• ส่วนกลาง
  • ส่วนภูมิภาค

<< พฤศจิกายน - 2561 >>
อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัส ศุกร์ เสาร์
     1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  
download
Link
  • home»
  • ข่าวประชาสัมพันธ์»
  • Press Release»

Press Release

ภาคตะวันออกพร้อมเปิดแลป DRA ใน 2 โรงพบาบาล รองรับผู้ป่วยต้องสงสัยติดเชื้อไวรัสอีโบลา

 

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมความพร้อมการจัดตั้งห้องแลป DRA โรงพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี และโรงพยาบาลชลบุรี  2 จังหวัดใหญ่ทางภาคตะวันออกซึ่งเป็นศูนย์กลางการค้าธุรกิจพลอยและการท่องเที่ยวระดับโลก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักธุรกิจและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ

น.พ.อภิชัย  มงคล  อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า ภาคตะวันออกมีแหล่งท่องเที่ยวหลากหลายรูปแบบที่มีชื่อเสียง และเป็นแหล่งค้าขายพลอยที่สำคัญของโลก อีกทั้งมีชายแดนเชื่อมต่อการค้าการลงทุนกับประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้ภาคตะวันออกมีนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจอัญมณีเดินทางมาที่ภาคตะวันออกแต่ละปีมากกว่า 10 ล้านคน โดยจังหวัดจันทบุรี มีนักธุรกิจจากประเทศแอฟริกามาค้าขายพลอยที่จันทบุรีเป็นจำนวนมาก เนื่องจากปัจจุบันต้องนำเข้าพลอยดิบกว่า 95% จากประเทศแถบแอฟริกา และจังหวัดชลบุรี โดยเฉพาะพัทยาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นิยมของนักท่องเที่ยวต่างชาติ เมื่อเกิดโรคระบาดร้ายแรง จึงมีความเสี่ยงสูงต่อการแพร่ระบาดของโรค ประกอบกับที่ผ่านมามีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาในภูมิภาคแอฟริกาตะวันตก สร้างความตื่นตระหนกไปทั่วโลก ซึ่งเชื้ออีโบลาเป็นไวรัสที่อันตรายร้ายแรง ดังนั้นพื้นที่ที่กลุ่มคนที่มีประวัติเสี่ยงเดินทางเข้าออก เช่น      จ.จันทบุรี และ จ.ชลบุรี มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีห้องปฏิบัติการ DRA (Designated Receiving Area) ที่ได้มาตรฐานเพื่อการปฏิบัติงานเกี่ยวกับเชื้อโรคติดเชื้อที่เหมาะสม สร้างความปลอดภัยต่อผู้ปฏิบัติงานการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ และป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคร้ายแรงสู่ชุมชน

น.พ.อภิชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า นับตั้งแต่มีการระบาดของโรคอีโบลา ได้มีกลุ่มคนที่มีประวัติเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังเพื่อติดตามอาการได้เดินทางมายังภาคตะวันออก จำนวน 131 คน ในจำนวนดังกล่าวมีผู้ป่วยชาวกีนีที่เข้าข่ายเกณฑ์สอบสวนโรคเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลพระปกเกล้า จ.จันทบุรี  โดยศูนย์วิทยาศาสตร์การแทพย์ 6 ชลบุรี ได้เก็บตัวอย่างเลือดเพื่อส่งตรวจเชื้ออีโบลาที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ นนทบุรี ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาในการเดินทางและการตรวจวินิจฉัย อาจส่งผลให้ผู้ต้องสงสัยติดเชื้ออีโบลาเสียโอกาสในการรักษาหากเป็นโรคติดเชื้อร้ายแรงอื่นๆ เช่น โรคมาลาเรีย หรือโรคไข้เลือดออก ดังนั้นหากโรงพยาบาลในพื้นที่ภาคตะวันออกมีห้องปฏิบัติการ DRA ระหว่างรอผลการตรวจอีโบลาแพทย์จะสามารถตรวจวินิจฉัยโรคติดเชื้อร้ายแรงอื่นๆได้อย่างถูกต้องรวดเร็ว เพื่อเพิ่มโอกาสในการรักษาผู้ป่วยได้ทันท่วงที ซึ่งโรงพยาบาลศูนย์พระปกเกล้า จ.จันทบุรี และโรงพยาบาลศูนย์ชลบุรี จ.ชลบุรี ทั้ง 2 แห่งเป็นโรงพยาบาลระดับตติยภูมิมีขนาดให้บริการจำนวน 755 เตียง และ 832 เตียง ตามลำดับ เป็นโรงพยาบาลศูนย์กลางในการรับ-ส่งต่อผู้ป่วยของเขตบริการสุขภาพที่ 6 มีความสามารถในการรองรับและดูแลผู้ป่วยโรคติดต่อร้ายแรง มีทีมแพทย์เชี่ยวชาญ  มีห้องแยกผู้ป่วยที่มี

มาตรฐาน รวมทั้งมีห้องปฏิบัติการ DRA ที่ได้มาตรฐานกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ทำให้สามารถดูแลรักษาผู้ป่วยโรคติดเชื้อร้ายแรงได้ครบวงจร สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักธุรกิจและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศในการเดินทางมายังภาคตะวันออกของประเทศไทยมากยิ่งขึ้น
“ห้องปฏิบัติการ DRA  เป็นห้องปฏิบัติการเพื่อตรวจวินิจฉัยโรคติดเชื้อร้ายแรงอื่นๆ เช่น โรคมาลาเรีย หรือโรคไข้เลือดออก ในผู้ป่วยต้องสงสัยติดเชื้ออีโบลา ทำให้แพทย์สามารถวินิจฉัยโรคได้อย่างถูกต้องรวดเร็ว เพื่อเพิ่มโอกาสในการรักษาผู้ป่วยได้ทันท่วงที และหากผลตรวจจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ออกมาว่าเป็นผู้ป่วยติดเชื้ออีโบลา ห้องปฏิบัติการ DRA ก็จะสนับสนุนการรักษาผู้ป่วยโรคอีโบลาด้วย ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้มอบหมายให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นหน่วยงานหลักในการให้คำแนะนำและตรวจสอบมาตรฐานทางห้องปฏิบัติการ เพื่อให้ห้องปฏิบัติการ DRA ดังกล่าวมีมาตรฐานและความปลอดภัย เป็นการสร้างความมั่นใจแก่ผู้ปฏิบัติงานอีกด้วย โดยตั้งเป้าหมายในปี 2557 มีห้องปฏิบัติการ DRA 20 แห่ง และในอนาคตเพิ่มขึ้นอีก 30 แห่ง รวมถึง รพ.ในจังหวัดที่มีสนามบินทุกแห่ง และภายในปี 2558 จะต้องมีห้องปฏิบัติการ DRA ครอบคลุม รพ.ประจำจังหวัดทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ” น.พ.อภิชัยกล่าว

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
11 ธันวาคม 2557

 

 

ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกรม
โทรศัพท์ 0-2951-0000 ต่อ 99017,99081 โทรสาร 0-2591-1707  NIH/Rich57

open_close_button
top