือมีอาการไข้สูงหอบ เหนื่อยหายใจลำบากควรไปพบแพทย์พร้อมทั้งแจ้งประวัติการเดินทางในต่างประเทศที่ผ่านมา เพื่อให้การดูแลอย่างถูกต้องและทันท่วงที หากมีข้อสงสัยให้สอบถามที่สายด่วน 1422 หรือทางเวปไซด์ www.ddc.moph.go.th ตลอด 24 ชั่วโมง

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
                                                                                                                               26 พฤศจิกายน 2556
                                                                                         NIH  / RICH 57

open_close_button
top