• ส่วนกลาง
  • ส่วนภูมิภาค

<< พฤศจิกายน - 2561 >>
อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัส ศุกร์ เสาร์
     1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  
download
Link
  • home»
  • ข่าวประชาสัมพันธ์»
  • Press Release»

Press Release

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แนะวิธีการจัดการกับสารเคมีช่วงน้ำท่วม

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เตือนประชาชนระวังอันตรายจากสารเคมีรั่วไหลในช่วงน้ำท่วม พร้อมแนะวิธีการจัดการสารเคมีใกล้ตัว เพื่อความปลอดภัยของคนในบ้านและสิ่งแวดล้อม
 
 
นายแพทย์อภิชัย มงคล อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มีความห่วงใยประชาชนและผู้ประสบภัยน้ำท่วมอาจได้รับอันตรายจากสารเคมีใกล้ตัวที่ใช้ภายในบ้านช่วงน้ำท่วมได้ ดังนั้นต้องมีการจัดเก็บที่ดี โดยมีคำแนะนำและวิธีการปฏิบัติง่าย ๆ ดังนี้ 1.เริ่มสำรวจภายในบ้าน ว่ามีการใช้น้ำยาล้างห้องน้ำ น้ำยาทำความสะอาดครัว น้ำยาทำความสะอาดพื้น น้ำยาล้างท่อตัน ยากันยุง สเปรย์ฆ่ายุง กับดักหนู ยาฆ่าปลวก ฆ่าแมลงสาบ สารเคมีกำจัดศัตรูพืช เก็บไว้ที่ไหน หรืออยู่ในสภาพที่เหมาะสมหรือไม่  2.สำรวจพื้นที่รอบบ้าน ว่ามีสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ปุ๋ย ยาฉีดปลวก น้ำยาคลอรีน หรือสารเคมีอื่นๆ วางไว้จุดใด น้ำท่วมถึงหรือไม่ 3.การป้องกันให้พ้นน้ำ หากประเมินว่าจะมีน้ำท่วมถึง ให้จัดเก็บสารเคมีดังกล่าวใส่ในภาชนะให้มิดชิด และยกเก็บให้สูงพ้นน้ำหรือขยับไปวางไว้ที่ปลอดภัยนอกบ้าน แยกจุดวางภาชนะจัดเก็บสารเคมีจากกองอาหารและน้ำดื่ม ทำป้ายหรือเครื่องหมายให้เห็นชัด และระวังอย่าให้รั่วไหลลงน้ำ เพราะอาจเป็นอันตรายต่อร่างกายได้ หรือถ้าไม่จำเป็นก็ควรลดการใช้สารเคมีดังกล่าวในช่วงน้ำท่วมนี้ไปก่อน 4.สำรวจขยะในบ้าน หากมีภาชนะใส่น้ำยาต่างๆ ข้างต้นที่ใช้หมดแล้วที่ยังไม่ได้ทิ้ง หรือขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้แล้วอยู่ในบ้านหรือรอบบ้านหรือไม่ เช่น แบตเตอรี่ ถ่านไฟฉาย ถ้ามีให้รวบรวมแยกจากขยะแห้งอื่นๆ ทั่วไป และถ้ารถขยะยังมาเก็บอยู่ให้รีบเอาออกไปให้รถขยะรับไป แต่ถ้ารถขยะไม่สามรถมาเก็บขยะได้ให้รวมแยกกลุ่มและเก็บให้พ้นน้ำ  5.สารเคมีอื่นๆ ที่ใช้ประกอบกิจการภายในบ้าน เช่น อู่ซ่อมรถ เคาะ พ่นสีรถ ร้านขัดล้างโลหะ เป็นต้น   ซึ่งอาจมีสารเคมีหลายชนิดที่ละลายน้ำได้ เช่น กรดแก่ หรือด่างแก่ เมื่อถูกน้ำอาจทำให้โลหะบริเวณนั้นถูกกัดกร่อน หรือเป็นอันตรายต่อคนและสัตว์เลี้ยงได้ควรหาข้อมูลเตรียมไว้ว่าสารเหล่านั้นถูกน้ำได้หรือไม่  หรือในระหว่างที่มีน้ำท่วมบ้านพยายามใช้สารเคมีให้น้อยที่สุด 6.ถ้าระหว่างหนีน้ำหรือช่วยคนอื่น หากเจอขวดหรือภาชนะใส่สารเคมีที่ยังมีสารเคมีเหลืออยู่ หรือพบบ่อกักเก็บน้ำทิ้ง หรือพบบริเวณทิ้งขยะอันตรายให้แจ้งผู้ดูแลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบทันที และ 7.การอยู่กับน้ำ ต้องระวังอย่าให้น้ำรอบๆ บ้านสกปรก หรือเป็นที่หมักหมมขยะ ซากสัตว์ที่ลอยมากับน้ำ ทั้งนี้หากทุกบ้านร่วมมือช่วยกันระวังและดูแลรักษาความสะอาด จะช่วยบรรเทาปัญหาได้ เพราะการอยู่อาศัยในบริเวณที่มีน้ำท่วมขังที่ส่งกลิ่นเหม็นตลอดเวลาทำให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพด้านระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะกับเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีปัญหาต่อระบบทางเดินหายใจ 8. การเดินลุยน้ำ ควรสวมรองเท้ายาง หรือรองเท้าพลาสติกที่กันน้ำได้มีความยาวเกินระดับน้ำท่วม เพื่อป้องกันอันตรายที่มากับน้ำ เช่น สารเคมีที่ไม่ละลายน้ำแต่จะลอยเป็นแพอยู่บนผิวน้ำ ของมีคมใต้ผิวน้ำ หรือสัตว์มีพิษซึ่งไม่สามารถมองเห็นได้
 
นายแพทย์อภิชัย กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ในส่วนของโรงงาน/นิคมอุตสาหกรรมหลายแห่งที่พยายามขนย้ายถังที่ใส่สารเคมีไปเก็บไว้ในที่สูง รวมทั้งขนส่งไปที่อื่น และอาจเกิดอุบัติเหตุรั่วไหล หรือเกิดระเบิดขณะขนส่งสารเคมีต่างๆ  ซึ่งสารเคมีที่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมเหล่านี้โดยทั่วไปเป็นพิษต่อคน  หากหายใจเอาไอระเหยของสารเคมีที่ความเข้มข้นสูงๆ เข้าไป  จะทำให้ปวดศีรษะ มึนงง อาเจียน อาจหมดสติและรุนแรงถึงตายได้  หากควันหรือไอระเหยของสารเคมีเข้าตาจะทำให้เกิดการระคายเคือง อาจถึงตาบอดได้ และหากสัมผัสผิวหนังจะทำให้เกิดผื่นแดง ปวดแสบปวดร้อน ผิวหนังผุพอง จนถึงขั้นผิวหนังอักเสบเรื้อรังได้
 
 

 

open_close_button
top